HomeBrand Move !!จาก “เชียงใหม่” สู่ “สมรภูมิทองหล่อ” ก้าวสำคัญของ The Baristro กับภารกิจยึดครองใจคนกรุงฯ

จาก “เชียงใหม่” สู่ “สมรภูมิทองหล่อ” ก้าวสำคัญของ The Baristro กับภารกิจยึดครองใจคนกรุงฯ

แชร์ :

หากพูดถึงหนึ่งในเมืองที่มีวัฒนธรรมกาแฟ โดยเฉพาะ  Specialty Coffee ที่แข็งแกร่งที่สุด เชื่อว่า “เชียงใหม่”  คือชื่อแรกที่หลายคนนึกถึง ในฐานะเมืองต้นกำเนิดที่หลอมรวมตั้งแต่ต้นน้ำบนดอยสูงไปจนถึงคาเฟ่ดีไซน์ล้ำสมัย จนเกิดร้านกาแฟที่ผุดขึ้นแทบทุกหัวมุมถนนในเชียงใหม่ แน่นอนนอกจากนเรื่องการแข่งขันแล้ว เมืองเชียงใหม่ ยังถือเป็นเวทีสำคัญในการแจ้งเกิดแบรนด์ดัง-แบรน์ลับมาแล้วมากมาย

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงแทบจะเป็น Red Ocean ชื่อของ “เดอะ บาริสโทร” (The Baristro) ได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะแบรนด์ระดับท็อปที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ยังเป็น Master of Lifestyle ที่สร้างภาพจำผ่านดีไซน์และประสบการณ์การดื่มกาแฟ  สู่ก้าวสำคัญกับการรุกคืบครั้งใหม่เปลี่ยนผ่านจากจุดหมายของคอกาแฟเชียงใหม่ สู่แลนด์มาร์กใหม่ของคนรักกาแฟกรุงเทพฯ เป็นสาขาแรกที่ มาร์เก็ตเพลส ทองหล่อ ภายใต้คอนเซปต์ “Where Specialty Coffee Meets Thonglor Lifestyle” ที่ผสานกาแฟคราฟต์ดีไซน์ร่วมสมัยและไลฟ์สไตล์คนเมืองไว้อย่างลง

 

ทำไมต้อง ‘ทองหล่อ’ ปักหมุดยุทธศาสตร์ในย่านปราบเซียน

The Baristro มีจุดเริ่มต้นจากร้านเล็กๆ ในปี 2015 ณ จริงใจมาร์เก็ต The Baristro พร้อมเดินหน้าขยายตลาดครั้งใหญ่ด้วยการยกอาณาจักรกาแฟพิเศษจากเชียงใหม่มาปักหมุดแลนด์มาร์คใจกลางกรุงเทพฯ ณ มาร์เก็ตเพลส ทองหล่อ ซึ่งถือเป็น “ย่านปราบเซียน” ที่มีความหนาแน่นของคาเฟ่ระดับไฮเอนด์สูงที่สุดแห่งหนึ่ง

การบุกกรุงเทพฯ ครั้งนี้เปรียบเสมือนยุทธศาสตร์การสร้าง “Everyday Specialty Coffee” นอกทำเลยุทธศาสตร์เป็นครั้งแรกของทางแบรนด์ โดยมีเป้าหมายเพื่อต้องการเป็น 3rd Place หรือบ้านหลังที่สามของคนเมือง ภายใต้แนวคิด “Where Specialty Coffee Meets Thonglor Lifestyle” ที่บาลานซ์ความประณีตแบบสโลว์ไลฟ์ของเชียงใหม่ เข้ากับจังหวะชีวิตที่เร่งรีบ (Fast-paced) ของคนกรุงได้อย่างลงตัว

คุณวุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้พาแบรนด์ เดอะ บาริสโทร เข้าสู่กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความสำคัญของการเลือกทำเลในครั้งนี้ว่า “ทองหล่อเป็นย่านไลฟ์สไตล์สำคัญที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์และคุณภาพการใช้ชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับตัวตนของเดอะ บาริสโทร (The Baristro) เราเชื่อว่าสาขาใหม่นี้จะเติมเต็มประสบการณ์ให้คอกาแฟกรุงเทพฯ พร้อมยกระดับมาร์เก็ตเพลส ทองหล่อ ให้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายของคนรักกาแฟและไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย”

 

คุณธนิต สุวณิชย์

ชูคอนเซ็ปต์ ‘Everyday Specialty Coffee’ สู่ 3rd Place ของคนเมือง

หากมองมาที่ตลาดร้านกาแฟในตลาดกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยตัวเลือกมากมาย ทั้งเชนกาแฟขนาดใหญ่ ร้านขนาดเล็ก ไปจนถึง Specialty Coffee มากมาย  The Baristro เลือกทำตลาดผ่านการสร้างภาพจำหลัก (Hero Element) ในฐานะ “Everyday Specialty Coffee ที่บาลานซ์ทั้งคุณภาพและความสบาย” เพื่อให้ผู้บริโภคนึกถึงในฐานะกาแฟคุณภาพดีที่ดื่มได้ทุกวัน และเป็นพื้นที่พักผ่อนที่อยากอยู่นานขึ้นแม้ในวันที่เร่งรีบ

ส่วนการสื่อสารแบรนด์นับจากนี้จะไม่เน้นสร้างภาพจำความเป็นร้านกาแฟจากเชียงใหม่ที่มาเปิดสาขา แต่มุ่งมั่นจะเป็น 3rd Place ที่เข้าใจจังหวะชีวิตคนเมืองอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นช่วง Morning Rush ของวันทำงาน หรือช่วง Weekend Reset ของวันหยุด เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคจากการเป็นเพียง “ร้านที่มาเช็คอินครั้งเดียว” ไปสู่การเป็น “ร้านประจำ” ในชีวิตประจำวัน

 

 

โดย “คุณธนิต สุวณิชย์”  ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เดอะ บาริสโทร กล่าวเสริมถึงแนวคิดและวิสัยทัศน์ในการต่อยอดแบรนด์ว่า “เดอะ บาริสโทร (The Baristro) สาขามาร์เก็ตเพลส ทองหล่อ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแบรนด์จากเชียงใหม่สู่กรุงเทพฯ เราตั้งใจให้พื้นที่แห่งนี้สะท้อนตัวตนของเดอะ บาริสโทร ผ่านดีไซน์ บรรยากาศ และเมนูที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบประสบการณ์กาแฟที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์คนเมืองได้อย่างลงตัว”

 

“การเปิดสาขานี้ไม่ใช่แค่การขยายร้าน แต่เป็นการนำประสบการณ์ของ The Baristro มาสู่กรุงเทพฯ เราตั้งเป้าให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนได้สัมผัสทั้งกาแฟคุณภาพ ไลฟ์สไตล์ และความอบอุ่นในแบบ The Baristro”คุณธนิตกล่าว

ส่วนการตัดสินใจเลือกย่านทองหล่อเป็นประตูด่านแรกในการเข้าสู่กรุงเทพฯ ถือเป็นยุทธศาสตร์การเลือกทำเลเชิงธุรกิจที่ท้าทาย เนื่องจากเป็นย่านที่มีทั้งคาเฟ่และร้านกาแฟระดับท็อปตั้งอยู่หนาแน่น อย่างไรก็ดี แบรนด์มองเห็นโอกาสในการเติมเต็มความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีกำลังซื้อสูงและมองหาประสบการณ์กาแฟที่มีคุณภาพ

 

Space Design ตอบโจทย์ ‘กล้องกินก่อนคน’ และกลยุทธ์ยึด Share of Wallet

ทั้งนี้เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ร้าน The Baristro สาขามาร์เก็ตเพลส ทองหล่อ ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Modern Minimal ผสานแสงธรรมชาติเข้ากับ Warm Lighting เพื่อคง Mood ความอบอุ่นในแบบฉบับเชียงใหม่ แต่ปรับทอนให้เรียบหรู Clean และ Modern เข้ากับคนกรุง พร้อมจัดวางพื้นที่หลายโซนให้ใช้งานได้จริง ถ่ายรูปสวย ตอบโจทย์พฤติกรรม “กล้องกินก่อนคน” (Social-Friendly) 

นอกจากนี้ เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด ในย่านที่มีแข่งขันสูง แบรนด์ได้วาง 3 กลยุทธ์หลักเพื่อสร้างการเข้าถึงและการตลาดแบบรอบด้าน ได้แก่

  1. Product Differentiation: ชูความหลากหลายของสินค้า ทั้ง Specialty Coffee, Premium Matcha และ Bakery
  2. Consistency & Speed: บริหารจัดการเวลาเสิร์ฟและความสม่ำเสมอของรสชาติให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตเร่งด่วน
  3. Newness: สร้างความสดใหม่ผ่าน Seasonal Menu และการ Collaboration ในอนาคต

ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล  แบรนด์ได้สร้างหลักสูตรการฝึกอบรมพนักงานที่ผสานจุดเด่นของสองวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน คือการนำ “ความใส่ใจ ละเมียดละไมแบบเชียงใหม่” มาปรับเข้ากับ “ความรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพแบบคนกรุง” ทั้งในมิติของ Service Mindset และ Operational Efficiency เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าในทุก Touchpoint

“ในส่วนของวัตถุดิขบหลักจากเชียงใหม่ยังคงถูกควบคุมตั้งแต่ต้นทางมีการวางแผน production และ delivery เป็นระบบเพื่อรักษาคุณภาพ พร้อมบริหารต้นทุนให้เหมาะสมในระยะยาว”

 

ส่องเมนูไฮไลต์ และยุทธศาสตร์การเติบโตในอนาคต

ด้านเมนูที่ The Baristro สาขา มาร์เก็ตเพลส ทองหล่อ แห่งนี้พร้อมเสิร์ฟเมนูหลากหลายตอบโจทย์ทั้งสายกาแฟและ Non-Coffee อาทิ Hot Latte (95 บาท), Iced Americano (95 บาท), Aerocano กาแฟสกัดเย็นสไตล์ใหม่เนียนนุ่มคล้าย Nitro Cold Brew (125 บาท), Soft Matcha มัทฉะพรีเมียมผสานนมและซอฟต์ครีม (185 บาท), Pink Panther เครื่องดื่มรีเฟรชชิ่งสกัดจากสาลี่ สตรอว์เบอร์รี และกุหลาบ (145 บาท) และ Baristro Beer เครื่องดื่มเก๊กฮวยท็อปครีมชีสยอดนิยม (140 บาท) รวมถึงเบเกอรี่อบสดใหม่ทุกวันอย่าง Almond Croissant (140 บาท) และ Sweet Potato Bun (80 บาท)

 

 

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต  “คุณธนิต” บอกว่า ตั้งเป้าขับเคลื่อนแบรนด์สู่การเป็น Lifestyle Coffee Brand แบบครบวงจร โดยมีแผนขยายสาขาอย่างพิถีพิถันในทำเลที่มีศักยภาพสูง พร้อมมองหาโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และการคอลแลบบอเรชันอย่างต่อเนื่อง

“การเปิดสาขาแรกในกรุงเทพฯ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ The Baristro จากนี้เราจะค่อยๆ ขยายการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยยังคงรักษามาตรฐานทั้งด้านกาแฟ การบริการ และประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมมองหาโอกาสในการนำ The Baristro ไปสู่ทำเลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในอนาคต” คุณธนิต กล่าวทิ้งท้าย


แชร์ :

You may also like