HomeSponsoredผ่า Vision 2030. Actions every day. วิถียั่งยืน “โลตัส” สู่ New SMART Retail อย่างแท้จริง

ผ่า Vision 2030. Actions every day. วิถียั่งยืน “โลตัส” สู่ New SMART Retail อย่างแท้จริง

แชร์ :

เมื่อมาตรวัดการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตในยุคนี้ ไม่ได้วัดกันที่เรื่องผลกำไร หรือแค่ชนะใจลูกค้าเท่านั้น แต่ต้องมองไปถึงคนในองค์กร คู่ค้า ชุมชน และสิ่งแวดล้อมให้สามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง หลายปีที่ผ่านมา หนึ่งในกลยุทธ์ที่องค์กรต่างๆ หันมาให้ความสำคัญก็คือ “ความยั่งยืน” หรือ “Sustainability” ซึ่งหลายองค์กรไม่ได้สร้างความยั่งยืนตามกระแส หรือทำเป็นโครงการระยะสั้นๆ แต่ได้นำ Sustainability มาใช้เป็นหลักขับเคลื่อนธุรกิจในระยะยาว เพื่อสร้างการเติบโตให้ธุรกิจยั่งยืน

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

หนึ่งในนั้นคือ “โลตัส” ห้างค้าปลีกที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 28 ปี ที่ผลักดันความยั่งยืนให้เกิดขึ้นทุกมิติมาตลอด กระทั่งล่าสุดได้ยกระดับการดำเนินงานมาสู่นโยบาย “Vision 2030. Actions every day.” เพื่อสร้างความยั่งยืนจากการดำเนินงานในทุกๆ วัน นโยบายนี้คืออะไร และที่มาที่ไปอย่างไร Brand Buffet ชวนมาถอดแนวคิด พร้อมยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางความยั่งยืนของโลตัสจาก คุณสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย

ต่อยอดสู่ Vision 2030. Actions every day. ความยั่งยืนที่เน้นลงมือทำทุกวัน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ธุรกิจค้าปลีกในยุคปัจจุบันแตกต่างไปจากเดิมมาก ทั้งในเรื่องพฤติกรรมนักช้อปที่เปลี่ยนไป ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี รวมถึงสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้ “โลตัส” ต้องปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จากยุคเริ่มต้นที่วางตำแหน่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตที่เน้นความคุ้มค่าคุ้มราคา จนขยับมาเป็น “New SMART Retail” ในปัจจุบัน เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ

คุณสมพงษ์ บอกว่า การจะก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกยุคใหม่ นอกจากการสร้าง Format Store ใหม่ที่มีรูปแบบเฉพาะแตกต่างกันไป ให้เหมาะกับคนในแต่ละพื้นที่ หรือนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเสริมศักยภาพให้กับร้านค้าปลีกออฟไลน์เท่านั้น แต่ต้องดำเนินธุรกิจบนความยั่งยืนด้วย ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในไทยเมื่อ 28 ปีที่แล้ว ความยั่งยืนเป็นหนึ่งในหัวใจที่โลตัสยึดถือมาตลอด และในปีนี้โลตัสทบทวนและยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนมาสู่นโยบาย Vision 2030. Actions every day.

“Vision 2030. Actions every day. จะเน้นการลงมือปฏิบัติในทุกๆ วันเพื่อสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนทั้ง 15 ข้อของเครือเจริญโภคภัณฑ์ สำหรับโลตัส ได้กำหนดประเด็นสำคัญ 5 ด้าน ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ ซึ่งประกอบด้วย การสนับสนุนการมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดี การสร้างคุณค่าและประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้แก่สังคม ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ” คุณสมพงษ์ ย้ำถึงประเด็นสำคัญของ Vision 2030. Actions every day.

ลุยปรับสูตรสินค้า พร้อมสร้างงาน 200,000 ตำแหน่ง

สำหรับนโยบายในแต่ละด้านนั้น จะกำหนดยุทธศาสตร์และแผนงานชัดเจน เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนสู่เป้าหมายที่วางไว้ภายในปี 2030 โดย การสนับสนุนการมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดี (Health & Well-being) โลตัส ตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี ค.ศ. 2030 ทุกตะกร้าสินค้าของลูกค้าจะต้องมีผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ดี และเพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายดังกล่าว โลตัสได้วางแผนดำเนินการใน 4 ด้าน คือ

1. ผลิตภัณฑ์ (Products) มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ของโลตัสที่ดีต่อสุขภาพ ปรับสูตรผลิตภัณฑ์เดิมให้ดีขึ้น อาทิ ลดหวาน มัน เค็ม การมีฉลากผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกสินค้าที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น

2. ราคา (Prices & promotions) ทำให้สินค้าที่ดีต่อสุขภาพมีราคาที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน

3. แพลตฟอร์ม (Platforms) ใช้ช่องทาง omni-channel ในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค ทั้งการให้ความรู้และข้อมูล รวมทั้งกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่ดี

4. ความร่วมมือ (Partnerships) กับทั้งคู่ค้าและพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โลตัส ได้นำเสนอสินค้าที่ดีต่อสุขภาพให้แก่ลูกค้า ทั้งการไม่ใช้ไขมันทรานส์ในผลิตภัณฑ์อาหารที่โลตัสผลิตทุกชนิด การริเริ่มโครงการรับซื้อผลผลิตตรงจากเกษตรกร ทำให้มั่นใจในคุณภาพความปลอดภัยของอาหารสดที่จำหน่ายแก่ลูกค้า

ส่วน การสร้างคุณค่าและประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้แก่สังคม (Social impact & economic contribution) โลตัส ตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี ค.ศ. 2030 จะสามารถสร้างงานได้จำนวน 200,000 ตำแหน่ง และสนับสนุนผู้ประกอบการ SME และเกษตรกร โดยเป็นการสร้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมให้กับกลุ่มคนต่างๆ ในสังคม อาทิ ขยายผลการจ้างงานเยาวชน และผู้สูงอายุ ที่ปฏิบัติงานในสาขา รวมทั้ง โลตัส ยังเป็นแพลทฟอร์มแห่งโอกาสให้กับผู้ประกอบการ SME และเกษตรกรไทย โดยใช้แพลตฟอร์มของโลตัส ทั้งในสาขา ศูนย์การค้า และออนไลน์ เพื่อเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้า สร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการไทย

ในขณะที่ การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ (Responsible supply chain management) เป้าหมายของโลตัส คือ สินค้าแบรนด์ของโลตัสที่มีความเสี่ยงด้านความยั่งยืน ต้องมีระบบตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่ และคู่ค้าสำคัญลำดับที่ 1 (Critical tier 1 Suppliers) รวมถึงผู้ผลิตสินค้าแบรนด์ของโลตัสทุกรายได้รับการประเมินความเสี่ยงประเด็นด้านความยั่งยืนและมีการทวนสอบ 100% ครอบคลุมตั้งแต่คุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า กระบวนการผลิตสินค้า แรงงาน สิทธิมนุษยชน สวัสดิภาพสัตว์ การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เป็นต้น

ส่วน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate resilience) เป้าหมายของโลตัส คือ การเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายในปี 2030 และองค์กรที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ด้วยการติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์บนหลังคาสาขาและศูนย์กระจายสินค้าเพื่อผลิตพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ใช้ทดแทนพลังงานไฟฟ้าบางส่วน โดยวางแผนติดตั้ง 1,042 สาขา มีกำลังผลิตรวม 135mw ภายในปี ค.ศ. 2024 รวมถึงนำรถไฟฟ้า (EV) มาใช้ในการขนส่งสินค้า และเดินหน้าปลูกต้นไม้เพิ่มเติมจากการปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 20 ล้านต้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง

ส่วนแผนงานด้าน ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular economy) เป้าหมายของโลตัส คือ การลดปริมาณของเสียในการนําไปฝังกลบและลดขยะอาหารเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2030 และบรรจุภัณฑ์สินค้าแบรนด์ของโลตัสทั้งหมด 100% ผลิตจากวัสดุที่รีไซเคิลได้ภายในปี ค.ศ. 2025 ซึ่งการลดขยะอาหารให้เป็นศูนย์ตามวิสัยทัศน์ โลตัสจะดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ Farm to Fork เพื่อลดขยะอาหารตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ รวมถึงการวางแผนการเพาะปลูกร่วมกับเกษตรกร การขนส่งสินค้าด้วยรถควบคุมอุณหภูมิ การบริหารจัดการอาหารสดอย่างมีประสิทธิภาพ นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ ขยายการบริจาคอาหารที่จำหน่ายไม่หมดในแต่ละวันร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ ตลอดจนสร้างการรับรู้ในภาคครัวเรือนเกี่ยวกับขยะอาหารและการแยกขยะที่ถูกต้อง

ขณะที่การดำเนินงานด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมากจนเกือบบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยบรรจุภัณฑ์ประเภทอาหารสดและสินค้าอุปโภคสามารถรีไซเคิลได้แล้ว และหากดูในภาพรวมทั้งหมดความคืบหน้าอยู่ที่ 98.8% นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยให้ลูกค้าและประชาชนแยกและรีไซเคิลขยะได้อย่างสะดวกผ่านสาขาของโลตัส โดยตั้งแต่เริ่มดำเนินการตั้งจุดรับขยะเพื่อนำไปรีไซเคิล สามารถรวบรวมขวดพลาสติกได้เกือบ 3 ล้านขวด พลาสติกยืดกว่า 1.5 ล้านกิโกรัม และกล่องและลังกระดาษกว่า 157 ล้านกิโลกรัม เพื่อนำไปรีไซเคิลได้ทั้งหมด โดยจะเดินหน้าจับมือพันธมิตรเพิ่มเติม รวมถึงซัพพลายเออร์ผู้ผลิตสินค้าประเภทต่างๆ เพื่อเก็บรวมรวมบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบเพื่อนำไปรีไซเคิลให้ได้ต่อไป

จากแนวทางการสร้างความยั่งยืนทั้ง 5 ด้านของโลตัส จึงไม่น่าแปลกใจที่วันนี้ห้างค้าปลีกโลตัสยังคงเติบโตและสามารถครองใจนักช้อปชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญกับการแข่งขันดุเดือดและการเปลี่ยนแปลงรอบด้าน


แชร์ :

You may also like