
(จากซ้าย) คุณณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ และ คุณภาณุพงษ์ ชินมหาวงศ์
หลังสร้างกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์กับการรีแบรนด์ครั้งใหญ่เมื่อต้นปี เพื่อก้าวไปไกลมากกว่าที่อยู่อาศัย มาวันนี้ “บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)” หรือ “SC” กำลังทำให้คนในวงการร้องว้าวอีกรอบกับการลุกขึ้นมา “ทลายกรอบ” ดีไซน์บ้านเดี่ยวใหม่แบบยกเครื่อง คำถามคือ SC มองเห็นอะไร? ถึงกล้าลุกขึ้นมาปฏิวัติดีไซน์บ้านเดี่ยวแบบยกเครื่อง ทั้งที่แบรนด์ก็ครองใจคนรักบ้านเดี่ยวมายาวนานอยู่แล้ว
ตาม Brand Buffet ไปส่องเบื้องหลังวิธีคิดและกระบวนการออกแบบบ้านเดี่ยวจาก 2 ผู้บริหาร “คุณณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์” รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและนวัตกรรม และ “คุณภาณุพงษ์ ชินมหาวงศ์” ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายสถาปัตยกรรมโครงการ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กันแบบหมดเปลือก
ผู้บริโภคยุคนี้เปลี่ยนเร็ว ช้อปเยอะจนตามไม่ทัน
ถึงจะครองใจคนรักบ้านเดี่ยวมายาวนาน แต่คุณณัฏฐกิตติ์ ยอมรับตรงๆ ว่า ภาพรวมอสังหาฯ ปีนี้ถือว่าท้าทาย แม้เซ็กเม้นต์บ้านเดี่ยวจะยังพอมีกำลังซื้อขับเคลื่อนไปได้ แต่ผ่านมา 6 เดือน ปฏิเสธไม่ได้ว่า สถานการณ์โดยรวม “หิน” กว่าที่เคยเป็นมาอย่างมาก
ยิ่งเมื่อมองมาที่พฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ยังเปลี่ยนเร็วจนตามแทบไม่ทัน ไหนจะไลฟ์สไตล์แบบ Shop Around ที่มีตัวเลือกในมือมหาศาล แถมความต้องการเฉพาะตัวก็พุ่งสูงปรี๊ด ส่งผลให้การตัดสินใจซื้อบ้านเดี่ยวของคนยุคนี้ โดยเฉพาะคนที่อายุต่ำกว่า 40 ปี ไม่ได้มองแค่เรื่องความน่าเชื่อถือของแบรนด์ แต่กำลังมองหา “คุณภาพและดีไซน์” มากขึ้น ที่ไม่ใช่แค่สวยอย่างเดียว แต่ฟังก์ชันต้องตอบโจทย์ทุกมิติของการใช้ชีวิต เลยกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ SC ต้องลุกขึ้นมา “เขย่าดีไซน์บ้านครั้งใหญ่”
“ที่ผ่านมาเราปรับดีไซน์บ้านมาตลอด แต่เป็นการเปลี่ยนเล็กๆ ทีละโครงการ เพราะสมัยก่อนพฤติกรรมลูกค้าไม่ค่อยเปลี่ยนบ่อย ทำให้การทำตลาดและดีไซน์บ้านเดี่ยว ค่อนข้างง่าย แต่หลังโควิดมา พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนเร็วขึ้น แถมมี Unmet Need เยอะขึ้น ครั้งนี้เราเลยตัดสินใจปรับดีไซน์ใหม่พร้อมกันหมด”
ตามหาอินไซต์ที่ลูกค้าไม่เคยบอก
