HomeBrand Move !!เจาะอินไซต์ SMEs ไทย 2026 ทำไมไม่โตสักที ทั้งที่ “ปรับตัว” และ “ขายดี”

เจาะอินไซต์ SMEs ไทย 2026 ทำไมไม่โตสักที ทั้งที่ “ปรับตัว” และ “ขายดี”

แชร์ :

เป็นมนุษย์เงินเดือนในยุคนี้ หลายคนบอกว่า “แสนยาก” เพราะเจอความไม่แน่นอนมากมาย ทำให้ต้องปรับตัวตลอดเวลา แต่สำหรับผู้ประกอบการแล้วทั้ง “เหนื่อย” และ “ยาก” กว่า โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs เพราะไม่ได้เจอแค่ความผันผวน แต่ต้องเผชิญแรงกดดันทั้งต้นทุนธุรกิจที่พุ่งขึ้นไม่หยุดจากราคาพลังงานและวัตถุดิบสูงขึ้น ไปจนถึงการแข่งขันจากสินค้าจีนที่เข้ามารุกตลาดไทยหนักขึ้นเรื่อยๆ

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง จนหลายรายไม่สามารถเติบโตต่อได้ ผลที่ตามมาคือ แม้ปัจจุบัน SMEs จะครองสัดส่วนใหญ่สุดในตลาดถึง 90% แต่กลับสร้างรายได้ต่อ GDP เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น จากในอดีตเคยอยู่ในระดับ 40% และเมื่อเทียบกับประเทศเกาหลีใต้ที่สามารถสร้าง GDP ได้ถึง 45-50% ถือว่าต่ำมาก ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ttb จึงทำการสำรวจ “SMEs Insight” ไทย เพื่อให้เห็น Pain Point ที่เป็นกับดักฉุดรั้งธุรกิจ พร้อมทั้งแนะกลยุทธ์ฝ่ากับดักเพื่อให้ SMEs ไทยเติบโตได้สักที

5 กับดับใหญ่ ฉุด SMEs ไม่โต

การสำรวจ SME Insight ครั้งนี้ เป็นการสำรวจ SMEs ที่มียอดขาย 51-400 ล้านบาท จำนวน 120 ราย ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ครอบคลุมใน 4 อุตสาหกรรมหลักของประเทศที่กำลังเติบโตต่อเนื่อง คือ อาหารและเครื่องดื่ม, สินค้าอุปโภคบริโภค, การขนส่ง และการบริการ โดยผลสำรวจพบว่า SMEs ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถต่อสู้กับกระแสความท้าทายที่ถาโถมเข้ามาได้ ซึ่งมี “5 ปัญหาหลัก” ที่เป็นปัจจัยสำคัญให้ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถเติบโตต่อได้ ได้แก่

1.ขาดการวางแผนธุรกิจระยะยาว

จากความท้าทายรอบด้านที่ต้องเจอ ทำให้ผู้ประกอบการเน้นแค่การแก้ปัญหาระยะสั้น เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอดเท่านั้น จึงไม่กล้าลงทุน และปรับเปลี่ยนวิธีคิด จึงส่งผลให้ธุรกิจเติบโตต่อลำบาก โดยผลสำรวจพบว่า SMEs 33% แทบไม่มีแผนธุรกิจใดๆ หรือมีแค่แผนระยะสั้นเท่านั้น ขณะที่ 27% คิดเพียงแค่ให้ธุรกิจอยู่รอด ทำให้ในจำนวนนี้ มียอดขายลดลงถึง 30% ทีเดียว

2.ใช้ดิจิทัลไม่เต็มประสิทธิภาพ

ผลสำรวจพบว่า 87% ของ SMEs ไทยใช้ดิจิทัลในการบริหารธุรกิจแล้ว 87% และกว่า 59% นำ AI มาใช้แล้ว โดยส่วนใหญ่ใช้แปลภาษา วิเคราะห์ข้อมูล แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้จะพยายามปรับตัวและใช้ดิจิทัลมากขึ้น แต่ธุรกิจกลับไม่เติบโตตาม โดยกลุ่มที่เติบโตได้มีเพียง 5-10% เท่านั้น ส่วนอีก 60% ยังมีรายได้ “ทรงตัวหรือไม่เติบโต” ปัจจัยสำคัญคือ การใช้ดิจิทัลยังอยู่ในระดับผิวๆ ไม่สามารถนำไปต่อยอดให้ธุรกิจเติบโตได้

โดยระบบดิจิทัลที่ผู้ประกอบการนิยมใช้มากที่สุด 3 ระบบแรกคือ Digital Banking, ระบบการเงินและบัญชี, ระบบบริหารบุคลากรและเงินเดือน จึงยังไม่สามารถต่อยอดสู่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ

3.รู้กำไรขาดทุน แต่ไม่บริหารความเสี่ยง

ผู้ประกอบการจำนวนมากใช้ระบบบัญชีกว่า 90% ทำให้สามารถดูกำไรขาดทุนได้ แต่ความน่าสนใจคือ 24% ไม่สามารถนำไปใช้ในการบริหารต้นทุนได้ จึงไม่เห็นแนวโน้ม หรือทราบต้นทุนที่แท้จริง ผลที่ตามมาก็คือ ทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่อง หรือหมุนเงินไม่ทันตามมา

4.โตแต่ขนาด แต่ประสิทธิภาพไม่โต

ผลสำรวจพบว่า จริงๆ แล้วหลายธุรกิจมียอดขายเติบโตขึ้น แต่กระบวนการทำงานไม่รองรับการขยายตัว ทำให้ยิ่งขายมาก ต้นทุนกลับยิ่งเพิ่ม จนสุดท้ายกลายเป็นกำไรลดลง โดยผลสำรวจพบว่า 53% คุณภาพสินค้าและบริการไม่คงที่ และกว่า 83% ยังพึ่งพา Keyman ในองค์กรเพียงไม่กี่คน ทำให้องค์กรขาดคนที่มีความสามารถ นอกจากนี้ยังมีกระบวนการทำงานแบบเก่า

5.อยากไปต่อ แต่ขาดเครื่องมือ ความรู้นำทาง

SMEs มีความตั้งใจในการขยายธุรกิจ และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง โดยพบว่า 43% อยากสร้างพันธมิตรและคู่ค้าใหม่ๆ แต่ผลสำรวจพบว่า ผู้ประกอบการยังขาดทิศทาง เครื่องมือ และองค์ความรู้ที่จะช่วยสร้างโอกาสให้เกิดการเติบโตได้จริง

4 กลยุทธ์ ฝ่ากับดัก สู่การเติบโต

ดังนั้น เพื่อให้ SMEs มีขีดความสามารถในการแข่งขัน และเดินหน้าต่อได้ ท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้น ttb จึงแนะ 4 กลยุทธ์สำคัญ

1.การปรับ Mindset ใหม่

ผู้ประกอบการต้องปรับวิธีคิด จากการรอแค่ความช่วยเหลือ มาเป็นการมองหาตลาดและกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

2.นำดิจิทัล และ AI มาใช้ในธุรกิจ

การนำดิจิทัลและ AI มาใช้ในธุรกิจอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ผิวเผิน เพราะนอกจากจะช่วยลดต้นทุน ทำให้ธุรกิจแข่งขันได้แล้ว ยังเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้กับธุรกิจด้วย

3.หาตลาดใหม่ๆ

การหาตลาดใหม่ไม่ได้หมายถึงการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ แต่คือ การหาตลาด Niche ของตัวเองให้เจอ และต้องเข้าใจลูกค้าจริงๆ เพราะทุกวันนี้เจเนอเรชั่นเปลี่ยน และมีเทรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้น ขณะเดียวกันผู้เล่นรายใหญ่ก็เจาะตลาด Mass อยู่แล้ว แถมมีเงินทุนหนากว่า ซึ่งการเจาะตลาดเฉพาะไม่เพียงจะช่วยให้ SMEs ไทยแข่งขันและอยู่รอดได้ในสถานการณ์แบบนี้ แต่ยังจะทำให้เติบโตขึ้นได้ สะท้อนจาก SMEs จำนวนไม่น้อยสามารถขยับตัวเองสู่การเป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ขึ้น

4.กระจายช่องทางตลาดให้ครอบคลุม

เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ ซื้อผลิตภัณฑ์และบริการหลากหลายช่องทาง SMEs จึงไม่ควรยึดติดช่องทางใดช่องทางหนึ่ง สำหรับแบรนด์ที่ทำ Traditional อย่างเดียว ควรหันมารุกช่องทางดิจิทัลด้วย ส่วนแบรนด์ที่ทำเฉพาะดิจิทัลอย่างเดียว ก็ต้องขยับมาทำ Traditional ด้วย เพราะปัจจุบันค่า GP ขยับสูงขึ้น ก็จะช่วยให้เข้าถึงผู้บริโภค และต้นทุนต่ำลง

ตั้งเป้าสินเชื่อ SMEs โต 0-2%

แม้ภาพรวมธุรกิจ SMEs จะเผชิญกับความท้าทายมากขึ้น แต่ “คุณพีรพงษ์ นิธิไกรวุฒิ” ประธานกลุ่มกลยุทธ์ลูกค้าธุรกิจ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) บอกว่า ปี 2569 ธนาคารยังตั้งเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อ SMEs ไว้ที่ 0-2% จากพอร์ตสินเชื่อ SMEs คงค้างปัจจุบันอยู่ที่ 80,000 ล้านบาท

กลยุทธ์สำคัญคือ การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ และพัฒนาเครื่องมือทางการเงินรูปแบบต่างๆ ให้กับ SMEs ซึ่งไม่เพียงจะช่วยให้ผู้ประกอบการรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ ได้ดีขึ้น ยังจะผลักดันให้พอร์ตสินเชื่อขยายตัวได้ตามเป้าหมาย

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE

 


แชร์ :

You may also like