HomePR NewsITD ชี้แจงสัญญา 2 โครงการเครนก่อสร้างถล่ม ยังมีผลใช้บังคับ หลังนายกฯสั่งยกเลิก

ITD ชี้แจงสัญญา 2 โครงการเครนก่อสร้างถล่ม ยังมีผลใช้บังคับ หลังนายกฯสั่งยกเลิก

แชร์ :

จากกรณีโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา “ถล่ม” เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569  ต่อมาวันที่ 15 มกราคม 2569 มีเหตุอุบัติเหตุในลักษณะคล้ายกันจากโครงการทางยกระดับ พระราม 2 เครนก่อสร้างถล่ม ทั้ง 2 โครงการดำเนินการก่อสร้างโดย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)  หรือ ITD

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

ในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีโครงการอื่นอีกที่ยังไม่เป็นข่าว แต่มีโครงการที่สังคมให้ความสนใจ คือเริ่มมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ที่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหว ตึก สตง. ถล่ม หลังจากนั้นไม่นานก็มีเหตุการณ์โครงสร้างของทางด่วนที่พระราม 2 เกิดโครงสร้างถล่ม เป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุม ถึงการออกมาตรการ แก้กฎหมาย กฎกระทรวง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว โดยเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ สตง. จนถึงวันนี้ สัญญาก็ยังไม่ได้ถูกยกเลิกและยังไม่มีการปรับสัญญา และไม่มีการดำเนินการใดๆ กับผู้รับจ้าง ไม่มีการขึ้นบัญชีดำหรือประกาศเป็นผู้ละทิ้งงาน

นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม “บอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง” และดำเนินคดีตามข้อกฎหมายทั้งหมดที่มี ขึ้นบัญชีดำ ซึ่งก็เป็นผลสืบเนื่องจากการบอกเลิกสัญญา โดยรายละเอียดของการยกเลิกสัญญาเป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งกระทรวงคมนาคมรับไปดำเนินการต่อไป

ล่าสุดวันนี้ (16 มกราคม 2569) ITD ได้ชี้แจงกรณีนายกรัฐมนตรี ได้สั่ง “ยกเลิกสัญญาของบริษัทอิตาเลียนไทย 2 โครงการที่เกิดเหตุเครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟโดยสารและพระราม 2  ว่า “สัญญาทั้ง 2 โครงการดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับและบริษัทยังปฏิบัติตามสัญญา”  

โดย 2 โครงการก่อสร้างของ ITD ที่เกิดอุบัติเหตุล่าสุดคือ 1. กรณีเครนก่อสร้างตกทับขบวนรถไฟโดยสาร บริเวณ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง สัญญา 3-4 ในวันที่ 14 มกราคม 2569  และ 2. กรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างและชิ้นส่วน Segment คอนกรีตหล่นบนถนนพระราม 2 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569

โดย ITD แสดงความรับผิดชอบในการดูแลจ่ายเงินค่าชดเชยและเยียวยาต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเร่งรัดดำเนินการแก้ไขสถานการณ์เพื่อให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว และพิจารณาทบทวนและปรับปรุงมาตราการด้านความปลอดภัยให้รอบคอบรัดกุมยิ่งขึ้นต่อไป

 


แชร์ :

You may also like