เมื่อคิดจะเขย่าดีไซน์ใหม่ SC จึงเริ่มจากการรีเสิร์ชแบบจัดเต็ม ผ่านการทำ Deep Interview ถึงบ้านลูกค้ากว่า 38,000 หลัง รวมไปถึงกลุ่มลูกค้าที่เลือกสร้างบ้านเอง เพื่อเจาะลึกหา Unmet Need หรือความต้องการที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ที่พวกเขาก็ไม่เคยบอก พร้อมทั้งตามติดฟีดแบ็กจากบริการหลังการขายอย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจปัญหาในการอยู่อาศัยของลูกบ้านทุกตารางเมตร
และผลลัพธ์จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ทำให้ได้เจอ Insight และพฤติกรรมเฉพาะตัวแบบที่คาดไม่ถึงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสเปซในบ้านไม่พอใช้ ความฝันอยากมีลิฟท์ในบ้าน การอยู่อาศัยในบ้านชั้นเดียวกัน ไปจนถึงความเท่าเทียมกันในบ้าน เพราะเดิมทีการดีไซน์ขนาดห้องนอนจะแบ่งเป็นห้องเล็ก ใหญ่ไม่เท่ากัน ทำให้ครอบครัวที่มีลูก 2 คนได้ห้องขนาดไม่เท่ากัน คนที่ได้ห้องเล็กกว่ามักแอบสงสัยในความยุติธรรม
ต่อยอดสู่ดีไซน์ใหม่ ด้วยฟังก์ชันที่ตอบการใช้ชีวิตจริง
หลังจากได้ Insight ทั้งหมดมา คุณภาณุพงษ์ บอกว่า ขั้นต่อไปจึงนำข้อมูลเหล่านี้มาทำการออกแบบ จนกระทั่งดีไซน์มาเป็นแบบบ้านใหม่ในคอนเซปท์ Live and Learn Home ซึ่งมีทั้งหมด 8 ซีรี่ส์ 27 ดีไซน์ โดยหนึ่งในฟังชั่นที่ฉีกจากแบบบ้านเดิมก็คือ ห้องนอนพี่น้องไซส์เท่ากัน เพื่อแก้ปัญหาเดิมๆ ที่ลูกคนโตหรือคนเล็กได้ห้องขนาดไม่เท่ากัน เพื่อให้ความรู้สึกเท่าเทียมกันทั้งในด้านความรัก และโอกาสจากครอบครัว
ขณะเดียวกันยังดีไซน์พื้นที่อเนกประสงค์ชั้น 2 ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกิจกรรมครอบครัว เช่นแปลงร่างเป็นพื้นที่ทำอาหารเบาๆ บนชั้นสอง จึงตื่นมาทำมื้อเช้าได้ทันที โดยไม่ต้องเดินลงไปข้างล่าง ทำให้แก้ปัญหาการรบกวนเวลาคนที่กำลังพักผ่อนอยู่ด้านล่างได้อย่างลงตัว รวมถึงออกแบบลิฟท์ในบ้าน
โดยปัจจุบัน SC มีการเปิดตัวดีไซน์ใหม่ไปแล้ว 4 ซีรี่ส์ ใน 6 โครงการ ซึ่งคุณณัฏฐ์กิตต์ บอกว่า ฟีดแบคดีเกินคาด เพราะดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเยี่ยมชมโครงการพุ่งขึ้นถึง “เท่าตัว” เลยทีเดียว ขณะที่โครงการแกรนด์ บางกอก บลูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก ที่เพิ่งประเดิมดีไซน์ใหม่ ก็กวาดยอดขายไปได้แล้ว 300 ล้านบาท จึงเตรียมผุดดีไซน์ใหม่ให้ครบ 8 ซีรี่ส์ 27 แบบในสิ้นปีนี้
ส่วนแนวทางการออกแบบบ้านหลังจากนี้ คุณภาณุพงษ์ ย้ำว่า ยังคงคอนเซ็ปท์นี้ แต่ถ้าเจออินไซต์อะไรใหม่ๆ เมื่อไหร่ ก็ต้องนำมาปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปทันที เพราะคนยุคนี้เปลี่ยนเร็ว จึงทำให้ SC ต้องขยันสำรวจอินไซต์กันปีละครั้ง เพื่อให้รู้ใจและไม่ตกเทรนด์
ทั้งหมดเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมวันนี้ SC ต้องลุกขึ้นมาปรับดีไซน์บ้านเดี่ยวใหม่ ก็เพื่อให้แบรนด์ยังคงครองใจผู้บริโภคอยู่เสมอนั่นเอง
ติดตามพวกเราได้ที่ LINE







