HomeSponsoredวิสัยทัศน์ NT : เชื่อมทุกโอกาสให้ยิ่งใหญ่ เข้าถึง”ดิจิทัล”ง่าย-ปลอดภัย

วิสัยทัศน์ NT : เชื่อมทุกโอกาสให้ยิ่งใหญ่ เข้าถึง”ดิจิทัล”ง่าย-ปลอดภัย

แชร์ :

ท่ามกลางสมรภูมิธุรกิจโทรคมนาคมที่แข่งขันกันดุเดือด การเติบโตไม่ใช่เรื่องของความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่คือการวางรากฐานให้มั่นคงเพื่อพาองค์กรไปให้ไกล และนี่คือโจทย์ใหญ่ที่ “เสกสรรค์ มิตรเกษม” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจลูกค้าและการตลาด ของ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เร่งขับเคลื่อนอย่างจริงจัง

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

วิสัยทัศน์ของผู้บริหาร NT ในช่วงปี 2568–2569 ชัดเจนและหนักแน่น ในทิศทางก้าวไปข้างหน้าขององค์กรที่ต้องเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว พร้อมยืนหยัดในบทบาท “องค์กรแห่งชาติที่เชื่อมต่อเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อคนไทยทุกคน” ไม่ใช่เพียงผู้ให้บริการสัญญาณ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

ปี 2569 จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแบรนด์ NT ภายใต้แนวคิด “เชื่อมต่อทุกโอกาสให้ยิ่งใหญ่” สะท้อนการก้าวสู่การเป็น Digital Partner ที่เข้าถึงง่าย ใช้งานได้จริง และยืนอยู่เคียงข้างลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่ครัวเรือนทั่วไป ไปจนถึงภาครัฐและองค์กรขนาดใหญ่

“เสกสรรค์ มิตรเกษม”  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจลูกค้าและการตลาด กล่าวถึงการดำเนินงานในอนาคต ว่าหนึ่งในเป้าหมายที่ชัดที่สุด คือการขยายฐานลูกค้าอินเทอร์เน็ตบ้านสู่ 2.1 ล้านรายภายในปี 2569 เป้าหมายนี้ไม่ได้ตั้งขึ้นจากความมุ่งมั่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังตั้งอยู่บนจุดแข็งของ NT ที่มีโครงข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและหน่วยงานราชการ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นคงและมีศักยภาพในการต่อยอดการเติบโตของ NT

“เรามุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจจากการเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมแบบเดิมสู่การเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล  และเทคโนโลยีคลาวด์/IoT เพื่อสนับสนุนภาครัฐและเอกชนโดยมีเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและพันธมิตรทางธุรกิจ ทิศทางแบรนด์ของ NT ในปี 2569 จึงเน้นการเป็น Digital Partner ที่เข้าถึงง่ายและใช้งานได้จริงสำหรับผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม”

ในตลาดที่เต็มไปด้วยสงครามราคา NT เลือกเดินเกมด้วยความเสถียร คุณภาพ และความคุ้มค่า มากกว่าการแข่งขันแบบเผาไหม้ระยะสั้น การรักษาฐานลูกค้าเดิมให้เหนียวแน่น พร้อมพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ชีวิตจริง คือ “หัวใจของการเติบโตอย่างยั่งยืน”

ขณะเดียวกัน แนวคิด Customer First ถูกยกระดับจากคำขวัญสู่การปฏิบัติจริง โดยเฉพาะการดูแลผู้ใช้บริการซิมมือถือที่ใช้งานบนคลื่นความถี่ 850 MHz ที่สิ้นสุดใบอนุญาตในปี 2568 เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้ต่อเนื่อง “ซิมไม่ดับ” และความเชื่อมั่นไม่สะดุด เพราะในโลกดิจิทัล ความต่อเนื่องคือความไว้วางใจ NT ได้ดำเนินการดูแลผู้ใช้บริการโดยเน้นการโอนย้ายผู้ใช้งานอย่างราบรื่น (Seamless Migration) ไปยังคลื่นความถี่ 700 MHz ของ NT และโครงข่ายพันธมิตร ให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมจัดแพ็กเกจที่คุ้มค่า เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ความต้องการใช้งาน

การเติบโตของ NT ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดผู้บริโภค แต่กำลังขยายสู่การเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ภายใต้ Strategic Focus ปี 2568–2569 ที่เน้นรักษารายได้หลักจากธุรกิจสื่อสารไร้สายและบรอดแบนด์ ควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด พร้อมลุยธุรกิจใหม่อย่างคลาวด์ ศูนย์ข้อมูล และโซลูชันเทคโนโลยีครบวงจร

ในฐานะองค์กรภาครัฐที่สนับสนุนการพัฒนาประเทศด้วยเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมในทุกมิติ และยังเน้นการผลักดันกลุ่มธุรกิจดิจิทัล และธุรกิจนวัตกรรมเทคโนโลยี พร้อมขยายบริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ สอดคล้องนโยบายยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัลของรัฐบาล

“เสกสรรค์” ขยายความต่อว่า NT คาดหวังกลุ่มธุรกิจดิจิทัลขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2568 โดยมีสัดส่วนการเติบโตหลักจากบริการคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และดิจิทัลโซลูชัน โดยเฉพาะภายใต้โครงการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC-Government Data Center and Cloud) ที่มีการรวมศูนย์ข้อมูลหน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยเข้ามาใช้งานร่วมกันบนคลาวด์กลาง โดยพัฒนาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2565-2568 ปัจจุบันให้บริการจำนวน 62,748 VM รองรับการใช้งาน 1,202 หน่วยงาน 3,896 ระบบงาน ประหยัดงบประมาณรัฐแล้วกว่า 5,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาคลาวด์กลาง GDCC Open Data ซึ่งเปิดให้บริการในปีที่ผ่านมา โดยให้บริการภาครัฐแล้วจำนวน 23,155 VM รองรับการพัฒนาระบบและโครงการสำคัญของภาครัฐ อาทิ โครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการแพทย์ฉุกเฉิน การจัดทำเว็บไซต์โรงพยาบาลต่าง ๆ

ระบบแพลตฟอร์มการชำระเงิน ระบบการศึกษาวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ฯลฯ   โครงการการขยายบริการโซลูชัน e-Office ภายใต้คลาวด์กลาง GDCC โดยเป็นระบบบริหารจัดการสำนักงาน รูปแบบ e-Document / Paperless ที่พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารราชการเป็นระบบดิจิทัลครอบคลุมหน่วยงานรัฐในทุกระดับ ทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานสำคัญของรัฐบาลดิจิทัล ปัจจุบันมีลูกค้ากลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใช้บริการแล้ว 53.33% หรือจำนวน 4,152 หน่วยงาน จาก 7,842 หน่วยงาน มีผู้ใช้งานกว่า 115,569 ยูสเซอร์ และลูกค้าองค์กรภาครัฐ จำนวน 110 หน่วยงาน มีผู้ใช้งานกว่า 129,000 ยูสเซอร์

ขณะเดียวกัน NT ยังเดินหน้าสู่ธุรกิจใหม่ กำหนดแนวทางพัฒนาบริการที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีด้าน AI เข้ามามีบทบาทในการเสริมศักยภาพการให้บริการมากขึ้น โดยพร้อมที่จะพิจารณาสรรหาพันธมิตรในธุรกิจด้านคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ไมโครเซอร์วิส ซิสเต็มอินทิเกรชัน และโซลูชันด้านการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลดิจิทัล เพื่อร่วมกันพัฒนาบริการให้มีประสิทธิภาพสามารถตอบสนองความต้องการใช้บริการของทุกภาคส่วนได้อย่างยั่งยืน โดยใช้จุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความเป็นหน่วยงานรัฐที่เชี่ยวชาญในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไทยอย่างยาวนาน มีลูกค้าภาครัฐเป็นหลัก และการส่งเสริมจากนโยบายรัฐที่สามารถเพิ่มโอกาสการแข่งขัน NT ยังร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจด้านบริการดาวเทียมวงโคจรต่ำกับ Eutelsat OneWeb อีกหนึ่งโครงข่ายสื่อสารที่ขยายการเข้าถึงบริการดิจิทัล  ลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย โดยเสริมการเชื่อมโยงระดับภูมิภาค เพิ่มศักยภาพประเทศไทยให้รองรับการเป็นศูนย์กลางอาเซียนได้อย่างมั่นคง และให้ประเทศไทยมีเส้นทางเชื่อมข้อมูลออกสู่ต่างประเทศที่หลากหลาย

“โครงการสำคัญอย่าง  GDCC คลาวด์กลางภาครัฐ  และ NT nexConnect โครงข่ายเคเบิลใต้น้ำและดาวเทียม  รวมถึงการพัฒนาโครงข่าย 5G คือหมากยุทธศาสตร์ที่วางไว้เพื่อรองรับการเชื่อมต่อระดับประเทศและภูมิภาคอาเซียน” เสกสรรค์ กล่าวย้ำ

แม้หลังการควบรวมองค์กร รายได้ในช่วงแรกจะลดลง  โดยปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 8.7 หมื่นล้านบาท แต่ตัวเลข 11 เดือนแรกของปี 2567 ที่ทำได้กว่า 7,955 ล้านบาท สะท้อนสัญญาณฟื้นตัวและแนวโน้มเติบโตจากธุรกิจใหม่ที่กำลังเดินหน้าเต็มกำลัง

“ปัจจุบัน บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ของเอ็นที เมื่อสิ้นปี 68 ที่ผ่านมามีฐานลูกค้าจำนวน  1,939,811 ราย  สร้างรายได้  จำนวน 9,964.82 ล้านบาท  โดยเป้าหมายในปีนี้ หลังจากรุกตลาดสร้างแบรนด์แล้ว ตั้งเป้าหมายเพิ่มลูกค้าเป็น  2.1ล้าน ราย สร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 11,000 ล้านบาท  ขณะที่ธุรกิจมือถือ my by NT สิ้นปีที่ผ่านมา มีฐานลูกค้า 2.4 ล้านเลขหมาย เป็นลูกค้าแบบเติมเงิน 90% และลูกค้ารายเดือน 10%  ซึ่งการเปิดแคมเปญสร้างแบรนด์ ในปีนี้ จะช่วยให้ NT มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาวต่อไป”

แน่นอนว่า ความท้าทายในตลาดค้าปลีกยังมีอยู่ โดยเฉพาะการแข่งขันกับเจ้าตลาดรายใหญ่ในเมือง แต่ NT เลือกยืนในจุดที่ชัดเจน เน้นความคุ้มค่า เข้าถึงได้ และตอบโจทย์กลุ่มที่ต้องการความประหยัด

ขณะเดียวกันก็เร่งลดความซ้ำซ้อนภายในองค์กร ใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงแผนธุรกิจ แต่คือความมุ่งมั่นที่จะยกระดับ NT จากผู้ให้บริการโทรคมนาคมแบบดั้งเดิม สู่การเป็นแกนกลางของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทย เพราะการเติบโตของ NT ไม่ได้หมายถึงตัวเลขรายได้ที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่หมายถึงโอกาสที่เพิ่มขึ้นของคนไทยทั้งประเทศ เมื่อเทคโนโลยีเข้าถึงได้จริง โอกาสก็เติบโตได้จริงเช่นกัน


แชร์ :

You may also like