ไทยฮอนด้า เปิดสถิติยอดขายรถจักรยานยนต์ครึ่งปีแรก 0.86 ล้านคัน (โต 102%) พร้อมคาดการณ์ตลาดไทยครึ่งปีหลัง “ท้าทาย” เหตุกำลังซื้อคนไทยไม่แข็งแกร่งเท่าในอดีต ผู้บริหารเผยเตรียมพิจารณาช่องทางการขายใหม่ ๆ – บริการด้านไฟแนนซ์ที่ตอบโจทย์คนไทยมากขึ้น และเปิดตัวจักรยานยนต์ 2 รุ่นใหม่ ได้แก่ Forza 350 Special Edition x Öhlins (ราคา 207,000 บาท จำกัดแค่ 500 คัน) และ Honda Wave125 (เริ่มต้น 57,200 บาท)
คุณยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ไทยฮอนด้าได้เผชิญทั้งความท้าทายและโอกาส เห็นได้จากยอดขายรวมของตลาดรถจักรยานยนต์อยู่ที่ 1.06 ล้านคัน หรือ เพิ่มขึ้น 101% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ยอดขายของไทยฮอนด้าอยู่ที่ 0.86 ล้านคัน หรือ เติบโต 102% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
สำหรับตลาดรวมตลอดปี 2568 เราคาดการณ์เหมือนตอนต้นปีว่าจะมียอดขายรวมอยู่ที่ 1.68 ถึง 1.73 ล้านคัน หรือ เติบโตประมาณ 101% ส่วนไทยฮอนด้าตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1.36 ถึง 1.40 ล้านคัน หรือราว 102% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์และบริการของฮอนด้าอย่างต่อเนื่อง”
กลุ่มรถครอบครัว ยังได้รับความนิยมสูง
คุณยูอิจิกล่าวด้วยว่า ตลาดรถจักรยานยนต์ในกลุ่มรถครอบครัว ยังคงเป็นเซกเมนต์ที่ได้รับความนิยมสูง พร้อมยกกรณีของ Honda Wave ที่มียอดขายสะสมกว่า 19 ล้านคันเป็นตัวอย่าง ทำให้ในครึ่งปีหลังนี้ ทางบริษัทได้มีการเปิดตัวรถในเซกเมนต์ดังกล่าวเพิ่ม นั่นคือ All New Honda Wave125 ใหม่ ที่มีเทคโนโลยี Combine Brake System (CBS) ที่ช่วยกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ เช่น New Honda SMART Key กุญแจรีโมต (เฉพาะรุ่นล้อแม็ก) และชุดควบคุมการทำงานสวิตซ์เปิด-ปิดเบาะ, ช่องชาร์จ USB-C Charger ตลอดจน อัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุด 71.4 กม./ลิตร และมาพร้อมเครื่องยนต์ Honda Smart Engine 125 ซีซี โดยมีราคาแนะนำสำหรับรุ่นล้อซี่ลวด 57,200 บาท ส่วนรุ่นล้อแมกซ์ แนะนำที่ 59,400 บาท
ในส่วนของพรีเซนเตอร์ พบว่ามีการดึงศิลปินชื่อดังอย่าง ‘โจอี้ ภูวศิษฐ์’ เพื่อเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทันสมัยและเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ครอบครัวยุคใหม่ด้วย
ส่วนอีกรุ่นที่มีการเปิดตัวพร้อมกันคือ New Honda Forza 350 Special Edition x Öhlins ที่ได้ร่วมมือกับ Öhlins แบรนด์ผู้นำด้านเทคโนโลยีช่วงล่างระดับโลก มาพร้อมชุดโช้กอัพ Öhlins Special Edition รวมถึงตัวปรับโช้ค Gold Compression Adjuster ที่ปรับแต่งได้ โดยจะผลิตแค่ 500 คันเท่านั้น และจำหน่ายในราคาคันละ 207,000 บาท
เล็งขยายช่องทางขายใหม่
ผู้บริหารไทยฮอนด้ายังได้กล่าวถึงการที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเริ่มหันมาจับตลาดรถจักรยานยนต์ ด้วยการเปิดช่องทางขายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่มาพร้อมบริการผ่อนชำระ ฯลฯ ว่า บริษัทกำลังพิจารณาช่องทางออนไลน์ตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน พร้อมระบุว่า ปัจจุบัน บริษัทได้มีการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับให้บริการลูกค้าแล้วบางส่วน แต่ในอีกด้านหนึ่ง การทำธุรกิจในไทย บริษัทก็ต้องส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพ ซึ่งจักรยานยนต์เป็นสินค้าที่ต้องได้รับการดูแล บำรุงรักษา และต้องกลับมารับบริการที่ศูนย์ ซึ่งในจุดนี้มองว่าเป็นจุดแข็งของบริษัทที่มีเหนือคู่แข่ง และช่องทางการขายอื่น ๆ
ไม่ยัดเยียดรถ EV ในวันที่ผู้บริโภคยังไม่อยากได้
ขณะที่ สถิติและข้อมูลอื่น ๆ ที่น่าสนใจที่มีการเปิดเผยในงาน Thai Honda Press Conference & Mid-Year Meeting 2025 : Leading The Future ประกอบด้วย
- รถจักรยานยนต์ในกลุ่มรถครอบครัว โดย Wave 110 ขายดีเป็นอันดับ 1 และ Wave 125 ขายดีเป็นอันดับ 2
- บริษัทตั้งเป้ายอดขาย Wave ใหม่ไว้ที่ 220,000 คันต่อปี
- จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทยกัมพูชา บริษัทได้เปลี่ยนรูปแบบการส่งรถจักรยานยนต์ไปขายยังกัมพูชาจากรถบรรทุกเป็นการส่งทางเรือแทน
- การผลิตรถ EV ของไทยฮอนด้ายังคงมีอย่างต่อเนื่อง (โรงงานตั้งอยู่ที่ลาดกระบัง) แต่ส่วนใหญ่เป็นการส่งออก ถ้าจำหน่ายในประเทศจะเน้นเจาะกลุ่ม B2B เป็นหลัก (เช่น ธุรกิจ Delivery) เพราะสามารถลงทุนด้าน Charging Station ได้มีประสิทธิภาพมากกว่า ส่วนตลาด B2C จะได้เห็นเมื่อไรนั้น ทางคุณยูอิจิเผยว่า กำลังพิจารณาเรื่องเวลาที่เหมาะสมอยู่ แต่ไม่อยากยัดเยียดรถ EV ในเวลาที่ผู้บริโภคยังไม่อยากได้
ความท้าทายของรถ EV ในตลาดไทยมี 3 ข้อ นั่นคือ
- เมื่อเทียบกับรถ ICE แล้วพบว่า สำหรับประเทศไทย รถ ICE ยังเป็นรถที่ High Cost Effective อยู่
- ความมั่นใจของผู้บริโภคในรถ EV ลดลงอย่างต่อเนื่อง
- โครงสร้างพื้นฐานของไทยยังมีไม่เพียงพอ
– คุณยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด
ครบ 60 ปี แจกหมวกกันน็อค 60,000 ใบ
ภายในงานยังได้มีการกล่าวถึงการครบรอบ 60 ปีของฮอนด้า โดยในปีนี้ ไทยฮอนด้าได้จัดตั้ง “โครงการบริจาคหมวกกันน็อก” จำนวน 60,000 ใบ มูลค่า 60 ล้านบาท และได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ส่งมอบหมวกกันน็อกไปยัง 77 จังหวัดทั่วประเทศด้วย








