WINMED มุ่งธุรกิจ New S-Curve ยกระดับ ‘คุณภาพชีวิตของคนไทย’ [PR]

วินเนอร์ยี่ เมดิคอล (WINMED) ธุรกิจ MedicalTech มุ่งทำตลาดผลิตภัณฑ์และบริการทางแพทย์ระดับไฮเทค เผยแผนการตลาดปีนี้ตั้งเป้ามองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่เป็น New S-Curve ต่อยอดการเป็นองค์กรเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง และมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะการรักษาด้วยเทคโนโลยีเซลล์บำบัด เพื่อการรักษามะเร็งเต้านมให้หายขาดแม้ในระยะสุดท้าย

- Advertisement -

นันทิยะ ดารกานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. วินเนอร์ยี่ เมดิคอล (WINMED) กล่าวถึงแผนการดำเนินงานของบริษัทในปี 2564 ว่า “บริษัทยังคงมองที่โอกาสทางธุรกิจ, ปัญหาที่คนไทยมี, การแสวงหาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและไว้วางใจได้ และพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความน่าเชื่อถือ โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ตั้งทีม Business Development ที่ทำงานกันอย่างใกล้ชิดกันกับพันธมิตรมาหลายปี เพื่อหาสินค้ามาตอบโจทย์ Pain Point ของคนไทย โดยมีแนวทางการดำเนินยุทธศาสตร์ที่มุ่งทำตลาดเฉพาะส่วนที่เป็นผลิตภัณฑ์ไฮเทค ซึ่งมีข้อดี คือ คู่แข่งน้อย และมองหา New S-Curve ซึ่งเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ยังคงเติบโตต่อไปได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในฟากของพันธมิตรเองก็พิจารณาศักยภาพของเราในฐานะคู่ค้าด้วยเช่นกันว่า จะมีโอกาสสร้างผลงานให้คู่ค้าประสบความสำเร็จสูงสุดในตลาดประเทศไทยได้หรือไม่”

จากการที่ WINMED เข้าตลาดผลิตภัณฑ์และบริการทางแพทย์ระดับไฮเทคของประเทศไทยมานานถึง 27 ปี ทำให้ผลิตภัณฑ์ MedicalTech ขององค์กรมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 และเป็นผู้นำในตลาดหลายเซ็กเม้นท์ อีกทั้ง WINMED เป็นเฮลธ์เทคบริษัทแรกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ) เพราะเทคโนโลยีที่เรานำเข้ามามีความล้ำสมัยในหลายๆ ด้านและยังไม่สามารถผลิตในประเทศไทยได้

ทั้งนี้ นันทิยะ กล่าวถึง กลุ่มสินค้าไฮเทคทั้งหมดของบริษัทฯ ว่า ประกอบด้วย

1. กลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพสตรี (Woman Health Care) เป็นสินค้ากลุ่มเฮลธ์แคร์ของสุภาพสตรี ซึ่งมีสินค้าหลักๆ คือ การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเข้าตลาดมากว่า 20 ปี และครองส่วนแบ่งตลาดมากถึง 75% โดย WINMED เป็นผู้บุกเบิกการตรวจมะเร็งปากมดลูกแบบแบบใหม่ ซึ่งเป็นการตรวจถึงระดับชีวโมเลกุล ซึ่งถือว่าเทคโนโลยีนี้ล้ำสมัยที่สุดในโลก และแม่นยำมากขึ้นเป็น 80% จากการตรวจแบบเดิมที่แม่นยำ 50% เท่านั้น, กลุ่มผลิตภัณฑ์ธนาคารโลหิต (Blood Banking) ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการเก็บโลหิต ครองส่วนแบ่งตลาด 30%, กลุ่มผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยของโลหิต (Blood Safety) ซึ่งมีทั้งผลิตภัณฑ์สำหรับการหาสารพันธุกรรมของเชื้อก่อโรคต่างๆ และสำหรับการยับยั้งเชื้อจุลชีพ กับผลิตภัณฑ์เพื่อฆ่าเชื้อในโลหิต โดยเป็นเทคโนโลยีที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกาประมาณ 5 ปีมาแล้ว และเป็นสินค้ารายเดียวในโลกที่ผ่านทั้ง องค์การอาหารและยา(FDA) ของสหรัฐอเมริกา และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทย (อย.) รวมทั้ง CE Mark (Conformite Europeenne มาตรฐานความปลอดภัยของสินค้ากับสุขภาพที่ใช้ในโซนยุโรป), กลุ่มผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีเซลล์บำบัด (Cell Therapy) บริการที่เกี่ยวข้องกับวิทยาการสมัยใหม่ ด้านการรักษาเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cells) ซึ่งสินค้าตัวนี้อยู่กับ WINMED มา 21 ปี และในช่วง 4-5 ปีหลังก็ได้มีการคิดค้นเกี่ยวกับเซลล์บำบัด เพื่อรักษาโรคต่างๆ ซึ่งในประเทศไทยสามารถใช้รักษาโรคมะเร็งได้เมื่อต้นมีนาคม 2564 ดังที่ รองศาสตราจารย์ นพ.กฤษณ์ จาฏามระ หัวหน้าศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้แถลงข่าวถึงความสำเร็จของการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ด้วยการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด หรือ Immunotherapy

2. กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับผู้บริโภค ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์กำจัดพาหะเชื้อ เช่น เครื่องดักจับยุงและแมลงดูดเลือดอื่นๆ, ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ โดยเน้นที่สินค้าจำเป็น และกลุ่มสินค้าใช้แล้วหมดไป, ผลิตภัณฑ์ควบคุมการติดเชื้อ ได้แก่ ชุดกำจัด/จัดการสารเคมีและสารชีวภาพหกปนเปื้อน

นอกจากนี้ WINMED ยังเข้าลงทุนใน บริษัท โปรเฟสชั่นแนล ลาโบราทอรี่ แมเนจเม้นท์คอร์ป จำกัด (Pro-Lab) ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ (ห้องแล็บ) ซึ่งเป็นการให้บริการรับวินิจฉัย/ตรวจ และวิเคราะห์โรคเฉพาะทางหรือโรคติดต่ออันดับ 1 ในประเทศไทย โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น 12.55% ทั้งนี้ ธุรกิจของ Pro-Lab มีส่วนช่วยในการตรวจหาโควิด-19  เชิงรุก ทั้งการตรวจลงพื้นที่ในโรงงาน ฯลฯ ตลอดจนตรวจหาโควิด-19 กับผู้ที่ต้องการรับบริการ ซึ่งนับเป็นการช่วยลดและบรรเทาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทางอ้อมในประเทศไทยด้วย ขณะเดียวกัน ก็จะมีแผนที่จะทยอยนำเข้าสินค้านวัตกรรมในอนาคตเพิ่มเติม เพื่อช่วยบรรเทาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินงานและมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย