
คุณวรางคณา ลือโรจน์วงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่หน่วยธุรกิจการบิน บริษัท การบินไทยฯ กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพด้านการเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Cargo Aviation Hub) ของเอเชียและการบริหารจัดการกระบวนการขนส่งสินค้าทางอากาศ ของคลังสินค้า การบินไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์แบบครบวงจร
ความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยในครั้งนี้ เป็นการนำจุดแข็งของสององค์กรมาเชื่อมต่อกัน โดยการบินไทยมีจุดแข็งและความเชี่ยวชาญด้านกระบวนการขนส่งและบริหารจัดการสินค้าทางอากาศ ขณะที่ไปรษณีย์ไทยมีศักยภาพด้านการอำนวยความสะดวกในพิธีการศุลกากร รวมถึงมีเครือข่ายในการจัดส่งสินค้าถึงปลายทางได้ทั่วประเทศ
ทั้งนี้ จะมีโครงการนำร่องเป็นระยะเวลา 6 เดือน ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การออกแบบกระบวนการทำงาน การทดสอบระบบ ติดตามผล ตลอดจนการประเมินผล เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางการปรับปรุงการให้บริการ ซึ่งจะทำให้การบริการให้บริการใหม่ของฝ่ายบริการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ ในรูปแบบ Airport-to-Home ในครั้งนี้ ตอบโจทย์การเป็น Aviation Hub และเชื่อมต่อระบบโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม
ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการผสานศักยภาพของการบินไทยและไปรษณีย์ไทย เพื่อร่วมกันพัฒนารูปแบบบริการโลจิสติกส์ที่เชื่อมต่อการขนส่งทางอากาศกับเครือข่ายการจัดส่งถึงปลายทางอย่างไร้รอยต่อ สอดรับกับความต้องการของผู้ใช้บริการในยุคที่การค้าระหว่างประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง และต่อยอดศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทยให้ตอบโจทย์การขนส่งในอนาคต




