HomeBrand Move !!86% ของ “Gen Alpha” ไทยเข้าถึงเครื่องมือการเงิน แถม 55% แนะนำพ่อแม่ต่อด้วย

86% ของ “Gen Alpha” ไทยเข้าถึงเครื่องมือการเงิน แถม 55% แนะนำพ่อแม่ต่อด้วย

แชร์ :

มาสเตอร์การ์ดวิจัยพบ 86% ของ Gen Alpha ไทย เข้าถึงบัญชีการเงินได้แล้ว แถมยังใช้งานเครื่องมือการเงินอื่น ๆ ทั้งกระเป๋าตังค์ดิจิทัล (67%) บัญชีการลงทุน (57%) และมีบัตรเครดิต (52%)  ที่สำคัญ เด็กกลุ่มนี้เริ่มกลายมาเป็นคนแนะนำเทคโนโลยีการเงินให้กับพ่อแม่ของตัวเอง โดยครอบครัวมากกว่าครึ่ง (55%) ยอมรับว่าลูก ๆ เป็นคนแนะนำให้พวกเขารู้จักเทคโนโลยีการเงินที่พ่อแม่เองก็ยังไม่เคยรู้จักมาก่อน

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

งานวิจัยชิ้นล่าสุดจากมาสเตอร์การ์ดครั้งนี้ มีฐานการทำวิจัยจากทั่วโลกโดย The Harris Poll ในนามของมาสเตอร์การ์ด และได้ผลสำรวจมาจากการรวบรวมข้อมูลแบบสอบถามจากผู้บริโภคกว่า 19,302 ราย จาก 5 ภูมิภาคทั่วโลก ได้แก่ อเมริกาเหนือ, ละตินอเมริกาและแคริบเบียน, ยุโรป, ตะวันออกกลางและแอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก โดยมีผู้บริโภคจากภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกรวมทั้งสิ้น 9,131 ราย จาก 9 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย, จีน, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ไทย, และเวียดนาม  และในจำนวนนี้มี 1,005 รายที่มาจากประเทศไทย (จัดทำขึ้นโดยใช้การสำรวจออนไลน์เชิงปริมาณ ตั้งแต่วันที่ 4 – 20 กันยายน 2024)

Gen Alpha เติบโตในโลกไร้เงินสด

ทั้งนี้ ข้อมูลจากผลวิจัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของครอบครัวไทยที่เปลี่ยนไปอย่างน่าสนใจ โดยผู้ปกครองของเด็ก Gen Alpha ในประเทศไทยส่วนใหญ่คาดหวังให้ลูก ๆ ของพวกเขาเติบโตในโลกที่อาจไม่เคยต้องใช้กระเป๋าสตางค์จริง หรือไม่ต้องถือเงินสดเลย (73%) ในขณะเดียวกัน ผู้ปกครองของเด็ก ๆ กลุ่มนี้ก็กำลังพยายามปรับตัวให้ทันกับลูก ๆ ของพวกเขาเช่นกัน โดย

  • 70% เชื่อว่าลูกของพวกเขามีความเชี่ยวชาญด้านการเงิน มากกว่าพวกเขาในวัยเดียวกัน
  • 69% ไม่แน่ใจว่าความรู้ทางการเงินของตนยังสามารถนำไปใช้กับเจเนอเรชันของลูกได้หรือไม่
  • 63% ยอมรับว่าลูก ๆ รู้เรื่องวิธีการชำระเงินแบบใหม่ ๆ มากกว่าพวกเขา
  • 88% หวังว่าจะมีเครื่องมือที่จะช่วยสอนเรื่องการเงินให้กับลูก ๆ ของพวกเขามากกว่านี้

จากการขยายตัวของกระเป๋าเงินดิจิทัล การชำระเงินทางโทรศัพท์ และบัญชีเสมือน ครอบครัวชาวไทยจำนวนมากจึงกำลังหาวิธีชาญฉลาด และทันสมัยมากขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ลูก ๆ ของพวกเขาประสบความสำเร็จด้านการเงินในอนาคต ความต้องการนี้จึงเปิดโอกาสให้กับธนาคารและสถาบันทางการเงินที่มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเครื่องมือดิจิทัลที่ไม่เพียงแต่ทำให้การจัดการเงินง่ายขึ้น แต่ยังสนับสนุนการเรียนรู้เรื่องการเงินให้กับเด็ก ๆ ได้ด้วย โดยผู้ปกครองของเด็ก Gen Alpha กำลังให้ความสนใจเป็นอย่างมากกับฟีเจอร์ต่าง ๆ อาทิ การโอนเงินระหว่างบัญชีแบบไร้รอยต่อ (62%) ระบบควบคุมโดยผู้ปกครอง (58%) สื่อการเรียนรู้ด้านการเงิน (57%) สื่อการเรียนรู้แบบจำลองโลกเสมือนจริง (50%) และประสบการณ์ในรูปแบบเกม (41%)

คนไทยพร้อมเปิดรับวิธีการชำระเงินแบบใหม่ ๆ

ถึงแม้ว่า Gen Alpha จะเป็นผู้นำในการใช้เทคโนโลยีการเงินแบบใหม่ แต่ผู้บริโภคชาวไทยในช่วงวัยอื่น ๆ ก็เริ่มทยอยเปิดรับนวัตกรรมการชำระเงินแบบใหม่กันมากขึ้นเช่นกัน

งานศึกษาชี้ให้เห็นว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคชาวไทยเกือบทั้งหมด (95%) เคยใช้วิธีการชำระเงินดิจิทัล เช่น การชำระด้วยการแตะผ่านมือถือ การชำระด้วยข้อมูลชีวภาพ คิวอาร์โค้ด และกระเป๋าเงินดิจิทัล และกว่า 72% กล่าวว่าพวกเขาใช้งานสิ่งเหล่านี้เพิ่มขึ้นจากเดิม
ความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีการเงินของคนไทยก็โดดเด่นเช่นกันเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ โดยผู้บริโภคชาวไทยเกือบทั้งหมด (99%) มีแนวโน้มที่จะใช้ระบบการชำระเงินดิจิทัลภายในปีหน้า

งานวิจัยนี้ยังพบว่า ผู้บริโภคชาวไทยอีกกว่า 58% ชอบใช้วิธีการชำระเงินแบบใหม่และที่ล้ำสมัยกว่าวิธีการชำระเงินแบบดั้งเดิมอย่างเงินสด หรือการรูดบัตร ซึ่งสูงกว่าอเมริกาเหนือ (25%) ยุโรป (24%) และแม้กระทั่งเอเชียแปซิฟิก (53%) อย่างเห็นได้ชัด

91% ของคนไทยสนใจใช้ AI จัดการ “เงิน”

ด้านแนวโน้มการรับวิธีการชำระเงินแบบใหม่ได้ขยายตัวพร้อมกับการยอมรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่กำลังมาแรงด้วย โดยผลวิจัยชี้ว่า กว่า 91% ของผู้บริโภคชาวไทย (เทียบกับ 86% ของผู้บริโภคในเอเชีย แปซิฟิก) กำลังสนใจการใช้ AI ในการจัดการการเงินของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการตรวจสอบการฉ้อโกง, ระบบการชำระเงินอัตโนมัติ, การคาดการณ์ผลลัพธ์ทางการเงิน, และการปรับแต่งผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละบุคคล (มาสเตอร์การ์ดระบุว่า บริษัทมีการลงทุนด้วยการนำเทคโนโลยี agentic AI อย่าง Agent Pay มาช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในทุกขั้นตอนของการทำธุรกรรม)

“ผู้บริโภคชาวไทยกำลังส่งสัญญาณอย่างชัดเจนถึงความคาดหวังและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป พวกเขาต้องการประสบการณ์การชำระเงินที่ไม่เพียงแต่รวดเร็วและปลอดภัย แต่ยังต้องผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อ ความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาวิธีการชำระเงินดิจิทัลที่ฉลาดและเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน โดยสถาบันการเงินต้องปรับตัวให้พร้อมต่อการมอบทางเลือกการชำระเงินที่หลากหลาย และให้ความสำคัญกับนวัตกรรมเพื่อให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป มาสเตอร์การ์ดสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ด้วยโซลูชันนวัตกรรมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์และเข้าถึงผู้บริโภคในทุกที่ที่พวกเขาต้องการ” วินนี่ วอง ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเมียนมา มาสเตอร์การ์ด กล่าวสรุป

Source


แชร์ :

You may also like