จากสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ที่ส่งผลกระทบต่อพนักงานภาคพื้นดิน “การบินไทย” ไม่สามารถออกมาปฏิบัติงานได้ ทำให้มีเที่ยวบินดีเลย์และกระเป๋าของผู้โดยสารตกค้างจำนวนมากที่สนามบินสุวรรณภูมิ ล่าสุด คุณชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงแนวทางการแก้ปัญหา ดังนี้
สรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วง 3 วันที่ผ่านมา (26-28 ก.ย.) ที่ผู้โดยสารได้รับผลกระทบจากบริการภาคพื้น (Ground Handling) เที่ยวบินดีเลย์และกระเป๋าตกค้าง
– ฝ่ายบริหารการบินไทยได้ประชุมเพื่อเตรียมแผนรองรับภาวะน้ำท่วมกรุงเทพฯและรอบนอกกรุงเทพฯ โดยได้เตรียมบุคลากรแรงงานตามที่ได้ประเมินสถานการณ์ไว้ แต่ปัญหาเกิดจากแรงงาน 2 ส่วนคือ 1. แรงงานทั่วไป 2. แรงงานทักษะที่ต้องมีใบอนุญาต (การบริหารจัดการและใช้อุปกรณ์)
– แรงงานทั้ง 2 ส่วนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพราะพักอยู่รอบสนามบินจึงไม่สามารถออกมาปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยปกติต้องใช้จำนวน 500 คน แต่เข้าทำงานได้ 200-300 คน ปัญหาหลักอยู่ที่แรงงานทักษะ (ทำหน้าที่เปิดเครื่องบิน ลากของออกจากเครื่อง) หรือ Loadmaster จากเดิมต้องมี 45 คน แต่มาทำงานได้ 20 คน
– การแก้ปัญหาแรงงานได้นำรถเข้าไปรับจากบ้านน้ำท่วมเพื่อมาทำงาน แต่ก็ทำได้ระดับหนึ่งเพราะบางคนยังห่วงบ้านน้ำท่วมสูง จึงต้องแก้ไขตรงจุดนี้ต่อไป ส่วนแรงงานทั่วไปได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศและกลาโหม ได้ส่งบุคลากรมาช่วย 100 ราย และจะส่งมาให้เพิ่ม
ลดเที่ยวบิน 30%
– ช่วง 2 วันที่ผ่านมา เที่ยวบินของการบินไทยที่ออกจากกรุงเทพฯ วันละ 110 เที่ยวบิน ดีเลย์เกือบ 100% (ตรงเวลาไม่ถึง 3%) จึงแก้ปัญหาด้วยการยกเลิกเที่ยวบินวันที่ 29 – 30 กันยายน ประมาณ 30% โอนถ่ายผู้โดยสารไปสายการบินอื่น เพื่อแก้ไขสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติ
– ส่วนงานหน้าลานจอด อะไรที่ไม่สามารถทำได้เพราะไม่มีแรงงาน ให้หาผู้ประกอบการรายอื่นมาช่วยแทน ที่ผ่านมา การบินไทยเป็นผู้ให้บริการภาคพื้น (Ground Handling) แก่สายการบินลูกค้ารายอื่นด้วย แต่วันนี้ไม่สามารถรองรับได้จึงต้องโอนงานของสายการบินลูกค้าไปให้ผู้ประกอบการรายอื่น
– การที่การบินไทยได้รับผลกระทบมากกว่าสายการบินอื่น เพราะ การบินไทยมีฐานอยู่ที่กรุงเทพฯ ดังนั้นบริการทุกอย่างจะต้องลงที่กรุงเทพฯ (สายการบินอื่น ไม่ต้องโหลดของที่กรุงเทพฯ แต่โหลดที่ต้นทาง จึงบินกลับได้ทันที)
เคลียร์กระเป๋าตกค้าง 3 วัน
– ปัจจุบันมีกระเป๋าตกค้าง 5,600 ใบ จาก 52 เที่ยวบินของวันที่ 26–27 กันยายน 2569 โดยเคลียร์ออกสายพานมาอยู่ที่ ประตู 1 ขาเข้า ชั้น 2 เพื่อให้ผู้โดยสารติดต่อรับกระเป๋าได้เอง และนำส่งตามที่อยู่ที่แจ้งไว้
– การบินไทย ได้ระดมพนักงานสำนักงานใหญ่มาช่วยเคลียร์กระเป๋าตกค้างให้เร็วที่สุด เพื่อให้กระเป๋าจากเที่ยวบินใหม่หลังจากนี้ไม่ตกค้างและผู้โดยสารนำกลับได้ทันที
– คาดว่าใช้เวลา 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน ในการแก้ปัญหากระเป๋าตกค้างได้หมด
– วันนี้แรงงานทักษะมีใบอนุญาต เข้ามาทำงานได้ 50% ของจำนวนทั้งหมด การบินไทยจะเพิ่มอินเซนทีฟต่าง ๆ และช่วยแก้ปัญหาส่วนตัวบ้านน้ำท่วม เพื่อดึงกลับมาทำงานให้ได้มากที่สุด ไม่เช่นนั้นปัญหาไม่จบ
“สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้มากกว่าที่ การบินไทย ประเมินไว้ โดยมองว่าน่าจะทำได้ 80% ของ Capacity แต่ทำได้ต่ำกว่านั้น เพราะไม่คาดว่าแรงงานทักษะที่อยู่ภายนอกจะได้รับผลกระทบมากขนาดนี้”
ครั้งนี้เป็นปัญหาหน้างาน ไม่ใช่ปัญหาเชิงนโยบาย เป็นปัญหาที่ไม่อยากให้เกิดและหาแนวทางป้องกันแล้ว แต่สถานการณ์ใหญ่กว่าที่คาดไว้ การบินไทยขอโทษผู้โดยสาร ที่ผ่านมาฝ่ายบริหารไม่ได้นิ่งนอนใจ อยู่หน้างานและแก้ไขปัญหามาตลอด





