เตรียมเก็บเงินเพิ่ม เหตุ Covid-19 ทำเบบี๋เกิดน้อยลง “ภาษี” ในอนาคตมีสิทธิพุ่ง

วิกฤติต่าง ๆ ที่โลกเผชิญมีผลทำให้เด็กเกิดน้อยลง คำกล่าวนี้เคยมีงานวิจัยยืนยันมาแล้ว กับผลวิจัยของสถาบัน IZA ประเทศเยอรมนีพบว่า ผลกระทบจาก วิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2008 – 2009 เคยทำให้อัตราการเกิดของเด็กในสหรัฐอเมริกาลดลงถึง 50%

- Advertisement -

สำหรับ Covid-19 ก็ไม่ต่างกันเช่นกัน เพราะมีตัวเลขพบว่า ประเทศเช่น ฝรั่งเศส จีน อิตาลี สิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลีใต้ ต่างมีเด็กเกิดใหม่น้อยลงทั้งสิ้น โดยอัตราการเกิดของเด็กในฝรั่งเศสปี 2020 นั้นถือว่าต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา (นับย้อนหลังไปตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2) เช่นเดียวกับอัตราการเกิดของเด็กในจีนแผ่นดินใหญ่ก็ลดลง 15% เช่นกัน

ส่วนประเทศญี่ปุ่น พบว่าปี 2020 เป็นปีที่มีเด็กเกิดใหม่น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ และไต้หวัน อัตราการให้กำเนิดลูกของผู้หญิงหนึ่งคนก็ลดลงต่ำกว่า 1 เป็นครั้งแรก ขณะที่สิงคโปร์นั้นหนักกว่า เพราะคู่รักบางคู่เปลี่ยนใจไม่แต่งงานกันเลยก็มี (ตัวเลขการแต่งงานในสิงคโปร์ลดลง 10%) จนรัฐบาลต้องบอกว่า จะอัดฉีดเงินสนับสนุนให้กับครอบครัวที่มีบุตรกันเลยทีเดียว

สาเหตุที่ทำให้อัตราการเกิดน้อยลง ส่วนหนึ่งเพราะผู้คนต้องถูกกักตัว และไม่สามารถเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์กันได้อย่างที่ควรจะเป็น หรือหากเป็นคู่สามีภรรยา สิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือความไม่มั่นคงในด้านอาชีพการงาน ที่หลายคนอาจถูกเลิกจ้าง หรือถูกลดเงินเดือน ทำให้ตัดสินใจเลื่อนแผนที่จะมีบุตรในปีนี้ออกไปก่อน

ไม่มี Covid-19 คนก็ไม่คิดจะมีลูกมากขึ้นเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ดี ถึงไม่มี Covid-19 ก็มีแนวโน้มว่า เด็กเกิดใหม่จะน้อยลงเรื่อย ๆ จนไม่เพียงพอที่จะสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อไปได้เช่นกัน ตัวอย่างหนึ่งคือประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีแนวโน้มว่า คนวัยเกษียณอายุจะแซงหน้าเด็กเกิดใหม่ในอีกไม่นานนี้

หรือในกลุ่มสหภาพยุโรป อัตราส่วนของคนที่มีอายุเกิน 65 ปี กับคนที่มีอายุระหว่าง 15 – 64 ปีซึ่งเป็นกลุ่มที่สามารถสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงช่วยจ่ายเงินสนับสนุน Social Service ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุก็กำลังจะเปลี่ยนแปลง สถานการณ์เหล่านี้จะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศที่กล่าวมานี้ลดลง รวมถึงประชากรในประเทศที่ต้องแบกรับภาษี ค่าใช้จ่ายสาธารณะ และค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นด้วย

สำหรับประเทศไทยเองก็พบตัวเลขที่น่าเป็นห่วงเช่นกัน เพราะในปี 2020 ที่ผ่านมา ไทยมีเด็กเกิดใหม่ต่ำกว่า 600,000 คนเป็นครั้งแรก และมีแนวโน้มจะลดต่ำต่อไป สาเหตุหลัก ๆ มาจากค่านิยมการอยู่เป็นโสด ความกังวลเรื่องคุณภาพชีวิตของเด็กที่จะเกิดมา ความกังวลในเรื่องหน้าที่การงาน

James Pomeroy นักเศรษฐศาสตร์จาก HSBC Holdings วิเคราะห์ว่า ยิ่งภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทอดเวลาออกไปนานเท่าไร การจะกระตุ้นให้มีเด็กเกิดใหม่เยอะ ๆ ก็ยากมากขึ้นเท่านั้น และประเทศใดที่มีเด็กเกิดใหม่น้อยลงเรื่อย ๆ ประเทศเหล่านั้นก็ยากที่จะฟื้นตัวกลับมามีสถานะทางเศรษฐกิจที่ดีดังเดิม

เปิดแผนแย่งชิงประชากร

เมื่อจูงใจให้ประชาชนมีลูกเพิ่มยากขึ้นเรื่อย ๆ แผนสองที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ เตรียมไว้รองรับก็อาจเป็นนโยบายดึงดูดคนเก่งคนดีมีศักยภาพให้ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยในเมืองของตนเองแทน ตัวอย่างที่เห็นได้แล้วก็คือกรุงปักกิ่ง – เซี่ยงไฮ้ ในจีนแผ่นดินใหญ่ หรือแม้แต่ดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็มีแผนดึงดูดคนเก่งให้เข้ามาอาศัยในเมืองของตนเองเช่นกัน

สำหรับแผนของดูไบที่ใช้ชื่อว่า The Dubai 2040 Urban Master Plan นั้น หลัก ๆ คือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กลายเป็น 60% ของพื้นที่เมือง และการขยายความยาวชายหาดที่สวยงาม ขึ้นอีก 400% ภายใน 20 ปีข้างหน้าโดยพวกเขาตั้งเป้าว่า สองปัจจัยนี้จะทำให้จำนวนประชากรจะเพิ่มขึ้น 76% เป็น 5.8 ล้านคน ภายในปี 2040 และทำให้ดูไบเป็นเมืองที่ผู้อาศัยมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก

ส่วนประเทศไทยนั้น หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปก็มีความเป็นไปได้ว่า เราจะมีคนวัยทำงานน้อยลงทุกที และต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งคนที่วางแผนเกษียณเอาไว้ บางทีอาจต้องวางแผนเก็บเงินกันใหม่ก็เป็นได้

Source

Source

Source