การแข่งขันของศูนย์การค้าในวันนี้ ไม่ได้อยู่ที่จำนวนร้านค้าหรือพื้นที่เช่าอีกต่อไป แต่คือความสามารถในการเป็น “Lifestyle Ecosystem” ที่ตอบโจทย์ชีวิตผู้บริโภคได้ครบทุกมิติ นี่คือแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังแคมเปญ “ยิ้มใหญ่ งามวงศ์วาน” ของ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ที่ต้องการตอกย้ำบทบาทการเป็น One Complete Lifestyle Destination ศูนย์กลางการใช้ชีวิตครบวงจรของชาวกรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรี ภายใต้แนวคิด “ครบ จบ ใกล้บ้าน ในมาตรฐานระดับเมือง” ผ่านการส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ทั้งการกิน ช้อป ใช้ชีวิต และกิจกรรมสำหรับทุกคนในครอบครัว
วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงการรีโนเวทพื้นที่ แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนในย่านกรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรี ให้สามารถเข้าถึงประสบการณ์ระดับเมืองได้ใกล้บ้านมากที่สุด
ด้วยทำเลที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อ ทำให้ครอบครัวสามารถลดเวลาในการเดินทาง และมีเวลาคุณภาพร่วมกันมากขึ้น จนกลายเป็นพื้นที่ที่ทำหน้าที่เสมือน “บ้านหลังที่สอง” ของผู้คนทุกเจเนอเรชัน และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการใช้ชีวิตสำคัญของย่านนี้มาอย่างยาวนาน
5 จุดแข็งที่ทำให้ “งามวงศ์วาน” เป็นมากกว่าศูนย์การค้า
1. City-Level Dining ยกร้านดังระดับเมืองมาไว้ใกล้บ้าน
หนึ่งในแม่เหล็กสำคัญคือการรวบรวมร้านอาหารยอดนิยมที่ปกติผู้บริโภคอาจต้องเดินทางเข้าเมือง ไม่ว่าจะเป็น CHAGEE, MO-MO PARADISE, OH! JUICE, SHABU BARU, SOURI, SUSHIRO, WINGSTOP และ UNO COFFEE พร้อมเตรียมเปิดร้านใหม่เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
แนวคิดนี้สะท้อนเทรนด์สำคัญของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก และต้องการเข้าถึงประสบการณ์ระดับพรีเมียมได้ในพื้นที่ใกล้บ้าน
2. Completed Lifestyle Brands ครบทุกหมวดในที่เดียว
เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ยังเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในฐานะศูนย์รวมแบรนด์ครบวงจร ตั้งแต่กลุ่ม Beauty & Wellness ไปจนถึง Fashion และ Sport
โซน Beauty Hall รวบรวมแบรนด์ความงามระดับโลก เช่น Charlotte Tilbury, Clarins, Hourglass, Kiehl’s และ YSL Beauty รวมถึงร้านมัลติแบรนด์อย่าง Eveandboy และ Konvy พร้อมคลินิกและซาลอนชั้นนำกว่า 40 แบรนด์
ขณะที่กลุ่มแฟชั่นและกีฬา มีแบรนด์ดังตั้งแต่ Adidas Originals, Ari Football, Decathlon, Gentlewoman, H&M, JD Sports, Muji, Niko and…, Pomelo, Puma, Skechers, Uniqlo ไปจนถึง 2nd Street ครอบคลุมทุกเจเนอเรชันของนักช้อป
3. IT & Lifestyle Hub ศูนย์รวมเทคโนโลยีแห่งกรุงเทพฯ ตอนเหนือ
อีกหนึ่งจุดเด่นคือ Power Mall ซึ่งถูกวางให้เป็นศูนย์รวมเทคโนโลยีและเครื่องใช้ไฟฟ้า AI ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ตอนเหนือ บนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร รวมแบรนด์เทคโนโลยีกว่า 200 แบรนด์ ทั้งสมาร์ทโฟน ไอที เกมมิ่ง และแกดเจ็ตครบวงจร
นอกจากนี้ยังมีโซน The Living ที่ตอบโจทย์คนรักบ้าน ด้วยสินค้าเครื่องครัวและของตกแต่งบ้านจากแบรนด์ชั้นนำหลากหลายแบรนด์
4. Family Destination พื้นที่แห่งความสุขของทุกคนในบ้าน
เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ยังให้ความสำคัญกับการเป็น Family Destination ผ่านการสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัวเข้าด้วยกัน
ไม่ว่าจะเป็น BETREND, Fantasia Lagoon, Fitness First, Harborland, Joyliday, Kids Planet, Pet Club, Peta Pet Shop และโรงภาพยนตร์ SF Cinema ที่ทำให้สมาชิกทุกวัยสามารถใช้เวลาร่วมกันได้ในสถานที่เดียว
5. Smart Convenience สะดวกครบทุกมิติ
นอกจากร้านค้าและบริการแล้ว เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ยังยกระดับประสบการณ์ด้วยบริการที่ออกแบบจากความเข้าใจวิถีชีวิตของผู้บริโภคในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น Auto Parking รองรับกว่า 600 คัน, Valet Parking, Pet Parking, รถตู้รับ-ส่งฟรีจาก MRT สถานีกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงบริการช่วยเหลือพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือระหว่างการใช้บริการ
“ยิ้มใหญ่ งามวงศ์วาน” แคมเปญที่คืนกำไรให้ทั้งย่าน
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำภาพของการเป็น Lifestyle Destination อย่างเต็มรูปแบบ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน จึงเปิดตัวแคมเปญ “ยิ้มใหญ่ งามวงศ์วาน” ระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 มอบสิทธิประโยชน์รวมมูลค่ากว่า 37 ล้านบาท ให้กับสมาชิก M Card ตลอดระยะเวลา 111 วัน
ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่
- BIG SMILE BIG PRIZE ลุ้นรับรวม 10 ล้าน M Point
- BIG SMILE ITEM รับของพรีเมียมสะสมประจำเดือน
- BIG SMILE COUPON รับคูปองส่วนลดมูลค่ารวม 1,100 บาท
- EXCLUSIVE PRIVILEGE สิทธิ์จอดรถฟรี 3 เดือน สำหรับลูกค้ากลุ่ม High Spending
- BIG WOW รับคะแนน M Point สูงสุด 15 เท่า ในช่วงกิจกรรมพิเศษ
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสร้างประสบการณ์ตลอดทั้งแคมเปญ ไม่ว่าจะเป็นงาน Platform613 สำหรับสายลี้ลับและเกมผจญภัย รวมถึงงาน Cha Cha Cha Panda Town ที่ยกกองทัพแพนด้ากว่า 1,000 ตัว พร้อมแพนด้ายักษ์สูง 6 เมตร มาสร้างสีสันให้กับผู้มาเยือนทุกวัย
หากมองในมุมการตลาด สิ่งที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน กำลังทำ ไม่ใช่เพียงการดึงคนเข้าศูนย์การค้า แต่คือการสร้าง “พื้นที่แห่งการใช้ชีวิต” ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ครบทุกมิติ ตั้งแต่การกิน ช้อปปิ้ง สุขภาพ ความบันเทิง ครอบครัว ไปจนถึงบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ไม่ได้วางตัวเองเป็นเพียงศูนย์การค้า แต่กำลังก้าวสู่การเป็น One Complete Lifestyle Destination ที่เติบโตไปพร้อมกับผู้คนในกรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรีจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมส่งต่อ “รอยยิ้มใหญ่” ให้กับทุกคนในย่านอย่างแท้จริง
*สามารถติดตามสิทธิพิเศษต่างๆ และโปรโมชั่นต่างๆ ได้ที่ Facebook: The Mall Group หรือ https://themalllifestore.com/
#ยิ้มใหญ่งามวงศ์วาน #ช้อปกินยิ้มใหญ่ #เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์งามวงศ์วาน










