HomeSponsoredจาก “Give More” สู่ “Give More for Tomorrow” MAGURO จากความอร่อยบนโต๊ะอาหาร สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

จาก “Give More” สู่ “Give More for Tomorrow” MAGURO จากความอร่อยบนโต๊ะอาหาร สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

แชร์ :

ลองนึกถึง “มื้ออร่อย” สักมื้อ สำหรับคนกิน ความสุขอาจเกิดขึ้นตั้งแต่อาหารจานโปรดถูกยกมาวางบนโต๊ะ ไปจนถึงช่วงเวลาที่ได้กินข้าวกับคนที่รัก แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังอาหารทุกจานยังมีทั้งคนทำอาหาร พนักงาน วัตถุดิบ พลังงาน น้ำ บรรจุภัณฑ์ ซัพพลายเออร์ และทรัพยากรอีกมากมายที่ถูกนำมาใช้เพื่อสร้าง “หนึ่งมื้อ” ให้เกิดขึ้น

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

สำหรับการทำธุรกิจร้านอาหารอาจไม่ได้วัดกันแค่รสชาติ หรือจำนวนลูกค้าที่เดินเข้าร้านอีกต่อไป แต่อาจหมายถึงการตอบคำถามให้ได้ด้วยว่า ธุรกิจจะสามารถเติบโต พร้อมสร้างคุณค่าให้กับคน สังคม และโลกอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

นี่คือความเชื่อที่อยู่เบื้องหลังอาหารทุก ๆ จาน ของ บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO Group เจ้าของอาณาจักรร้านอาหารพรีเมียมในเครือกว่า 14 แบรนด์ ที่กำลังต่อยอดปรัชญา “Give More – ให้มากกว่าที่ขอ” ซึ่งอยู่กับองค์กรตั้งแต่วันแรก ไปสู่แนวคิด “Give More for Tomorrow” เพื่อขยายความหมายของ “การให้” ซึ่งเป็น DNA ของ MAGURO ที่ต่อยอดจากประสบการณ์บนโต๊ะอาหาร ไปสู่การดูแลโลกใบใหญ่

นี่เป็นอีกบทบาทหนึ่งของ MAGURO ที่น่าสนใจไม่แพ้การเปิดร้านหรือสร้างแบรนด์ใหม่ เพราะ ESG กำลังถูกเชื่อมเข้ากับ Brand DNA ขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

จากร้านซูชิ สู่ Multi-Brand Food Platform

จากจุดเริ่มต้นของร้านอาหารญี่ปุ่นที่ก่อตั้งขึ้นด้วยความประทับใจในวัฒนธรรมญี่ปุ่นเรื่อง “การให้มากกว่าที่ขอ” หรือ Give More วันนี้ MAGURO กำลังเปลี่ยนสถานะจากผู้ประกอบการร้านอาหารญี่ปุ่น ไปสู่การสร้าง Multi-Brand Portfolio ที่หลากหลาย

จาก MAGURO, SSAMTHING TOGETHER และ HITORI SHABU มาสู่ Tonkatsu AOKI, COUCOU, BINCHO, KIWAMIYA, IPPE KOPPE, MAGURO Kappou รวมถึงการนำ Kaiten Sushi Ginza Onodera เข้ามาเปิดตลาดซูชิสายพานพรีเมียมในไทย ก่อนขยายไลน์ออกจากอาหารญี่ปุ่น     เข้าสู่ตลาดอาหารไทยครั้งแรกด้วย แบรนด์ “หลาย” (LAII) ร้านอาหารไทย–อีสานร่วมสมัย ซึ่งเป็นแบรนด์ลำดับที่ 14 ของกลุ่ม

โดยสิ้นไตรมาส 3  MAGURO Group มีร้านอาหารรวม 66 สาขา และเมื่อธุรกิจใหญ่ขึ้น สิ่งที่ต้องโตตามไปด้วย จึงไม่ใช่แค่รายได้หรือจำนวนสาขา แต่คือ “ความรับผิดชอบ” ที่ธุรกิจมีต่อผู้คนและทรัพยากรที่อยู่รอบตัว

Give More คือ DNA ที่โตไปพร้อมธุรกิจ

สิ่งที่น่าสนใจ คือคำว่า Give More ของ MAGURO ไม่ได้เพิ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อสื่อสารเรื่อง Sustainability แนวคิดนี้อยู่กับแบรนด์มาตั้งแต่ต้น และถูกกำหนดเป็นหนึ่งใน Core Value ขององค์กร โดย MAGURO นิยาม Give More ว่าคือการ “ให้มากกว่าที่ขอ” ทั้งต่อลูกค้า หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน และลูกน้อง

จากเดิมที่ Give More อาจหมายถึงการให้ลูกค้าได้มากกว่าที่คาดหวัง ทั้งเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ บริการ และประสบการณ์ วันนี้ MAGURO กำลังขยายวงของการให้ให้กว้างขึ้น ผ่าน Give More for Tomorrow ที่ขยายวงจากคนใกล้ตัว สู่โลกใบใหญ่

เริ่มจากวงแรก “คน”

สำหรับธุรกิจบริการอย่างร้านอาหาร พนักงานคือคนที่ทำให้ Brand Promise เกิดขึ้นจริงทุกวัน ประสบการณ์ของลูกค้าจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากคนที่อยู่หน้าร้านและหลังร้านไม่มีความสุขกับงานที่ทำ

MAGURO จึงให้ความสำคัญกับ “คน” เป็นวงแรกของ Give More for Tomorrow เพราะเชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจต้องเริ่มจากการทำให้คนในองค์กรเติบโตไปพร้อมกัน ตั้งแต่การดูแลสุขภาพ ความปลอดภัย สวัสดิการ และคุณภาพชีวิต ไปจนถึงการเปิดโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ผ่านกลไกสำคัญคือ  MAGURO Academy ที่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่สร้างและพัฒนาคนขององค์กร ทั้งด้านทักษะวิชาชีพ มาตรฐานการบริการ ความรู้ด้านอาหาร ตลอดจนการเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตในสายอาชีพ พร้อมขยายแนวคิดการดูแลคนออกไปสู่สังคม เช่น การสร้างโอกาสด้านอาชีพแก่ผู้พิการทางสายตาผ่านกิจกรรมนวดเพื่อสุขภาพพนักงานเป็นประจำ รวมถึงกิจกรรมช่วยเหลือเด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางในชุมชน

วงที่สอง “โลก”

ร้านอาหารเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ใช้ทรัพยากรแทบทุกจุด ตั้งแต่วัตถุดิบ น้ำ พลังงาน การขนส่ง บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงขยะและเศษอาหาร ดังนั้นการดูแลสิ่งแวดล้อม MAGURO จึงต้องเริ่มจาก Operation จริงของร้าน เช่น การลดวัสดุแบบใช้ครั้งเดียว อย่างตะเกียบและที่รองจาน การนำน้ำมันใช้แล้วจากครัวเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแทนการทิ้ง ตลอดจนเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลในการตกแต่งร้านบางแห่ง โดยข้อมูลของบริษัทระบุว่ามีการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่รวมกว่า 12,500 กิโลกรัม

รวมถึงทยอยนำพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์เข้ามาใช้ และผลักดันมาตรฐานร้านอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยโครงการ The Flavorhood ที่มีสาขาของ HITORI SHABU ตั้งอยู่ได้รับการประเมิน Green Restaurant ระดับ Silver (Very Good) ในเดือนมิถุนายน 2569 พร้อมเดินหน้าขยายแนวทางการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมสู่สำนักงานใหญ่ของ MAGURO Group เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ครอบคลุมทั้งการดำเนินงานของร้านอาหารและระดับองค์กร

วงที่สาม “อนาคต”

วงที่กว้างที่สุดของ Give More for Tomorrow คือ “อนาคต” และอนาคตในความหมายของ MAGURO ไม่ได้วัดเพียงว่าจะเปิดได้อีกกี่สาขา หรือสร้างยอดขายได้อีกกี่พันล้านบาท แต่รวมถึงการสร้าง “คน” ที่จะเข้ามาเป็นกำลังของอุตสาหกรรมอาหารในวันข้างหน้า

หนึ่งในแนวทางคือการสนับสนุนทุนการศึกษาและการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่วิชาชีพด้านอาหาร ควบคู่กับการทำงานร่วมกับ Partner และ Co-sponsor จากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมกันต่อยอดโอกาสทางการศึกษาไปสู่ ทักษะ ประสบการณ์ และอาชีพจริง ให้กับเด็กและนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนพื้นที่เรียนรู้ การฝึกประสบการณ์ การพัฒนาทักษะที่ตลาดต้องการ ตลอดจนการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่สามารถก้าวเข้าสู่โลกการทำงานได้อย่างมีคุณภาพ

เพราะในวันที่ธุรกิจร้านอาหารไทยกำลังขยายตัวทั้งด้านจำนวนแบรนด์ ความซับซ้อนของเมนู เทคโนโลยี และมาตรฐานบริการ การสร้างบุคลากรจึงไม่ใช่เพียงการเตรียมคนให้ MAGURO เท่านั้น แต่คือการร่วมสร้าง Talent รุ่นใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารในระยะยาว และยิ่งมีพันธมิตรเข้ามาร่วมกันสร้างโอกาสที่มากขึ้น วงของการ “ให้” ยิ่งขยายไปไกลกว่าเดิม

จาก Give More ที่เคยมอบ “มากกว่า” ให้ลูกค้าในทุกมื้อ วันนี้ MAGURO กำลังเดินไปสู่ Give More for Tomorrow เพราะวันนี้ยิ่งเราให้มากขึ้น…วันพรุ่งนี้ก็มีโอกาสดีขึ้นมากกว่าเดิม

Give More for Tomorrow

#MAGUROGroup #GiveMoreForTomorrow #ESG #ความยั่งยืน #sustainability

Add LINE Official Account
แชร์ :

You may also like