ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนหลายอุสาหกรรมต่างต้องปรับตัวรับความท้าทายใหม่ เช่นเดียวกับ “โลกแฟชั่น” ที่ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาต้องเผชิญความท้าทายอย่างหนัก ทำให้หลายแบรนด์ดังต่างปรับตัว
VICKTEERUT (วิคธีร์รัฐ) แบรนด์แฟชั่นระดับแถวหน้าสัญชาติไทย คืออีกหนึ่งแบรนด์ที่เดินหน้ากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ล่าสุดกับการประกาศแตกไลน์ธุรกิจใหม่ “ชุดยูนิฟอร์ม” และ “ชุดแต่งงาน” อย่างเต็มตัว หลังซุ่มเงียบมานานกว่า 5 ปี
กางแผนปี 2569 รุกตลาด “ยูนิฟอร์ม–ชุดแต่งงาน”
คุณแป้ง- อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 18 ปี VICKTEERUT ยังครองใจลูกค้าได้อย่างเหนียวแน่นด้วยหัวใจสำคัญอย่างงานตัดเย็บสไตล์เทเลอริ่งที่ประณีตและเฉียบคม แม้ภาพรวมตลาดแฟชั่นปี 2568 จะเผชิญสภาวะชะลอตัว แต่แบรนด์ยังสร้างการเติบโตของยอดขายได้ในระดับ Single Digit ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าพึงพอใจ
โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากกลุ่มธุรกิจชุดยูนิฟอร์มและชุดแต่งงานที่เข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอให้แข็งแกร่ง ควบคู่กับการเติบโตของช่องทางออนไลน์ที่ช่วยขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น รวมถึงการร่วมแฟชั่นโชว์ระดับโลก ณ New York Fashion Week ที่ช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นและสร้างความลอยัลตี้ให้กับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง”
โดยในปี 2569 ทางแบรนด์ขยายฐานลูกค้า ด้วยการตั้งเป้าตั้งเป้าดันสัดส่วนยอดขายกลุ่มยูนิฟอร์มให้แตะ 20% ของพอร์ตรายได้รวม โดยล่าสุดตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดีไซน์ ด้วยการได้รับความไว้วางใจให้ออกแบบชุดยูนิฟอร์มให้กับองค์กรระดับแนวหน้า ไม่ว่าจะเป็น Sansiri (แสนสิริ) ที่เน้นภาพลักษณ์ความหรูหราทันสมัยในแบบโมเดิร์นลักชัวรี, The Standard Pattaya กับดีไซน์ที่สะท้อนความสนุกและไลฟ์สไตล์ระดับโลก นอกจากนี้ยังมีธนาคารเกียรตินาคิน, ทรูสเฟียร์, อนันตาจิวเวอรี่, Rakxa และ The Standard, Hua Hin ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แบรนด์เป็นรู้จักในกลุ่มองค์กรต่างๆ
โปรเจกต์ยักษ์ เบื้องหลังยูนิฟอร์ม Cafe Amazon กว่า 6 หมื่นชิ้นทั่วไทย
หนึ่งในโปรเจกต์ยักษ์ของปีคือการได้ร่วมออกแบบชุดยูนิฟอร์ม ให้กับ Café Amazon และ Café Amazon Experience แฟล็กชิป สโตร์แห่งใหม่ใจกลางอารีย์ ซึ่งเป็นการสั่งผลิตล็อตใหญ่ที่สุดที่แบรนด์เคยทำมา ภายใต้โจทย์ที่ว่าต้องดู “โมเดิร์น” ให้สอดคล้องกับรีเทลยุคใหม่ แต่ยังคงฟังก์ชันที่ทำงานได้สะดวกจริง โดยล็อตแรกมียอดสั่งผลิตสูงถึง 60,000 ชิ้น
คุณแป้ง เผยว่า นับเป็นอีกหนึ่งชิ้นงานที่มีความท้าทายเป็นอย่างมาก เพราะด้วยจำนวนการผลิตที่เยอะ และต้องออกแบบให้ดูทันสมัยเหมาะกับการใช้งานเ เราจึงนำแนวคิด ‘Identity Design’ ที่ดึงเอาอัตลักษณ์ของแต่ละองค์กรมาถ่ายทอดผ่านงานตัดเย็บคุณภาพสูง เพื่อสร้างความภูมิใจและเสริมสร้างความมั่นใจให้กับบุคลากรผู้สวมใส่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนภาพลักษณ์แบรนด์ให้โดดเด่นและมั่นคงอย่างยั่งยืน
ในส่วนของ Amazon Experience Flagship Store ที่อารีย์ โจทย์คือต้องทำให้พนักงานดู Modern และเข้ากับบรรยากาศของร้านรูปแบบใหม่ (Retail Experience) แต่ยังเน้นความคล่องตัวในการทำงาน แต่ยังคงความสวยงามและมีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ VICKTEERUT ส่วน สาขาทั่วประเทศ เน้นการออกแบบที่ดูเรียบง่ายแต่มีรายละเอียดในเรื่องของ “เส้นสาย” และ “การตัดเย็บ” ที่ดูเนี๊ยบกว่าเสื้อโปโลทั่วไป ใช้โทนสีที่บ่งบอกความเป็นแบรนด์ แต่ปรับทอนให้ดูร่วมสมัยมากขึ้น

คุณแป้ง- อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์
ยุคนี้องค์กรต่างก็ให้ความสำคัญกับยูนิฟอร์มมากขึ้น เพราะยูนิฟอร์มเป็นสิ่งที่บ่งบอก ง่ายที่สุดเลยคือ คุณทำงานที่ไหน บริษัทของคุณแสดงตัวตนถึงอะไร คุณอยากให้คนเห็นบริษัทของคุณในแบบไหน เพราะฉะนั้น ยูนิฟอร์มสามารถถ่ายทอดความเป็นตัวตนของบริษัทได้เป็นอย่างแรกเลย” คุณแป้งกล่าว
VICKTEERUT The Marriage อีกหนึ่งขาธุรกิจใหม่ รับเทรนด์เจ้าสาว
นอกจากในกลุ่มชุดยูนิฟอร์มแล้ว “คุณแป้ง” ยังมีอีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังจะกลายมาเป็นอีกหนึ่งขาหลัก นั่นคือธุรกิจชุดแต่งงาน ภายใต้แบรนด์ VICKTEERUT The Marriage โดยได้เตรียมเปิดตัวโชว์รูมแห่งใหม่ ณ สุขุมวิท 93 ในปลายปี 2569 เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าชุดแต่งงานโดยเฉพาะ หลังจากประสบความสำเร็จสร้างปรากฏการณ์ไวรัลจากคอลเลกชันที่ผสมผสานงานฝีมือดอกไม้สดแบบไทยเข้ากับดีไซน์โมเดิร์น
ซึ่งชุดแต่งงานภายใต้แบรนด์ VICKTEERUT The Marriage จะเน้นความเป็นส่วนตัว (Custom-made) ที่พูดคุยกับเจ้าสาวอย่างละเอียด เพื่อให้ชุดสะท้อนตัวตนมากที่สุด มีความโมเดิร์นแต่ยังคงความประณีตสู โดยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาท (สำหรับชุดเรียบโก้) ไปจนถึงเกือบ 200,000 บาท (สำหรับงานปักหรืองานเทคนิคสูง)
“แม้คนไทยจะมีลูกน้อยลง แต่ว่าก็ยังให้ความสำคัญกับการแต่งงานอยู่ โดยเจ้าสาว 1 คนในยุคนี้โดยทั่วไป มีชุดเจ้าสาวอย่างน้อย 3 ชุดต่องาน นั่นคือ ชุดหมั่น ชุดงานเลี้ยง และชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้ ขณะที่กลุ่มเจ้าสาวที่เป็นคนมีเป็นเซเลปฯ หรือคนที่ให้ความสำคัญกับวันแต่งงงานมากๆ ก็จะมีชุดมากกว่า 3 ชุด นั่นทำให้เรามองว่าตลาดนี้ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก”
เพิ่มไซซ์ซิ่ง….กับขนาด XL และ 2XL เอาใจคุณสาวๆให้เลือกมากขึ้น
แม้จะขยายไลน์ไปยังธุรกิจใหม่มากขึ้น ทว่าลูกค้าเก่าขาประจำและลูกค้าใหม่ที่อยากลองสวมใส่ชุดของแบรนด์ก็ยังมีอีกมาก “คุณแป้ง” บอกว่า ปัจจุบันเราพบว่าลูกค้าประจำเป็นกลุ่ม Loyal Customer ที่ช้อปทุกเดือน แต่ปัจจุบันคนประหยัดขึ้นและเลือกซื้อของที่ใส่ได้นาน (Timeless) มากกว่าตามกระแส จาก Pain point ดังกล่าวนำไปสู่การปรับตัวเรื่องไซซ์ซิ่งที่หลากหลายมากขึ้น โดยแบรนด์พบว่าลูกค้าเดิมเริ่มมีอายุมากขึ้นและไซส์เปลี่ยน แต่ยังอยากใส่เสื้อผ้าของแบรนด์อยู่ ขณะเดียวกัน จึงมีแผนจะเพิ่มไซส์ XL และ 2XL ในอนาคต จากเดิมที่มีแค่ไซซ์ XS-L
“การเพิ่มไซซ์ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแพทเทิร์นของวิคธีร์รัฐมีความซับซ้อนสูง (Sharp & Tailored) การขยายไซซ์ให้ใหญ่ขึ้นแต่ยังคงความโก้ และทรงสวย ตาม Identity ของแบรนด์ ต้องผ่านการทดลองและฟิตติ้งอย่างละเอียด”
ทั้งนี้วางเป้าหมายการเติบโต 5% ในปีนี้ แม้จะดูเป็นตัวเลขที่ไม่สูง แต่ในสภาวะที่ปัจจัยภายนอกไม่เอื้ออำนวย เราเชื่อมั่นว่าเป็นเป้าหมายที่ตั้งอยู่บนความเป็นจริง โดยจะเน้นการเจาะตลาด Niche Market ที่แบรนด์เชี่ยวชาญ และรักษามาตรฐานงานตัดเย็บที่เป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ แบ่งเป็นยอดขายจากหน้าร้าน 30%, ออนไลน์ 30% ,ยูนิฟอร์ม 20% และชุดแต่งงาน 20%
“เป้าหมายการเติบโต 5% ในปีนี้ แม้จะดูเป็นตัวเลขที่ไม่สูง แต่ในสภาวะที่ปัจจัยภายนอกไม่เอื้ออำนวย เราเชื่อมั่นว่าเป็นเป้าหมายที่ตั้งอยู่บนความเป็นจริง โดยจะเน้นการเจาะตลาด Niche Market ที่เราเชี่ยวชาญ และรักษามาตรฐานงานตัดเย็บที่เป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์” คุณแป้งกล่าว
อย่างไรก็ตามปัจจุบัน VICKTEERUT ครอบคลุมทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อความสะดวกสูงสุดของลูกค้า โดยมีหน้าร้าน 5 สาขา ได้แก่ ทองหล่อ ซอย 4, สยามพารากอน, เอ็มโพเรียม, เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัลชิดลม









