HomeBrand Move !!วัตสัน เผยแนวคิดร้านค้า เพื่อสิ่งแวดล้อม มุ่งสานต่ออนาคตที่ยังยืน เปิดตัว Watson Refill Station

วัตสัน เผยแนวคิดร้านค้า เพื่อสิ่งแวดล้อม มุ่งสานต่ออนาคตที่ยังยืน เปิดตัว Watson Refill Station

แชร์ :


เพราะว่า เอ.เอส. วัตสัน (A.S. Watson) ในฐานะบริษัทแม่ของบริษัทในเครือวัตสัน มีกรอบแนวคิดร้านค้าเพื่อความยั่งยืน (Greener Stores Global Framework) อันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการขับเคลื่อนสู่การเป็นร้านค้าปลีกที่มีความเป็นมิตรและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่น้อยลงทั้งในเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอนการใช้น้ำการกำจัดของเสียตลอดจนการยกระดับความเข้มข้นในการพัฒนาโลกและสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนขึ้น

Santos Or Jaune

และยังได้พัฒนากรอบแนวคิดนี้โดยมุ่งสร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงปลูกฝังวัฒนธรรมและแบบแผนการทำงานต่างๆ ขององค์กรให้มีความแข็งแกร่งและยั่งยืนยิ่งขึ้นทั้งในด้านการออกแบบและการก่อสร้างร้านค้า ตลอดจนการดำเนินงานต่างๆ และวิธีการดูแลรักษาร้านด้วยวิธีต่างๆ ที่ช่วยให้โลกปลอดภัยยิ่งขึ้น

Superdrug ที่อังกฤษ ต้นแบบร้าน Greener Stores

เพื่อทำให้แนวคิดดังกล่าวส่งถึงผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม “เอ.เอส.วัตสัน กรุ๊ป” ได้ทำให้ Superdrug ในปีเตอร์โบโร ถูกเลือกให้เป็นร้านค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมแห่งแรกของ เอ.เอส. วัตสัน

คุณมาลิน่า ไหง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการเอ.เอส. วัตสัน กรุ๊ป และประธานกรรมการบริหารเอ.เอส. วัตสัน (เอเชียและยุโรป) อธิบายว่า การออกแบบร้านภายใต้แนวคิด Greener Stores Global Framework ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานต่างๆ รวมถึงมีการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้มากขึ้น มีการสำรวจวิธีใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ การลดของเสีย การประหยัดน้ำ และการกำจัดของที่หมดอายุการใช้งาน เป็นต้น นอกจากนี้ ในกระบวนการก่อสร้าง ยังมีการวางแผนและจัดการอย่างรอบคอบ เพื่อกำหนดเป้าหมายร่วมกันในเรื่องการกำจัดของเสียและการรีไซเคิล ร่วมกับผู้รับเหมาในพื้นที่อีกด้วย

ในอังกฤษ ได้มีการเปิดตัวร้าน Superdrug เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นร้านค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมแห่งแรกในเครือ เอ.เอส. วัตสัน ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า Serpentine Green Shopping Centre ในเมืองปีเตอร์โบโร ไฮไลท์สำคัญของร้านค้าแห่งนี้ คือ การออกแบบที่ส่งเสริมแนวคิดเพื่อความยั่งยืน ทั้งในกระบวนการก่อสร้าง ตลอดจนการใช้ป้ายรีไซเคิลที่ทำมาจากเส้นด้ายรีไซเคิลและขวดพลาสติก การใช้แผ่นฝ้าเพดานที่ทำมาจากฉนวนใยหิน ดินเหนียว และแป้งจากพืชที่ย่อยสลายได้เองโดยทางชีวภาพ และยังเป็นวัสดุรีไซเคิล 100% อีกด้วย

ร้านค้าแห่งนี้ ยังมีคุณสมบัติเพื่อความยั่งยืนอีกหลายประการ เช่น การใช้ระบบปรับอากาศที่มีอัตราประสิทธิภาพระดับ AAA, การตั้งเป้าการจัดการขยะ 5% ในการฝังกลบ และการลดจำนวนการใช้หลอดไฟติดเพดาน LED แบบสร้างบรรยากาศ (LED mood lights) ซึ่งสามารถช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ 37% และทำให้ร้านค้าแห่งนี้สามารถประหยัดพลังงานได้มากถึง 5,800 กิโลวัตต์ต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 1,200 กิโลกรัมต่อปี อีกด้วย

Watson Refill Station

นอกจากนี้ยังมีเคสของ Refill Station ซึ่งเริ่มต้นเมื่อปี 2021 โดยเปิดที่มาเลเซีย ก่อนจะขยายไปยังสิงคโปร์ และฮ่องกง เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการนำบรรจุภัณฑ์ต่างๆ กลับมาใช้ใหม่

ซึ่งผลตอบรับในมาเลเซียซึ่งเปิดที่กัวลาลัมเปอร์ เมื่อต้นปี 2021 ได้รับเสียงตอบรับที่ดี จนวัตสันเล็งเปิดสาขาอื่นๆ เพิ่มอีก 1-2 สาขา รวมทั้งเล็งเปิดสาขาที่ตุรกีเพิ่มเติม

โดยความท้าทายของการเปิดรีฟิล สเตชั่นก็คือ เรื่องของ “พื้นที่”​ ซึ่งต้องเหมาะสม เพื่อทำให้ผู้บริโภคเกิดความสะดวกสบายเมื่อต้องมาเติมสินค้า รวมทั้งสินค้าที่ก็เป็นโปรดักท์จากธรรมชาติ ขณะที่แนวโน้มร้านค้าปลีกในปัจจุบันพยายามใช้พื้นที่ให้น้อยลง เพื่อบริหารต้นทุน ขณะเดียวกัน การเปิดรีฟิล สเตเชั่น นอกจากจะช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยตรงแล้ว ยังพาภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เข้าไปอยู่ในใจกลุ่มลูกค้าที่เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ด้วย  ในระยะหลังจึงเริ่มมีร้านค้าแบรนด์ใหญ่ลงมาเปิดสเตตชั่นแบบนี้แล้ว เช่น Muji ชิดลม ซึ่งเป็นสาขาใจกลางเมืองและเพิ่งรีโนเวทใหม่ หรือ Healthiful ของเครือ Tops

ในตอนนี้  “วัตสัน ประเทศไทย” ยังไม่รีฟิล สเตชั่นเปิดให้บริการ แต่ถ้าเกิดว่าทดลองในประเทศอื่นมาแล้ว เชื่อว่าก็น่าจะเกิดการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและรอเวลาที่เหมาะสมที่จะให้บริการในรูปแบบนี้

FYI รู้จักเครือ “วัตสัน”

เอ.เอส. วัตสัน คือ กลุ่มร้านค้าร้านค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงามที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก ก่อตั้งที่ฮ่องกง ในปี พ.ศ 2384 โดยปัจจุบัน มีร้านค้าในเครือกว่า 16,400 แห่ง ภายใต้ 12 แบรนด์ค้าปลีกใน 29 ตลาดทั่วโลก และยังเป็นหนึ่งในกลุ่มร้านค้าปลีกที่มีการเติบโตเร็วที่สุด โดยมีอัตราการเปิดร้านใหม่ที่ 1,000 ร้านค้าต่อปี และถึงแม้โลกยังต้องประสบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงสองปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงเดินหน้าเปิดร้านค้าแห่งใหม่จำนวน 1600 แห่ง ในแต่ละปี เอ.เอส. วัตสัน ได้ให้บริการลูกค้าทั่วโลกราว 5.5 พันล้านราย ผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ (O+O) มีพนักงานมากกว่า 130,000 คนทั่วโลก

ในเอเชีย วัตสันยังได้จัดแคมเปญรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั่วทั้งในระดับภูมิภาค เพื่อเป็นการร่วมรักษ์โลก ‘Go Green’ ไปกับลูกค้า โดยแคมเปญนี้ถูกจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับคู่ค้าชั้นนำต่างๆ เช่น P&G และ L’Oréal ซึ่งส่งผลให้มีบรรจุภัณฑ์พลาสติกมากกว่า 1 ล้านชิ้นถูกนำกลับมาแปรรูปใหม่ผ่านความร่วมมือกับองค์กรพัฒนาเอกชนและโรงงานรีไซเคิลต่างๆในระดับท้องถิ่น


แชร์ :

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการตกลงอ่านเพิ่มเติม