SEEK บริษัทแม่ของ Jobsdb และ Jobstreet เปิดเผยข้อมูลเทรนด์ล่าสุดเกี่ยวกับแนวโน้มกลโกงในการหางานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประเทศไทย พบมิจฉาชีพเน้นไปที่อุตสาหกรรมการผลิต การขนส่ง และโลจิสติกส์ สูงสุด โดย “อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์” เจอการฉ้อโกงด้านการจ้างงานสูงสุดในภูมิภาค ขณะที่ประเทศไทยมีการหลอกลวงต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ แต่กระจุกตัวสูงในกลุ่มงานขาย-บัญชี-โฆษณา จากข้ออ้างเรื่องรายได้ดีและได้
ระบบตรวจจับการโกงของ SEEK พบว่ากลโกงการหลอกลวงในตลาดแต่ละประเทศมีรูปแบบพฤติกรรมที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม 2567 ถึงมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะของตลาดงานในประเทศนั้น ๆ ซึ่งรวมถึงตลาดงานประเทศไทย และช่องโหว่ที่มิจฉาชีพมักใช้ในการหลอกลวงผู้สมัครงานชาวไทย
ข้อมูลการวิเคราะห์เทรนด์ในครั้งนี้ อ้างอิงจากข้อมูลภายในของระบบตรวจจับกลโกงบนแพลตฟอร์มของ SEEK ซึ่งรวมถึง Jobstreet และ Jobsdb โดยดึงข้อมูลจากทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ไทย ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ทั้งยังรวมไปถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
รูปแบบการหลอกลวงต่างกัน
ข้อมูลของ SEEK ชี้ว่า “ตำแหน่งงานด้านธุรการและสำนักงาน” (Administration & Office Support) ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพในทุกตลาด คิดเป็นสัดส่วนถึง 29% ของจำนวนประกาศงานที่หลอกลวงทั้งหมด โดยเฉพาะในตลาดภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่ตำแหน่งเหล่านี้จะเป็นตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น
ทั้งนี้ อินโดนีเซียถือเป็นประเทศที่พบการฉ้อโกงด้านการจ้างงานมากที่สุด โดยคิดเป็น 38% จากทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และ 62% จากทั้งภูมิภาคเอเชีย รองลงมาคือประเทศฟิลิปปินส์ที่มีภัยคุกคามด้านการจ้างงานคิดเป็นสัดส่วนถึง 20% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
สำหรับตลาดเอเชียในภาพรวมยังพบว่าการหลอกลวงด้านการจ้างงานส่วนมากจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต การขนส่ง และโลจิสติกส์ (16%) โดยมิจฉาชีพมักฉวยโอกาสจากผู้ที่กำลังต้องการหางานอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ ตำแหน่งงานด้านการขาย (7% จากทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก) ยังเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายสำคัญ
ส่วนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (ANZ) พบว่ามีการหลอกลวงในกลุ่มงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) คิดเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าประเทศอื่น ๆ มาก ซึ่งอยู่ที่ 9% เทียบกับเพียง 2% ในภูมิภาคเอเชีย
ประกาศงานหลอกลวงในไทย เน้น “งานขาย-บัญชี-โฆษณา”
สำหรับประเทศไทย ข้อมูลบ่งชี้ว่าปริมาณการหลอกลวงด้านการจ้างงานโดยรวมยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมทั้งยังมีรูปแบบการหลอกลวงที่แตกต่างออกไป โดยตำแหน่งงานที่พบการหลอกลวงสูงสุด ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 67% ของประกาศงานที่หลอกลวงทั้งหมด คืองานด้านการขาย รองลงมาคืองานด้านบัญชี (17%) และงานด้านสื่อ โฆษณา และศิลปะ (17%) ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มิจฉาชีพมักมุ่งเป้าไปยังกลุ่มผู้สมัครที่กำลังมองหางานอย่างเร่งด่วน หรืองานที่ให้ค่าตอบแทนในรูปแบบค่าคอมมิชชัน ซึ่งทำให้ผู้สมัครกลุ่มนี้มักตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงได้ง่าย จากข้ออ้างเรื่องรายได้ดีและได้เงินไว
คุณดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK ประเทศไทย ได้กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า “เราพบว่ามิจฉาชีพจากทั่วทั้งภูมิภาคนี้ได้พัฒนาเทคนิคหลอกลวงให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยได้ปรับรูปแบบการหลอกลวงให้เข้ากับแต่ละประเทศ ตำแหน่งงาน และภาคอุตสาหกรรมที่ผู้สมัครน่าจะมีความเปราะบางมากที่สุด ซึ่งปัญหาเรื่องประกาศงานที่หลอกลวงไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบกับตัวผู้สมัครเท่านั้น แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นต่ออีโคซิสเต็มของการจัดหางานในภาพรวม”
ทั้งนี้ มาตรการของ SEEK ในการป้องกันการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม มีตั้งแต่การการตรวจสอบผู้ว่าจ้าง ซึ่งทีม Trust & Safety ของ SEEK จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อยืนยันและรับรองความน่าเชื่อถือของนายจ้าง ตามด้วยกระบวนการกรองเนื้อหาของประกาศงานต่าง ๆ ซึ่งจะใช้ระบบสแกนอัตโนมัติ และในกรณีที่พบความเสี่ยง เนื้อหานั้นจะได้รับการส่งต่อไปให้ทีมผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง นอกจากนี้ แพลตฟอร์มของ SEEK ยังเปิดโอกาสให้ผู้สมัครสามารถรายงานประกาศงานที่น่าสงสัยโดยตรงด้วยเช่นกัน
เปิดผลลัพธ์ แบนผู้จ้างกว่า 3,600 ราย
SEEK เผยด้วยว่า ในปีงบประมาณ 2568 (ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2567 ถึงมิถุนายน 2568) ระบบของ SEEK ได้สแกนประกาศงานเป็นจำนวนทั้งหมดกว่า 4.3 ล้านรายการทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครอบคลุม 100% ของประกาศงานทั้งหมด โดย 8% จากในจำนวนดังกล่าวยังได้รับการส่งต่อให้ทีมผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบแบบละเอียดเพิ่มเติม
ทั้งนี้ SEEK ได้ป้องกันไม่ให้ผู้จ้างงานกว่า 3,600 รายที่ไม่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นเข้าสู่แพลตฟอร์ม รวมถึงได้ปิดบัญชีผู้จ้างงานที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการฉ้อโกงไปกว่า 650 บัญชี และยังลบประกาศงานที่มีความเสี่ยงกว่า 2,800 รายการหลังการตรวจสอบ ขณะเดียวกัน ผู้สมัครงานยังได้มีส่วนช่วยรายงานเกี่ยวกับประกาศงานต้องสงสัยกว่า 22,000 รายการ ซึ่งทั้งหมดล้วนได้รับการตรวจสอบโดยทีม Trust & Safety
พร้อมกันนี้ยังได้มีการระบบบล็อกอัตโนมัติ กระบวนการยืนยันตัวตนที่เข้มงวดยิ่งขึ้น รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่าง ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวทางป้องกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย





