Xiaomi เปิดตัว “CyberDog” หุ่นยนต์น้องหมาที่นอกจากเป็นเพื่อนเล่น ยังใช้งานได้หลากหลาย

xiaomi cyberdog

เสียวหมี่ (Xiaomi) เปิดตัว ไซเบอร์ด็อก (CyberDog) หุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่ไม่เพียงวิเคราะห์สถานการณ์ได้แบบเรียลไทม์ แต่ยังสามารถประยุกต์ใช้ได้ในหลายสถานการณ์ด้วย

- Advertisement -

การประกอบร่างเป็นหุ่นยนต์ของ CyberDog ตัวนี้มาพร้อมเซนเซอร์ที่มีความแม่นยำสูง 11 ชิ้น เช่น เซนเซอร์จับการสัมผัส กล้อง จีพีเอส เซนเซอร์อัลตร้าโซนิค และอีกหลายเซนเซอร์ที่ช่วยในการวิเคราะห์สถานการณ์ ประมวลผล และควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวหุ่นยนต์ ซึ่งทำให้มันหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ แม้เจ้าของสิ่งนั้นจะโผล่มากระชั้นชิดในระดับเซนติเมตร

การทำเช่นนั้นได้ Xiaomi บอกว่า มีการนำเทคโนโลยี Imaging ที่ใช้ในสมาร์ทโฟนมาติดตั้งในหุ่นยนต์ด้วย ซึ่งเมื่อรวมกับความสามารถของ AI จึงทำให้มันสามารถวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

cyberdog xiaomi

ไม่เพียงเท่านั้น CyberDog ยังสามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดได้ถึง 3.2 เมตรใน 1 วินาทีด้วย จากความคล่องตัวนี้ของ CyberDog ยังทำให้เราสามารถใช้ CyberDog สร้างแผนที่นำทาง หรือพล็อตจุดหมายที่ต้องการได้

ส่วนใครที่กังวลว่า CyberDog จำเจ้าของได้อย่างไรนั้น ต้องบอกว่ามันมีเทคโนโลยีจดจำใบหน้า (Face Recognition) มาด้วย ทำให้มันสามารถเดินตามเจ้าของได้ถูกคน และหลบหลีกคนที่ไม่ใช่เจ้าของบนท้องถนนได้อย่างปลอดภัย

สั่งงานได้เหมือนเจ้าตูบ

นอกจากการสั่งงานผ่านสมาร์ทโฟน CyberDog ยังสามารถสั่งการด้วยเสียงได้เหมือนเจ้าตูบทั่ว ๆ ไป ที่เราสามารถบอกให้มันนั่งรอ หรือทำงานง่าย ๆ ได้

cyberdog xiaomi

แต่ในอีกด้านหนึ่ง CyberDog ก็พร้อมทำงานในระดับยาก ๆ เช่นกัน โดย Xiaomi บอกว่า มันมาพร้อมพอร์ต Type-C ถึง 3 พอร์ต และ HDMI อีกหนึ่งพอร์ต ซึ่งทำให้เราสามารถติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมลงไปใน CyberDog ได้ เช่น ไฟส่องสว่าง (เผื่อต้องเข้าไปในที่มืด ๆ) กล้องจับความเคลื่อนไหว เซนเซอร์ LiDAR ฯลฯ ซึ่งเจ้าอุปกรณ์ที่ต่อเพิ่มลงไปนี้ จะเป็นตัวเพิ่มความสามารถในการทำงานให้กับ CyberDog ได้อีกหลากหลายเลยทีเดียว

สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของ Xiaomi บอกว่าพร้อมแล้วสำหรับการจำหน่าย โดยในล็อตแรก Xiaomi ผลิตออกมา 1,000 ตัว และขาย CyberDog ในราคา 9,999 หยวน (ประมาณ 52,000 บาท) โดยจะขายให้กับแฟน ๆ ของ Xiaomi และนักพัฒนาที่สนใจเข้าร่วมในการพัฒนาความสามารถของ CyberDog และทางบริษัทยังได้ตั้ง “Xiaomi Open Source Community” ขึ้นมาเพื่อแชร์ผลความคืบหน้าของนักพัฒนาจากทั่วโลกด้วย โดยทาง Xiaomi คาดว่าจะจับกลุ่มเป้าหมายฐานตัวยงของแบรนด์ รวมทั้งผู้ที่หลงใหลในหุ่นยนต์และเหล่าวิศวกรทั้งหลาย

ทั้งนี้ ในอนาคต ทางบริษัทยังบอกด้วยว่าจะมีการสร้างแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาให้เพิ่มเติม

Source