N Health แนะประชาชนตรวจความเสี่ยงด้านสุขภาพจากสารมลพิษ PAHs ที่มากับฝุ่น PM2.5 เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการดูแลสุขภาพได้ [PR]

ปัจจุบันคุณภาพอากาศในหลายพื้นที่เริ่มกลับมาวิกฤติอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดที่มีการเกิดไฟป่าด้วย และมักจะพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูงเกินมาตรฐานซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ นอกจากประเด็นเรื่องค่าฝุ่นที่สูงเกินมาตรฐานแล้ว สิ่งที่พึงระวังคือการปนเปื้อนของสารมลพิษที่เกาะอยู่กับเม็ดฝุ่นนั้น เช่น โลหะหนัก และสารก่อมะเร็งอย่างโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons) หรือเรียกสั้นๆ ว่า PAHs ซึ่งมีปริมาณสูงมากในอนุภาคฝุ่น

- Advertisement -

ดร.ภูวดล ธรรมราษฎร์ ผู้จัดการอาวุโส ห้องปฏิบัติการด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด (N Health) ระบุว่า เราอาจได้รับ PAHs เข้าสู่ร่างกายจากแหล่งต่างๆ อาทิ ไอเสียจากเครื่องยนต์ ไอเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม เขม่า ควันไฟ ควันธูป ควันบุหรี่ อาหารปิ้งย่าง อาหารรมควัน ยาหรือเครื่องสำอางบางชนิด นอกจากนี้ยังสามารถได้รับจากการทำงานที่มีการใช้วัตถุดิบที่มี PAHs ปนเปื้อนอยู่ด้วย และให้ข้อมูลด้านสุขภาพว่า PAHs มีคุณสมบัติเป็นอนุมูลอิสระ (Free Radical) ดังนั้นการได้รับในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย เช่น ระบบภูมิคุ้มกันลดลง ระบบทางเดินหายใจมีปัญหา ปอดถูกทำลาย มีอาการคล้ายหอบหืด นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า PAHs เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการกลายพันธุ์และก่อมะเร็งได้

ทั้งนี้ PAHs เป็นกลุ่มสารที่เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของสารประกอบอินทรีย์ เช่น ถ่านหิน น้ำมันดิบ น้ำมันปิโตรเลียม ต้นไม้ หญ้า ขยะ บุหรี่ เป็นต้น สาร PAHs มักจะเกาะกลุ่มกันเป็นอนุภาคเล็กๆ หรือจับกับฝุ่นขนาดเล็ก (PM2.5 และ PM10) แล้วล่องลอยไปในอากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของเกิดปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อม

เมื่อ PAHs เข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นสารเมตาบอไลต์ชนิดต่างๆ โดยตัวที่สำคัญ คือ 1-Hydroxypyrene (1-OHP) ในปัสสาวะ ซึ่งสามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarker) สำหรับตรวจติดตามระดับการได้รับสาร PAHs เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการดูแลสุขภาพได้

อย่างไรก็ตาม วิธีป้องกันตัวเองจากสารมลพิษทางอากาศที่ดีและง่ายที่สุดคือการสวมหน้ากากหรือใช้ผ้าปิดจมูกเพื่อกันฝุ่น หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่มีฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน หลีกเลี่ยงการจราจรช่วงติดขัด นอกจากนี้การเปิดเครื่องฟอกอากาศ และหมั่นทำความสะอาดที่อยู่อาศัย ก็สามารถช่วยลดการสัมผัสฝุ่นได้

ห้องปฏิบัติการด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยของ N Health เป็นห้องปฏิบัติการเอกชนเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ให้บริการตรวจวิเคราะห์สาร 1-Hydroxypyrene (1-OHP) ในปัสสาวะเพื่อใช้เป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพสำหรับตรวจติดตามระดับการได้รับสาร PAHs ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า Liquid Chromatography Tandem Mass Spectrometry (LC-MS/MS) ซึ่งมีความจำเพาะต่อโมเลกุลของสารที่ตรวจ และให้ผลการวิเคราะห์ที่แม่นยำแม้ว่าจะมีปริมาณน้อยๆ ก็ตาม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 7624000 หรือ Email: Customerservices@Nhealth-asia.com และ @Nhealth