ยักษ์ใหญ่ในวงการสุขภาพ Herbalife ประกาศซื้อกิจการ Bioniq ผู้ผลิตอาหารเสริมแบบ “เฉพาะบุคคล” จากอังกฤษ ด้วยมูลค่าดีลสูงถึง 55 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยกิจการนี้ยังมีผู้ถือหุ้นเป็นคนดังอย่าง Cristiano Ronaldo ร่วมเสริมทัพอีกแรง
ถือเป็นอีกหนึ่งการซื้อกิจการที่น่าจับตา เพราะดีลนี้เป็นการสะท้อนว่า Herbalife มองตลาดอาหารเสริมเฉพาะบุคคล หรือ personalized supplements เป็นโอกาส โดยจุดเด่นของธุรกิจในลักษณะนี้คือการใช้ข้อมูลต่าง ๆ เช่น ประวัติสุขภาพ, ผลตรวจเลือด ฯลฯ มาพัฒนาสูตรวิตามินแบบเฉพาะเจาะจงให้กับลูกค้าแต่ละคน
อีกหนึ่งความน่าสนใจคือ ผู้ก่อตั้ง Bioniq เองก็เป็นอดีตนักกีฬา โดยเขาคือ Vadim Fedotov อดีตนักบาสเก็ตบอลจากเยอรมนี ที่ผันตัวมาเปิดธุรกิจ เพราะอยากให้ข้อมูลสุขภาพกลายเป็นสิ่งที่ช่วยให้อาหารเสริมทำงานได้แบบเฉพาะเจาะจงจริง ๆ
Bioniq ทำงานอย่างไร
สำหรับการให้บริการของ Bioniq มีสองรูปแบบ โดยรูปแบบแรก หรือที่บริษัทใช้คำว่า Pro จะเป็นการตรวจเลือด และวิเคราะห์ผล จากนั้นก็สร้างสูตรวิตามินแบบเฉพาะบุคคล โดยจะปรับสูตรใหม่ให้ทุก 3 เดือน ตามผลร่างกาย
ส่วนรูปแบบที่สองเป็นแบบทั่วไป (GO) ซึ่งไม่ต้องตรวจเลือด แต่ต้องตอบแบบสอบถามออนไลน์และใช้ AI วิเคราะห์โดยเทียบกับฐานข้อมูล จากนั้นก็ผลิตวิตามินขึ้นมา โดยทั้งสองรูปแบบเป็น Subscription model (คิดเป็นรายเดือนโดยมีราคาอยู่ระหว่าง 75 – 150 เหรียญสหรัฐ) เน้นเจาะกลุ่มผู้หญิง, คนชอบเล่นฟิตเนส และกลุ่มอายุ 50+ ที่ให้ความสำคัญกับ Longevity โดยปัจจุบัน บริษัทมีลูกค้าหลักล้านราย และในการซื้อกิจการครั้งนี้ ทาง Herbalife จะได้รับสินทรัพย์ทั้งหมด เช่น ตัวซอฟท์แวร์ และข้อมูลลูกค้า Bioniq รวมถึงให้สิทธิ์ Herbalife ในการซื้อ Bioniq LAB ด้วย (เป็นห้องปฏิบัติการเฉพาะที่ทำการศึกษาวิจัยด้านโมเลกุลขนาดเล็กและเปปไทด์)
ทั้งนี้ ดีลดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2 ของปีนี้ อีกทั้งยังสะท้อนว่า เทรนด์ของวงการอาหารเสริมได้เดินมาสู่การผนวกข้อมูลส่วนบุคคล เข้าไปในผลิตภัณฑ์ และกำลังปรับรูปแบบการขายจากผลิตภัณฑ์แบบแมสไปสู่ “วิตามินสูตรเฉพาะตัว” ที่ใช้ข้อมูลสุขภาพจริงมาคำนวณ อีกทั้งการมี Cristiano Ronaldo นักฟุตบอลชื่อดังเป็นผู้สนับสนุน ยังช่วยเสริมให้เทรนด์ดังกล่าวแข็งแกร่งมากขึ้น เพราะ Cristiano Ronaldo ระบุว่า หลังจากการซื้อกิจการ เขาจะยังสนับสนุนบริษัท Bioniq ต่อไป
บุกตลาดยุโรป – สหรัฐฯ ก่อนใคร
ในส่วนของการจัดจำหน่ายสินค้าของ Bioniq ทาง Herbalife ระบุว่า จะเริ่มขายผ่านเครือข่ายในสหภาพยุโรป, สหรัฐอเมริกา ก่อนขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ซึ่งความท้าทายก็คือ การรุกธุรกิจ Personalized Health แม้จะมีเครือข่ายตัวแทนทั่วโลก และมีระบบการผลิตของตัวเอง แต่การจะเข้าถึงคนจำนวนมากก็ต้องอาศัยทรัพยากร – เวลาไม่น้อยนั่นเอง
อย่างไรก็ดี ดีลครั้งนี้กำลังสะท้อนความเปลี่ยนแปลง 2 ข้อ นั่นคือ แนวคิดแบบ “one-size-fits-all” เริ่มสิ้นมนต์ขลังในวงการอาหารเสริม และจะมีโซลูชันที่ออกแบบเฉพาะบุคคลผ่านการใช้ data เข้ามาแทนที่ ซึ่งใครที่มีข้อมูลเชิงลึกมากกว่า ย่อมสามารถพัฒนาสูตรที่แม่นยำและตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดีกว่าก็เป็นได้
ส่วนอีกข้อก็คือ การเลือกใช้โมเดล Subscription ซึ่งหมายความว่า เกมนี้ไม่ได้วัดกันที่ยอดขายระยะสั้นอีกต่อไป แต่เป็นความสามารถในการสร้างผลลัพธ์จริงให้ผู้ใช้จนเกิดการใช้งานต่อเนื่อง ซึ่งกลายเป็นตัวชี้วัดใหม่ของธุรกิจ Health Tech ในอนาคตนั่นเอง






