HomeBrand Move !!ปุ่มเล็ก เปลี่ยนเกมใหญ่! เปิด 2 เหตุผล ทำไม LINE ต้องขยับ OpenChat สู่แท็บที่ 3 จนยอดพุ่ง 24 ล้านยูสเซอร์

ปุ่มเล็ก เปลี่ยนเกมใหญ่! เปิด 2 เหตุผล ทำไม LINE ต้องขยับ OpenChat สู่แท็บที่ 3 จนยอดพุ่ง 24 ล้านยูสเซอร์

แชร์ :

ในยุคที่โซเชียลมีเดียพยายามแย่งชิงเวลาผู้ใช้ด้วยคอนเทนต์ต่างๆ แต่ “LINE ประเทศไทย” กลับโฟกัสไปที่การสร้างคอมมูนิตี้ ด้วยการยกเครื่อง “OpenChat” ขึ้นมาอยู่บน “แท็บที่ 3” หรือตรงกลางของแอปพลิเคชัน ซึ่งการขยับตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนหน้าตา UI เล่นๆ แต่มันคือการปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญที่ดึงดูดผู้บริโภคสู่การมีส่วนร่วม จนส่งผลให้ยอดผู้ใช้งานรายเดือนพุ่งทะยานแตะ 24 ล้านคน ภายในเวลาแค่เดือนเดียว

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

เบื้องหลังการย้ายปุ่มครั้งนี้จึงน่าสนใจว่า LINE มองเห็นอะไร? ไปหาคำตอบกับ 2 เหตุผลของการย้ายปุ่ม OpenChat

9 ปี แสนห้อง

แม้ LINE OpenChat จะอยู่คู่คนไทยมานาน 9 ปีแล้ว โดยเริ่มจากโปรเจกต์เล็กๆ ในชื่อ “LINE Square” เพื่อสร้างพื้นที่ให้คนที่มีความสนใจเฉพาะกลุ่มได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก่อนที่ความสนใจจะขยายวงกว้างมากขึ้น จากช่วงแรกที่เป็นกลุ่มแฟนด้อมเล็กๆ จึงรีแบรนด์มาเป็น “LINE OpenChat” จนปัจจุบันมีห้องแชตที่แอคทีฟให้คนเข้ามาร่วมพูดคุยกันมากกว่า “แสนห้อง” ครอบคลุมกว่า 100 หมวดหมู่

(จากซ้าย) คุณธารวิทย์ ดิษยวงศ์, คุณณธกฤต กาญจนมัณฑนา, คุณเอก ปัญญาสีห์

แต่เหตุผลสำคัญที่ทำให้ LINE ตัดสินใจปรับ OpenChat ครั้งใหญ่ คุณณธกฤต กาญจนมัณฑนา หัวหน้าหน่วยธุรกิจ LINE OpenChat บอกว่า มาจาก 2 เหตุผลหลักๆ คือ

1.ปัญหาการค้นหาห้องที่ยาก ในอดีตหากผู้ใช้งานไม่รู้ชื่อห้อง ไม่มีใครส่งลิงก์เชิญ หรือไม่ได้สแกนคิวอาร์โค้ด การจะค้นหาคอมมูนิตี้ที่ตรงใจให้เจอ เป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลานาน อีกทั้งทุกวันนี้ข้อความไหลเข้าตลอดเวลา ก็ยิ่งทำให้เข้าถึงห้องแชตยากขึ้น

2.การเติบโตของ OpenChat ในไทยสูงขึ้น โดยปัจจุบันไทยครองแชมป์อันดับ 1 ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด แซงหน้าทั้งประเทศญี่ปุ่นและไต้หวันแล้ว และถ้าลองส่องอินไซต์ข้างใน จะเห็นเลยว่าครอบจักรวาลสุดๆ โดย 5 หมวดหมู่ที่มีการใช้งานสูงสุด คือ กลุ่มบันเทิงและแฟนด้อม มีผู้ใช้งาน 1.3 ล้านคนต่อวัน เพื่อดัปเดตตารางงานและสนับสนุนศิลปิน เช่น ห้องหมีเนย มีสมาชิกเกือบ 40,000 คนทีเดียว

