ยังคงเป็นหนึ่งหนึ่งกระแสร้อนสำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” มาตรการล่าสุดที่ภาครัฐออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าขนาดเล็กทั่วประเทศ
ล่าสุด “สมาคมภัตตาคารไทย” ร่อนแถลงการณ์ถึง นายกรัฐมนตรี วอนพิจารณาขยายสิทธิการเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ให้แก่ผู้ประกอบการขนาดเล็ก หลังภาวะเศรษฐกิจกระทบต้นทุนพุ่ง 15-20% ทำยอดขาย (ภาพรวมร้านอาหาร) ไตรมาส 2 ยอดขายหด 30-50%
โดย สมาคมภัตตาคารไทย ระบุว่า ด้วยรัฐบาลได้ดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ อันเป็นนโยบายที่สมาคมภัตตาคารไทยเห็นว่ามีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจฐานรากและช่วยสร้างกำลังซื้อภายในประเทศเป็นอย่างยิ่ง
สมาคมภัตตาคารไทยได้รับเรื่องร้องเรียน และสะท้อนความเดือดร้อนของผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กจำนวนมาก ซึ่งเคยมียอดขายวันละ 10,000 บาท – 30,000 บาท/วัน รายได้ปีละ 2-5 ล้านบาทต่อปี เป็นกลุ่มธุรกิจที่ดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาโดยตลอด ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ประกันสังคม ฯลฯ เป็นผู้มีลูกจ้าง พนักงานตั้งแต่ 5-20 คน
ปัจจุบันผู้ประกอบการร้านอาหารกำลังเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 2 ร้านอาหารมียอดขายลดลงเฉลี่ยร้อยละ 30-50 ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 15-20 รวมถึงยังต้องเผชิญภาระต้นทุนด้านต่างๆ
ทั้ง ค่าแรงและปัญหาขาดแคลนแรงงาน (ไทย) , ค่าพลังงานและสาธารณูปโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น, ค่าเช่าสถานประกอบการ , ค่าการตลาดและค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากอยู่ในภาวะ “รายได้ลดลง แต่ต้นทุนเพิ่มขึ้น” และต้องแบกรับภาระขาดทุนเพื่อรักษาธุรกิจและการจ้างงานเอาไว้
ปัจจุบัน ธุรกิจร้านอาหารมีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 700,000 ล้านบาท เป็นร้านขนาดเล็กจำนวนหลายแสนราย มีการจ้างงานหลายล้านคน ภาคธุรกิจร้านอาหารถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย มีบทบาทเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ภาคเกษตรกรรม ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ประกอบการขนส่ง ตลอดจนแรงงานในภาคบริการจำนวนมาก การคงอยู่ของร้านอาหารขนาดเล็กจึงมิใช่เพียงการรักษาผู้ประกอบการรายหนึ่งรายใด หากแต่เป็นการรักษาระบบเศรษฐกิจและการจ้างงานในวงกว้าง
สมาคมภัตตาคารไทยจึงใคร่ขอกราบเรียนนายกรัฐมนตรี เพื่อโปรดพิจารณาขยายสิทธิหรือกำหนดมาตรการเพิ่มเติม ให้ผู้ประกอบการร้านอาหารที่มีรายได้ 2-5 ล้านบาทต่อปี (โครงการสามารถเข้าร่วมได้เฉพาะรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท) สามารถเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ได้ในระยะต่อไป หรือได้รับการสนับสนุนในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อให้ความช่วยเหลือของภาครัฐครอบคลุมผู้ประกอบการที่ได้รับกระทบอย่างแท้จริง และเกิดความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีและมีส่วนสำคัญในการสร้างการจ้างงานให้แก่ประเทศ
สมาคมภัตตาคารไทยเชื่อมั่นว่า การสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็ก จะช่วยรักษาการจ้างงาน กระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ และส่งเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม






