HomeDigitalออราเคิลเปิดผลสำรวจ พบคนเอเชียกว่า 90% ชอบแบรนด์ที่มีอารมณ์ขัน

ออราเคิลเปิดผลสำรวจ พบคนเอเชียกว่า 90% ชอบแบรนด์ที่มีอารมณ์ขัน

แชร์ :

humour

“ความตลก” อาจเป็นกลยุทธ์การตลาดที่สำคัญในยุคโควิด เพราะมีผลการสำรวจจากออราเคิลพบว่า 76% ของผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกยอมจ่ายแพงกว่าให้กับแบรนด์ที่ใช้อารมณ์ขันมากกว่าการแข่งขันทางธุรกิจ  และ 85% ต้องการประสบการณ์ใหม่ที่ทำให้พวกเขายิ้มและหัวเราะได้

Santos Or Jaune

การสำรวจความคิดเห็นดังกล่าวมีขึ้นกับผู้คนมากกว่า 12,000 รายใน 14 ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ อินเดีย ออสเตรเลีย เม็กซิโก บราซิล และโคลัมเบีย โดยในจำนวนนี้มีการสำรวจผู้คนกว่า 5,000 รายในเอเชียแปซิฟิกด้วย

สำหรับหัวข้อของการสำรวจเป็นเรื่องเกี่ยวกับผลกระทบของสถานการณ์แพร่ระบาดที่ส่งผลต่อความสุขและการเปิดรับอารมณ์ต่าง ๆ เช่น อารมณ์ขันที่สอดแทรกอยู่ในโฆษณา การตลาด การขาย และงานบริการลูกค้า โดย Savanta  ผู้จัดทำได้กำหนดกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามเป็นผู้บริโภคและผู้บริหารที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไป และพบว่า ผู้คนในปัจจุบันต้องการประสบการณ์จากแบรนด์ที่ทำให้ยิ้มและหัวเราะได้ และจะตอบแทนแบรนด์ที่ใช้อารมณ์ขันด้วยการภักดีต่อแบรนด์ การบอกต่อ และการซื้อซ้ำสินค้าแบรนด์นั้น รวมถึงจะเลิกใช้แบรนด์อื่น ๆ ที่ไม่มีอารณ์ขันอีกด้วย

นอกจากนั้น การสำรวจครั้งนี้ยังพบว่า

  • 44% ของผู้ทำแบบสอบถามในเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่าพวกเขาไม่ได้สัมผัสความสุขที่แท้จริงมานานกว่า 2 ปีแล้ว และ 25% ไม่รู้หรือลืมไปแล้วว่าการมีความสุขที่แท้จริงเป็นอย่างไร
  • 85% ต้องการประสบการณ์ใหม่ที่ทำให้พวกเขายิ้มและหัวเราะ ผู้คนในเอเชียแปซิฟิกให้ความสำคัญมากที่สุดในการใช้สุขภาพ (78%) ความสัมพันธ์ส่วนตัว (77%) และประสบการณ์ต่างๆ (45%) เพื่อการสร้างความสุข
  • คนจำนวนมากยอมทิ้งเพื่อน (62%) สละรายได้ส่วนหนึ่ง (61%) ไม่อาบน้ำ (55%) เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพียงเพื่อให้ตนเองได้สัมผัสความสุขที่แท้จริงสัก 1 ชั่วโมง
  • ผู้คนในเอเชียแปซิฟิกมากกว่าครึ่ง (56%) อยากให้เงินสามารถซื้อความสุขได้ โดย 81% พร้อมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อความสุขที่แท้จริง
  • 89% พยายามหาความสุขด้วยการซื้อของออนไลน์ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาด และ 47% ยอมรับว่าพวกเขามีความสุขในตอนที่ได้รับสินค้าที่สั่งไป

ในแง่ของการใช้เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อการโฆษณา ผลสำรวจชิ้นนี้พบว่า

  • ด้านการโฆษณา: ผู้คนกว่า 89% มีแนวโน้มจำโฆษณาที่ตลกขบขันได้ ถึงกระนั้น ผู้บริหารธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกยอมรับว่าแบรนด์ของตนมีโฆษณาออฟไลน์ (โทรทัศน์และป้ายบิลบอร์ด) เพียง 17% และโฆษณาออนไลน์แค่ 14% ที่ใช้อารมณ์ขันอย่างชัดเจน
  • ด้านสื่อสังคมออนไลน์: ผู้คนกว่า 74% จะติดตามแบรนด์ที่สนุกสนานบนช่องทางโซเชียลมีเดีย ถึงกระนั้น มีผู้บริหารธุรกิจเพียง 12% ที่กล่าวว่าแบรนด์ของเขาใช้ความตลกบนสื่อโซเชียล
  • ด้านการตลาดผ่านอีเมล: 68% จะเปิดอีเมลจากแบรนด์ที่มีหัวข้อตลกขบขัน ถึงกระนั้น ผู้บริหารธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกเพียง 21% กล่าวว่าแบรนด์ของเขาใช้อารมณ์ขันในแคมเปญการตลาดอย่างจริงจัง
  • ด้านการใช้แชตบอต/ผู้ช่วยดิจิทัล: 67% ชอบคุยกับโปรแกรมแชตบอต/ผู้ช่วยดิจิทัล ถ้าสิ่งนั้นคุยด้วยแล้วตลกขบขัน อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารในเอเชียแปซิฟิกเพียง 24% ที่จะผสานอารมณ์ขันในโปรแกรมการสื่อสารแชตบอต

76% ของผู้บริหารกลัวการใช้อารมณ์ขันกับลูกค้า

ผลสำรวจยังชี้ด้วยว่า การสร้างเสียงหัวเราะช่วยเพิ่มความรู้สึกดี ๆ ให้กับผู้บริโภค และผู้คนพร้อมตอบแทนแบรนด์ที่สร้างอารมณ์ขันด้วยการภักดีต่อแบรนด์ การบอกต่อ และการซื้อซ้ำสินค้าจากแบรนด์นั้น และพร้อมเมินเฉยต่อแบรนด์อื่น ๆ ที่ไม่ยอมทำ

  • ผู้คน 56% จะไม่รู้สึกผูกพันธ์กับแบรนด์ที่ไม่ทำให้พวกเขายิ้มหรือหัวเราะ และ 49% จะเลิกใช้แบรนด์ที่ไม่ได้ทำให้พวกเขายิ้มหรือหัวเราะไปเลย
  • ถ้าแบรนด์ใช้อารมณ์ขัน ผู้คนมีแนวโน้มจะซื้อสินค้าซ้ำจากแบรนด์นั้น (82%) แนะนำแบรนด์แก่ครอบครัวและเพื่อน (81%) เลือกแบรนด์นั้นมากกว่าคู่แข่งอื่นๆ (76%) และยอมจ่ายเงินมากขึ้นให้แบรนด์ (67%)
  • 90% ของผู้บริหารเล็งเห็นโอกาสที่จะใช้อารมณ์ขันในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และเชื่อว่าแบรนด์ของเขาสามารถทำให้ลูกค้ายิ้มหรือหัวเราะได้มากขึ้น
  • 87% ของผู้บริหารธุรกิจกล่าวว่าไม่มีข้อมูลเชิงลึกหรือเครื่องมือเพื่อการใช้อารมณ์ขันให้บรรลุผลตามที่ตั้งใจ โดยผู้บริหารจะมั่นใจในการใช้อารมณ์ขันกับลูกค้ามากกว่านี้ ถ้าพวกเขามองเห็นถึงปฏิกิริยาของลูกค้าได้ชัดเจนขึ้น (54%)

คุณทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น ประเทศไทย กล่าวว่า “ข้อมูลมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ มีความเข้าใจในสิ่งที่ลูกค้าชื่นชอบ สำหรับประเทศไทยที่ได้ชื่อว่าสยามเมืองยิ้ม ความสุขนั้นฝังอยู่ในดีเอ็นเอของพวกเราทุกคน และผลการวิจัยได้แสดงให้เห็นแล้วว่าผู้บริหารธุรกิจส่วนใหญ่ต้องการทำให้ผู้บริโภคได้หัวเราะมากขึ้น และเริ่มเข้าใจว่าสิ่งนี้มีความจำเป็นในการสร้างความสัมพันธ์อันน่าเชื่อถือ”

 


แชร์ :

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการตกลงอ่านเพิ่มเติม