ในยุคที่ตลาดสุขภาพและความงาม (Health & Beauty) ไม่ได้แข่งขันกันเพียงแค่ใครมีสินค้าราคาถูกที่สุด แต่แข่งขันกันที่ ใครเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคได้มากกว่า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการแบบเฉพาะตัวแต่ละบุคคล (Personalization) ให้มากที่สุด
Watsons (วัตสัน ประเทศไทย) กางยุทธศาสตร์ 2026 พร้อมเปิดกลยุทธ์เพื่อพิชิตใจลูกค้ายุคใหม่ด้วยการเดินหน้าขยายสาขาควบคู่ไปกับการส่งแคมเปญระดับตำนาน “Super Buffet” ที่ถูกยกระดับสู่การเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหม่ในโลกการค้าปลีก เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสรรตามต้องการ
กางยุทธศาสตร์ 2026 ขยายอาณาจักร 800 สาขา ครอบคลุม 77 จังหวัด
คุณอิศราวดี มีป้อม Customer Controller วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า แผนการดำเนินของวัตสันในปีนี้ยังคงเป็นการการมุ่งเน้นกลยุทธ์การเชื่อมต่อประสบการณ์ชอปปิงแบบไร้รอยต่อ (Seamless Shopping Experience) ระหว่างหน้าร้านที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ และช่องทางวัตสันออนไลน์ เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายและความรวดเร็วในทุกช่องทาง
พร้อมวางเป้าหมายภายในปี 2569 จะมีจำนวนสาขาทั่วประเทศมากกว่า 800 สาขา ซึ่งนับเป็นการขยายตัวที่ครอบคลุมครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมมุ่งเน้นการสร้าง Emotional Engagement ความสนุกสนานในทุกโมเม้นท์ของการชอปปิงให้กับลูกค้า ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ออกแบบความคุ้มค่าในแบบของตัวเองได้อย่างสนุกสนาน

คุณอิศราวดี มีป้อม
จาก ‘Signature’ สู่ ‘Super Buffet’ 18 ปี แห่งความสำเร็จของโปรโมชันระดับตำนาน
หากพูดถึงแคมเปญที่เป็นภาพจำของวัตสัน ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้ตลาดความงามไทยมาอย่างยาวนานกว่า 18 ปี คงหนีไม่พ้น “Watsons Buffet” และในปี 2569 นี้ วัตสันได้ยกระดับความคุ้มค่าขึ้นไปอีกขั้นภายใต้ชื่อ “Super Buffet” ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง
สูตรแห่งความสำเร็จคือความแตกต่างของ “บุฟเฟต์” ในสไตล์วัตสัน ไม่ใช่การบริโภคปริมาณมากในเวลาที่จำกัดเหมือนในธุรกิจร้านอาหารหรือคาเฟ่ แต่คือการส่งมอบ “อิสระในการชอปที่ออกแบบเองได้” (Personalization) ซึ่งกลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้แคมเปญนี้ก้าวเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค โดยมี 3 เสาหลักสำคัญคือ:
- Shopping Empowerment: การมอบสิทธิอำนาจให้ลูกค้าเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์สินค้า 3 ชิ้นได้ตามใจ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องหมวดหมู่ เช่น การนำสกินแคร์มาจับคู่กับเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- Unbeatable Variety: ความหลากหลายของสินค้าที่เหนือกว่า ด้วยจำนวนไอเทมที่เข้าร่วมรายการมากกว่า 2,400 รายการ ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์
- Moment of Shopping: การเปลี่ยนการชอปปิงให้เป็น “ความสนุก” ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่เพลินไปกับการสำรวจและจัดดีลเฉพาะตัว (Customized Deal) ในราคาเดียว
เจาะอินไซต์ผู้บริโภค ทำไม ‘อิสระ’ ถึงชนะ ‘เซ็ตสำเร็จรูป’
จากผลสำรวจความคิดเห็นของสมาชิกวัตสัน คลับ กว่า 4,000 คน ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2025 พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองหาเพียงแค่สินค้าราคาถูก แต่โหยหา “อิสระในการเลือก” สิ่งที่จำเป็นสำหรับตนเองจริงๆ
คุณอิศราวดี กล่าวอีกว่า วัตสันมองเห็นว่าการจัดเซ็ตสำเร็จรูป (Pre-packaged sets) อาจไม่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวที่มีความหลากหลายสูงในปัจจุบัน การให้ลูกค้าเลือก 3 ชิ้นเองจึงเป็นการเปลี่ยนโปรโมชันธรรมดาให้กลายเป็น “สนามแห่งความคิดสร้างสรรค์” ช่วยสร้าง Emotional Engagement และความผูกพันกับแบรนด์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
“ทุกวันนี้เราอยู่ในยุคที่การตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัว (Personalization) คือหัวใจสำคัญของการตลาด ดังนั้นวัตสันจึงมองว่าแค่ความคุ้มค่าอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องเป็นความคุ้มที่ตอบโจทย์ตัวตนด้วย” คุณอิศราวดีกล่าว
ดึง DATA พัฒนาคอนเทนต์ กลยุทธ์พิชิตใจ Gen Z และ Silver Age
นอกจากนี้เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความแตกต่างกันออกไป วัตสันได้นำ Data มาวิเคราะห์พฤติกรรมการชอปที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน:
- Gen Z: ชื่นชอบความสนุก มักเลือกชอปสินค้าตามเทรนด์ (Trending Items) เพื่อนำไปสร้างคอนเทนต์หรือแชร์ต่อในโซเชียลมีเดีย วัตสันจึงเน้นการสื่อสารผ่าน TikTok และ Influencer
- Silver Age: เป็นกลุ่ม “นักชอปสายเหตุผล” (Rational Shopper) ที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในระยะยาว โดยมักเน้นตุนสินค้ากลุ่มสุขภาพ เวชสำอาง และผลิตภัณฑ์ดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล
นอกจากแคมเปญนี้แล้วอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มยอดช้อปปิ้งต่อครั้ง (Basket Size) คือการสร้างความแตกต่างระหว่างลูกค้าทั่วไปและสมาชิกวัตสัน คลับ โดยเปิดโอกาสให้สมาชิกเข้าถึงกลุ่มราคาสินค้าที่พรีเมียมมากขึ้น (เช่น กลุ่มราคา 298 บาท และ 598 บาท) ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มยอดขายแล้ว ยังเป็นการตอกย้ำถึงสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่าของการเป็นสมาชิก และสร้าง Brand Loyalty ในระยะยาว