รองลงมาคือ กลุ่มการศึกษา พื้นที่รวมตัวของเพื่อนอ่านหนังสือ เตรียมสอบ มีการใช้งานสูงถึง 1.2 ล้านคนต่อวัน โดยเฉพาะช่วงโควิด มีการเติบโตสูงมาก ตามด้วยกลุ่ม Job (สายอาชีพ) มีผู้ใช้งาน 7 แสนคนต่อวัน, Lifestyle และกลุ่มพูดคุยทั่วไป

จากปัจจัยดังกล่าว LINE จึงตัดสินใจปรับ OpenChat ขึ้นมาไว้บน “แท็บที่ 3” เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อแก้ Pain Point ให้ผู้คนเข้าถึงคอมมูนิตี้ได้ง่ายขึ้น และรองรับการงาน OpenChat ที่เติบโตขึ้น

ยอดผู้ใช้โตแตะ 24 ล้านคน

ผลจากการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าสนใจทันที โดยมีผู้ใช้งานต่อเดือนเพิ่มขึ้น 4 ล้านคน จาก 20 ล้านคน เป็น 24 ล้านคน

ขณะที่ยอดการเข้าใช้งานเฉพาะหน้าแท็บ OpenChat สูงถึง 66.9 ล้านครั้งต่อวัน และมียอดกดเข้าร่วมห้องสูงถึง 7.4 ล้านครั้ง ส่งผลให้ยอดการเข้าใช้งาน LINE OpenChat โดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 1,800 ล้านครั้งต่อเดือน เป็นกว่า 2,250 ล้านครั้งต่อเดือน

เปลี่ยนจาก “ความอิน” ให้เป็น “ความสัมพันธ์”

จากผลตอบรับที่ดีนี่เอง สเตปต่อไปของการพัฒนา จึงไม่ใช่แค่ดึงคนให้เข้ามาในคอมมูนิตี้ แต่ต้องการดึงคนให้ “อยู่ต่อ” และกลับมาจอยกับคอมมูนิตี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ “คุณเอก ปัญญาสีห์” หัวหน้าฝ่ายการตลาดและฝ่ายพันธมิตรธุรกิจคอนเทนต์ ชี้ว่า ต้องอาศัย “กิจกรรม” มาขับเคลื่อน

นั่นเลยทำให้ LINE เตรียมพัฒนากิจกรรมหลากหลายรูปแบบในคอมมูนิตี้ ทั้งการโหวต สิทธิพิเศษ จนถึงการทำภารกิจในคอมมูนิตี้ เพื่อให้มีประสบการณ์ที่ดีร่วมกัน

“สิ่งที่ทำให้ผู้คนเข้ามาใน OpenChat เพราะเขาอินกับสิ่งนั้น แต่สิ่งที่จะทำให้เขาอยู่ต่อคือ ผู้คนและความสัมพันธ์”

นอกจากนี้ ยังต้องพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น โดยหลังจากนี้ คุณธารวิทย์ ดิษยวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ บอกว่า จะได้เห็นดีไซน์ใหม่ ทั้งยังนำ AI มาแนะนำคอมมูนิตี้ให้ตรงกับความสนใจของผู้ใช้ รวมถึงพัฒนา Paid Emoji ให้สามารถใช้งานใน OpenChat ได้ด้วย

มูฟเม้นต์ของ LINE ครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า การเข้าใจพฤติกรรมขาแชตให้ทะลุปรุโปร่ง คือ กลยุทธ์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนแพลตฟอร์มให้เติบโตและครองแชมป์ในใจคนไทยอย่างยั่งยืน ท่ามกลางสมรภูมิโซเชียลแอปที่แข่งขันที่ดุเดือด

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE

Add LINE Official Account
แชร์ :

You may also like