
เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ Gen Z สนใจเมนูแปลกใหม่ ประสบการณ์ทานอาหารที่มีสีสัน ตอบไลฟ์สไตล์และเชื่อมโยงความสนใจของตัวเอง “เชสเตอร์” จึงงัดอาวุธการตลาดด้วยการผสานกลยุทธ์ “Presenter-led Strategy” และพลังแห่งแฟนด้อมหรือ “Fandom Marketing” มาใช้ ควงคู่พรีเซ็นเตอร์ “ตี๋ตี๋–ป๋อ” ต่อยอดความผูกพันของกลุ่มแฟนคลับ “วาวา”(VAVA) มาสู่แคมเปญ “Chester’s x ตี๋ตี๋–ป๋อ”
เมนู “สปาเกตตี๋ตี๋ ซอสมันป๋อ” มีจุดเด่นของความอร่อยที่รสชาติความเข้มข้นของซอสมันปูอลาสก้า ผสานความจัดจ้านของน้ำจิ้มซีฟู้ด เสิร์ฟพร้อมไก่กรอบ Signature แต่การมาพร้อมกับอาวุธการสื่อสารตลาดครั้งนี้ทำให้มีความ Unique ยิ่งขึ้น ทำให้ฉีกหนีคู่แข่งในสังเวียน QSR มากยิ่งขึ้น

การทำตลาดของเชสเตอร์กับแคมเปญ “Chester’s x ตี๋ตี๋–ป๋อ” ต่อยอดความแข็งแกร่งให้แบรนด์หลากมิติ อย่างแรก จะเห็นว่านี่คือการขยายเมนูพระเอกเพิ่มเติมจาก “โดนเส้น” สู่ “โดนใจ” หรือจากข้าว ไก่ย่าง ไปยังเมนูเส้น ถัดมาขยายฐานลูกค้า จากกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้าง(Mass) แฟนๆ เชสเตอร์ ที่เติบโตมาด้วยกัน เป็นกลุ่มเป้าหมายที่รับรู้แบรนด์ รู้จักเมนูอร่อยอย่างดี ไปสู่ “คนรุ่นใหม่” คือกำลังซื้อแห่งอนาคต ที่กำลังเติบโต คนกลุ่มนี้ชอบลองอะไรใหม่ๆ ไม่ยึดติดกับแบรนด์ เปลี่ยนไปเรื่อย

แคมเปญ “Chester’s x ตี๋ตี๋–ป๋อ” จึงเป็นอีกกลยุทธ์การตลาดที่แบรนด์มอบประสบการณ์ให้ลูกค้าครบทุกมิติ รูป รส สัมผัสความสนุก เก็บเกี่ยวบรรยากาศความอบอุ่น ความทรงจำ ตั้งแต่เข้าร้าน สั่งอาหารลิ้มรสเมนูอร่อย ตอกย้ำการรับรู้แบรนด์ นำไปสู่การ Customer Journey อื่นๆ ตามมาได้





