ในวันที่ตลาดเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องฟังก์ชัน แต่ต้องแย่งชิง “พื้นที่บนโซเชียลมีเดีย” ไปพร้อมกัน แบรนด์เครื่องแก้วอย่าง Ocean Glass ซึ่งมีอายุมากว่า 44 ปี กำลังเดินเกมครั้งสำคัญ ด้วยการจับมือกับคาแรกเตอร์สุดไวรัลอย่าง “Butterbear” เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษแบบจัดเต็มถึง 4 ซีซั่นตามฤดูกาลต่างๆ ในประเทศไทย หวังขยายฐานสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ และรีเฟรชภาพจำแบรนด์จาก “แก้วของคุณแม่” ให้กลายเป็นไอเท็มไลฟ์สไตล์ที่คนรุ่นใหม่อยากสะสม
ปััจจุบัน Ocean Glass มีแบรนด์ทั้งหมด 3 แบรนด์ในพอร์ตฟอลิโอ้ ประกอบด้วย Ocean / Lucaris และ Posh มีสินค้ามากกว่า 150 คอลเลกชั่น หรือกว่า 500 SKUs กำลังการผลิตปีละ 130 ล้านใบ ในปีที่ผ่านมา Ocean Glass มีรายได้ราว 1,700 ล้านบาท 65-70% มาจากตลาดต่างประเทศ โดยเน้นที่ประเทศในอาเซียน จีน และเอเชีย-แปซิฟิก ส่วนรายได้ภายในประเทศมาจากลูกค้า 3 กลุ่ม คือ หนึ่ง. ลูกค้า HoReCa โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้าน Fine Dine ประมาณ 30-40% สอง. ลูกค้า B2B องค์กรต่างๆ มีสัดส่วนอยู่ที่ 30% และที่เหลือเป็นลูกค้า B2C
โจทย์ใหญ่ของ Ocean Glass ในตอนนี้ก็คือ ต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้จาก B2C และสร้างแบรนด์ให้ Relevance ในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น เนื่องจากแบรนด์ได้มีการทำรีเสิร์ชแล้วพบว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่รู้จักแบรนด์ Ocean Glass และเมื่อเห็นสินค้าจริงถึงแม้จะรู้สึกว่ามีคุณภาพดี แต่ก็ Remind ไปถึง “แก้วของคุณแม่”
จนเป็นที่มาของการทำ Collaboration กับ “Butterbear” ภายใต้แคมเปญ My Pleasure Moment ส่งความฮีลใจ ของน้องเนยให้ตอบโจทย์ทุกๆ โมเมนต์ของมัมหมี-พ่อหมี เชื่อมโยง Emotional Connection ทำให้แบรนด์มีโอกาสไปอยู่ในการใช้งานจริง และด้วยโจทย์นี้เอง ทาง Ocean Glass จึงจัดใหญ่ระดับ “เบิ้ม” ด้วยการวางแผนเปิดตัวสินค้า 4 คอลเลกชั่นตามฤดูกาล Summer / Rainy / Autumn /Winter ให้มัมหมี พ่อหมีเลือกซื้อให้สาแก่ใจ
เพราะว่า “Butterbear” ไม่ได้เป็นเพียงแค่มาสคอตของร้านขนมหวาน แต่เป็นศิลปินฉาววัยฉามขวบที่มีฐานแฟนคลับ มัมหมี และ พ่อหมี เหนียวแน่นทั้งในไทยและต่างประเทศ จนเกิดเป็น The Power of Fandom ที่หลายต่อหลายครั้ง “มัมหมี-พ่อหมี” พิสูจน์แล้วว่าพลังซื้อนั้นสูงมาก เช่นเดียวกันกับที่ Ocean Glass ได้เปิดตัวคอลเลกชั่น Summer ออกมาชิมลางทาง TikTok เพียงแค่ 15 นาที สินค้าบางไอเท็มก็ Sold Out ก่อนที่จะหมดทั้งคอลเลกชั่นภายใน 1 ชั่วโมง
คุณธีรนี กิตติธีระนนทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเชียนกลาส จำกัด (มหาชน) อธิบายว่า “ถึงแม้ว่า Ocean Glass จะเคยผลิตแก้วที่ใช้คาแร็กเตอร์ดังมาแล้ว แต่ก็เป็นการผลิตตามความต้องการของคู่ค้า เช่น ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ นี่เป็นครั้งแรกที่เราทำสินค้าคอลเลกชั่นตัวละครลิขสิทธิ์ด้วยตัวเอง ตั้งแต่คิด ออกแบบ และเลือกวางแผนช่องทางการขายเอง ซึ่งเราเลือกน้องเนย เพราะเวลาที่เรามองน้อง เราเห็นถึงความน่ารัก สดชื่น ฮีลใจ และเราอยากทำให้ Exclusive ดังนั้นสินค้าบางชิ้นจะมีหลักพัน บางชิ้นจะมีหลักร้อยเท่านั้น และพิเศษสุด ก็คือเซ็ทพิเศษเซ็ทชงชา ที่เราไม่เคยทำมาก่อน เพื่อจับพฤติกรรมกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่นิยมชาเขียวมากขึ้น สินค้าเซ็ทนี้เราจะทำเพียง 1,406 ชิ้นเท่านั้น ตรงตามวันเกิดของน้องเนย วางจำหน่ายในเดือนหน้า”
นอกเหนือจากคาแร็กเตอร์ของน้องเนยที่ปรากฏบนไอเท็มต่างๆ แล้ว ตัว “สินค้า” ก็สะท้อนไลฟ์สไตล์และกิจกรรมของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ขวดน้ำ / จาน / ช้อน
“เราเชื่อว่า แก้ว สามารถใช้ได้ทุกโมเมนต์ ที่ผ่านมาเราเสียส่วนแบ่งให้กับ Tumbler หรือว่าแก้วพลาสติก แต่แก้วก็ยังมีจุดเด่นทั้งเรื่องความสวยงาม เห็นเครื่องดื่มที่อยู่ข้างใน ความสะอาด และเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เราอาจจะเน้นแก้วที่อยู่ในบ้าน การปรับตัวให้เข้าหาผู้บริโภคมากขึ้น เราก็เริ่มจากการไปฟังเสียงลูกค้า ลูกค้าของว่าแก้วมันร้อน เราก็เพิ่มที่จับให้ อยากได้ฝาปิด เราก็มี หรือแม้แต่อยากได้ถุงใส่แก้ว เราก็ทำ เพื่อเข้าไปอยู่ในทุกช่วงโมเมนต์จริงๆ และนับจากนี้เราก็จะมีสินค้าที่ Up to Date เพิ่มมากขึ้นจากเดิมที่มีประมาณ 20% ก็จะทำให้เป็น 30-40% ภายใน 3 -5 ปี”
“เป้าหมายของเราก็คือ อยากให้คนไทยรู้จัก Ocean Glass ในมุมที่เราเป็นแก้วระดับโลก ตอบโจทย์ทั้งเรื่องคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ ความหลากหลายของสินค้า และเรามีมากกว่าแค่แก้วในบ้าน” คุณธีรนี กล่าว
ส่วนช่องทางการจัดจำหน่ายในแคมเปญ Ocean x Butterbear มีทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยที่แต่ละช่องทางจะมีของสมนาคุณพิเศษที่แตกต่างกันเพื่อให้เกิดความน่าสะสม (Collectible) หรือแม้แต่จุดจำหน่ายที่ King Power ก็มีความพิเศษเช่นกัน เพื่อตอบโจทย์มันหมี พ่อหมีอินเตอร์
นอกจากสินค้าทั้ง 4 +1 คอลเลกชั่นแล้ว ทาง Ocean Glass ยังเตรียมทำเรื่องลาทีชเชอร์เมย์ เพื่อพาน้องเนยไปแต่งตัวโสย รอพบกับมัมๆ แด๊ดๆ ที่บ้าน ให้สมมงเจ้าหญิงแห่งเอ็มสเฟียร์ ในวันที่ 26 สิงหาคม อีกด้วย






