แม้สมรภูมิบ้านเดี่ยวปีนี้จะไม่ดุเดือดเท่าปีก่อน แต่หลายค่ายยังคงเลือกใช้สูตรเดิมๆ อย่างการอัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม เพื่อเร่งปั๊มยอดขายโดยเฉพาะในช่วงท้ายปี สวนทางกลับ “บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)” หรือ “SC” ที่เลือกเดินเกมต่างแบบสวนกระแส ด้วยการลุกขึ้นมาอัปเกรดโปรดักต์ ผ่านแคมเปญ “Live and Learn Home” ที่เล่นใหญ่ ดึงเอาเสียงสะท้อนจากชีวิตจริงลูกค้า มาตีโจทย์ใหม่จนกลายเป็นฟังก์ชันบ้านที่ “รู้ใจ” แบบสุดๆ
อะไรคือ เบื้องหลังที่ทำให้ SC เลือกวิธีนี้ และแคมเปญนี้จะทรงพลังแค่ไหน? ตาม Brand Buffet ไปเจาะลึกวิธีคิดจาก 2 แม่ทัพใหญ่ “คุณมงกุฎ เตโชฬาร” กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินแนวราบและการตลาด และ “คุณณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์” รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและนวัตกรรม บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมกันเลย
ของไม่โดน ลดให้ตายก็ไม่ซื้อ
เหตุผลที่ทำให้ SC ไม่เลือกกระโจนลงไปเล่นสงครามราคา คุณมงกุฎ บอกว่า เพราะไตรมาส 4 เป็นช่วงที่ตลาดอสังหาฯ คึกคักเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และปีนี้ผู้เล่นทุกรายต่างผ่านมรสุมความท้าทายมาไม่ต่างกัน ถ้าเลือกเดินเกมหั่นราคาแข่งกัน มีแต่จะ “เจ็บตัว” เปล่าๆ
และที่สิ่งสำคัญกว่านั้น คุณณัฏฐกิตติ์ บอกว่า แม้ “ราคา” จะเป็นตัวแปรหลักในการตัดสินใจซื้อของคนยุคนี้ แต่ถ้าฟังก์ชั่นไม่ตรงใจ ตอบการใช้ชีวิต ต่อให้บ้านราคาถูกแค่ไหน ลูกค้าก็ส่ายหน้าหนีอยู่ดี
เมื่อการลดราคาไม่ใช่ทางออก SC จึงเลือกพลิกเกมใหม่ หันมาโฟกัสที่การเลิร์นและพัฒนาโปรดักต์ที่เข้าใจชีวิตคนยุคนี้จริงๆ เพราะมองว่าพฤติกรรมคนยุคนี้หมุนไวและไม่เคยหยุดนิ่ง แถมการใช้ชีวิตของแต่ละบ้านยังแตกต่างกัน บางบ้านมีเด็กเล็ก บางบ้านไม่มีลูก และบางบ้านมีผู้สูงวัย
เลยทำให้คนทำบ้านหยุดนิ่งไม่ได้เช่นกัน ต้องคอยสังเกตและเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อยู่เสมอ เพื่อให้เข้าใจความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ตลอดเวลา จนเกิดเป็นแคมเปญใหม่ “Live and Learn Home” โดยชื่อแคมเปญนี้สะท้อนตัวตนของ SC และสื่อความหมายได้ชัดเจนที่สุด เพราะทุกๆ วันของการอยู่อาศัยคือ “บทเรียน” ที่ต้องเรียนรู้ และนำฟีดแบ็กเหล่านั้นมาพัฒนา เพื่อสร้างบ้านให้เป็นพื้นที่ที่รู้ใจและดีขึ้นกว่าเดิมในทุกๆ วัน
“รื้อ” เพื่อ “รู้” ลงลึกดูชีวิตจริง จนเจอ Insight ที่คาดไม่ถึง
ความพิเศษของแคมเปญนี้คือ SC ไม่ได้คิดแบบบ้านสวยๆ จากในห้องประชุม หรือมองแค่เทรนด์ แต่ลงมือพัฒนาแบบบ้านใหม่ผ่านการ “ฟังเสียงของลูกค้า” แบบรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการส่งทีมวิจัยลงพื้นที่จริงเจาะลึกพฤติกรรมการใช้ชีวิตของลูกค้า การเปิดใจรับฟังทุกฟีดแบ็กผ่าน Call Center แถมผู้บริหารยังลงพื้นที่ไปดูบ้านลูกค้าด้วยตัวเอง เพื่อส่องหา Unmet Need ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ของลูกบ้านในทุกตารางเมตร
และผลลัพธ์จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลอย่างเจาะลึก ก็ทำให้ทีมเจอ Pain Point ที่คาดไม่ถึงเต็มตา เช่น พื้นที่นั่งเล่นและห้องครัวไม่รับกับวิถีชีวิตจริง, ห้องนอนเหลื่อมล้ำ พี่น้องได้ห้องขนาดไม่เท่ากัน, พื้นที่เก็บของมีไม่พอ รวมถึงทางเข้า-ออก ใช้งานจริงไม่ได้ แถมปรับเปลี่ยนฟังก์ชันห้องตามสเตปชีวิตที่เปลี่ยนไปไม่ได้เลย
กำเนิดบ้าน 8 ซีรีส์ “ที่ปรับไปตามชีวิต”
จากข้อจำกัดที่พบทั้งหมดนี้ SC เลยนำมาตีโจทย์การออกแบบฟังก์ชันและพื้นที่ใช้สอยสไตล์ใหม่ที่สอดรับคนทุกเจเนอเรชั่นในบ้าน จนกลายเป็น Live and Learn Home 8 ซีรีย์ใหม่ ที่รองรับทุกการเปลี่ยนแปลงของชีวิต เช่น การดีไซน์พื้นที่แบบ Open Space Living ที่เชื่อม Common Area เข้าด้วยกัน แต่ยังมีมุมส่วนตัว (Individual Space) ให้ทุกคนมีเซฟโซนของตัวเองได้ทำกิจกรรมในพื้นที่เดียวกัน, Cinematic Space การดีไซน์พื้นที่ให้โปร่งโล่งและใกล้ชิดธรรมชาติ ด้วยเพดานสูงและกระจกบานใหญ่ เพื่อเปิดรับมุมมองพื้นที่สีเขียวรอบบ้านแบบเต็มๆ
รวมถึงเพิ่ม Secondary Pantry พื้นที่อเนกประสงค์บริเวณชั้น 2 ให้ใช้งานได้สะดวกสบายขึ้น ไม่ต้องเดินขึ้นลงบ่อยๆ ตลอดจนดีไซน์ห้องนอน Equitable Bedroom ให้มีขนาดเท่ากัน และ Transformative Space พื้นที่ยืดหยุ่นที่พร้อมปรับเปลี่ยน ยุบ หรือซอยห้องใหม่ได้ดั่งใจตามสเตปชีวิตที่เปลี่ยนไปในอนาคต
“ซีรีย์ใหม่นี้ Space ไม่ได้ใหญ่ขึ้น แต่เราลดทอนความไม่จำเป็นออกไป และเติมสิ่งที่ลูกค้าต้องการเข้าไป จึงได้บ้านที่สวยถูกใจลูกค้ากว่าเดิม ในราคาที่ไม่แพงกว่าเดิม”
โดย SC ได้เริ่มทยอยพลิกโฉมฟังก์ชันบ้านแบบใหม่ใน 19 ทำเล ครอบคลุม 5 แบรนด์หลัก ได้แก่ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด, บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์, บางกอก บูเลอวาร์ด, เวนิว ไอดี และเดอะ พาวิลเลียน ปัจจุบันเปิดตัวไปแล้ว 4 ซีรีส์จุกๆ ได้แก่ Cape Dutch Revival, Modern Tropical, Pause Series และ Mid-Century Modern
ดึงเพลงฮิตอมตะ ขยี้ใจ สื่อสารแนวคิดบ้านที่รู้ใจ
ไม่ใช่แค่สร้างบ้านที่รู้ใจ แต่ SC ยังสื่อสารแนวคิดดังกล่าวผ่านกลยุทธ์ Music Marketing โดยดึงเพลงอมตะความหมายดีอย่าง “Live and Learn” มาถ่ายทอดเรื่องราว สะท้อนแนวคิดการออกแบบบ้านที่พร้อมเรียนรู้ และปรับเปลี่ยนไปตามชีวิตคนอยู่ที่เปลี่ยนไป เพื่อเข้าถึงหัวใจผู้บริโภคแบบลึกซึ้งขึ้น
จากการปรับเกมรุกในครั้งนี้ คุณมงกุฎ บอกว่า เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เริ่มนำร่องเปิดตัวบ้านแฝดย่านราชพฤกษ์ซึ่งเป็นบ้านซีรีส์ใหม่ ปรากฎว่าได้รับผลตอบรับที่ดี ด้วยยอดจองกว่า 450 ล้านบาท เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ ส่งผลให้ SC มั่นใจเต็มร้อยว่าดีไซน์ที่ออกแบบมาใหม่นั้นตอบการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่จริง จึงเตรียมนำแนวคิดลุยต่อทันที โดยในช่วง 4 เดือนที่เหลือของปีนี้เตรียมเปิดใหม่อีก 19 โครงการไปเลย
กลยุทธ์นี้ของ SC จึงสะท้อนให้เราเห็นว่า การชนะใจลูกค้ายุคนี้ อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มที่การ “ลดราคา” เสมอไป แต่การ “เข้าใจ” ลูกค้าอย่างแท้จริงว่าต้องการชีวิตแบบไหน แล้วสร้างบ้านที่ตอบโจทย์ชีวิตนั้นจริงๆ ก็มัดใจลูกค้าแบบอยู่หมัดได้
สนใจชมฟังก์ชันใหม่ของบ้านทั้ง 19 ทำเล จาก 8 ซีรีส์ ภายใต้แนวคิด Live and Learn Home ในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ได้แล้วที่แต่ละโครงการ
สามารถนัดหมายเยี่ยมชมโครงการ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://m.scasset.com/-5j1
#บ้านที่ปรับไปตามชีวิตที่เปลี่ยน
#TheNewSC #SCแบรนด์บ้านเดี่ยวอันดับ1










