กรณีศึกษา 30 ปี AP Thailand กับเส้นทางพลิกวิกฤติจนยืนหนึ่ง

ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยในปี 2563 เจอกับผลกระทบโควิด-19 ไม่ต่างจากหลายประเทศ และคงต้องใช้เวลาอีกราว 2 ปี ก่อนจะฟื้นจากพิษไวรัส ธุรกิจอสังหาฯ ในปีที่ผ่านมากำลังซื้อที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมชะลอตัวในรอบ 10 ปี

- Advertisement -

ขณะเดียวกันสถานการณ์ปี 2564 ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ประเมินว่า การเปิดตัวที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะมีจำนวน 89,000 หน่วย แบ่งเป็นแนวสูง 36,000 -37,000 หน่วย สัดส่วน 30-40% และแนวราบ 52,000 หน่วย แต่ถ้าโควิด-19 ยืดเยื้ออาจจะลดลงอีก 10,000 หน่วย เหลือ 79,000 หน่วย สูงกว่า ปี 2563 ที่เปิดรวม 71,500 หน่วย (ที่มา :  https://www.reic.or.th/News/RealEstate/453092)

ในสถานการณ์วิกฤติก็ใช่ว่าทุกรายต้องกระทบหมด เพราะโอกาสยังเป็นของคนที่ปรับตัวได้เร็ว และต้องเรียกว่าเป็นกรณีศึกษากับ Developer เจ้าใหญ่ของไทย “เอพี ไทยแลนด์” (AP Thailand)  ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวฝ่าวิกฤติต่างๆ นานาตลอดระยะเส้นทาง 30 ปี คาดว่าปี 2563 ที่ผ่านมา เอพี จะมียอดโอนรวม 46,000 ล้านบาท เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นปีที่ 40,550 ล้านบาท โตกว่า 40% จากปี 2562 และคาดว่าน่าจะเป็นยอดโอนที่มากที่สุดในตลาด มุ่งสู่การเป็นเบอร์ 1 ในธุรกิจอสังหาฯ ไทย

หากมองลึกๆแล้ว 2 Key Success สำคัญ คือ 1. แผนการบริหารจัดการภายในองค์กรจากความร่วมมือของพนักงานกว่า 2,000 คน ในการตั้งรับกับวิกฤติและ 2. การปรับตัวพลิกสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ที่ดำเนินควบคู่ไปกับการบริหารจัดการพอร์ตสินค้าที่ตอบสนองความต้องการผู้บริโภค ทั้งที่อยู่อาศัยแนวราบและคอนโดมิเนียม

ตลอดเส้นทาง 30 ปี เอพี ได้ปรับตัวเปลี่ยนแปลงและพัฒนามาตลอด โดยนอกจากการศึกษาพฤติกรรมการอยู่อาศัยแล้ว เอพียังมองลึกลงไปถึง Life’s Purpose ของผู้อยู่อาศัยในแต่ละกลุ่ม เพื่อหาวิธีการตอบสนองความต้องการที่ลึกซึ้งที่สุด ภายใต้พันธกิจ Empower Living ที่เติมเต็มทุกเป้าหมายของชีวิตด้วยนวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีคุณค่าและมีความหมาย

เห็นได้จากตัวอย่าง ความท้าทายของกระแส Disruption ในโลกธุรกิจ ทั้งบทบาทของเทคโนโลยีและคู่แข่งจากนอกธุรกิจ “เอพี” ได้เปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ Digital Transformation พัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่ตอบสนองเป้าหมายการใช้ชีวิตที่แตกต่างของลูกค้า ร่วมมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้าน เปิดตัวบริการ Personal Home Advisor ผู้ช่วยประจำบ้านบน Smart World ดิจิทัลแพลตฟอร์มบริหารคุณภาพชีวิตหลังการเข้าอยู่อาศัยที่พร้อมช่วยบริหารจัดการทุกเรื่องบ้านแบบออนดีมานด์  เป็นบริการที่เข้ามาช่วยแก้ Pain Point ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการอยู่อาศัยตลอดจนการดำเนินชีวิตประจำวันของลูกบ้าน

ในสถานการณ์โควิด-19  ที่ผู้บริโภคกังวลกับการเดินทางไปดูโครงการ แต่การเห็นห้องตัวอย่างก็เป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ เอพีได้นำแพลตฟอร์มซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ยุค Next Normal ผ่านระบบออนไลน์ One Click New Home เข้ามาใช้ เพื่อประสบการณ์การเยี่ยมชมโครงการมิติใหม่ที่สมจริงที่สุด ครบจบในที่เดียว

กรณีที่น่าสนใจที่สุดคือ ยิ่งเป็นเรื่องเล็กน้อย เอพียิ่งใส่ใจ ยกตัวอย่าง การออกแบบ Feature ในแอปพลิเคชั่นที่สามารถค้นหาและส่งสัญญานให้ผู้ที่จอดรถขวางหน้าบ้านมาเลื่อนรถได้ ถือเป็นความใส่ใจในแบบที่เอพี เรียกว่ากระบวนการ Empower Living การทำให้หนึ่งวันของการอยู่อาศัยของลูกบ้านนั้น ราบรื่นและให้ผู้อาศัยได้สัมผัสความสุขที่เรียบง่ายเป็นสิ่งที่เอพีให้ความสำคัญเป็นอันดับ 1

เอพี จึงเก็บทุกรายละเอียดการออกแบบและพัฒนาบ้าน เช่น การออกแบบ ทิศทางของลม และแสงแดด การจัดวาง Masterplan รวมไปถึงการอำนวยความสะดวกสบายแก่ลูกบ้านด้วยสถานีชาร์จรถไฟฟ้าสาธารณะทั่วประเทศไทยกว่า 50 สถานี การติดตั้ง Smart pod ล็อคเกอร์อัจฉริยะที่ลูกบ้านสามารถรับพัสดุได้ตลอด 24 ชม. และ Universal Design ทั้งในตัวบ้านและพื้นที่ส่วนกลางเพื่อรองรับสมาชิกทุกวัยในครอบครัว สำหรับยุคของ Aging Society เป็นต้น

นอกจากนี้เพื่อให้ตอบโจทย์ เมกะเทรนด์ “รักษ์โลก” ที่ต้องเริ่มปลูกฝังคนในบ้าน ซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดในสังคมก่อน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญต่อคุณภาพชีวิตเป็นอย่างมาก ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาฯ เอพี จัดการ Pain points เรื่องนี้ด้วยการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมคุณภาพที่รวบรวมคนที่มี Purposeful Mindset ที่พร้อมจะช่วยเหลือกัน เชื่อมั่นในพลังที่จะร่วมกันการสร้างโลกที่ดีกว่า ผ่านกิจกรรม AP Society ที่นอกจากจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างลูกบ้านเอพีแล้วยังได้ช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง

ถอดรหัสแนวคิด Empower Living

หากถอดรหัสแนวคิดการทำงานของ “เอพี” Empower Living  มาจากความเข้าใจความต้องการ โดยไม่ใช้มุมมองของตัวเองเพียงอย่างเดียว การมี ‘Empathy Mindset’ ที่เข้าถึง Insights, Unmet Needs ไปจนถึง Pain Points ของผู้อยู่อาศัยทุกคนในบ้าน ทำให้เอพีเข้าถึงความต้องการเบื้องลึกของลูกค้ากลุ่มต่างๆ ที่อาจไม่เคยถูกค้นพบมาก่อน จนสามารถสร้างสรรค์สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยและครอบครัวได้อย่างครอบคลุมและรวดเร็ว ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผันผวน การยึดมั่นใน Empathy Mindset ทำให้จัดลำดับความสำคัญผ่านมุมมองของลูกบ้าน และ stakeholders จึงทำให้สินค้าและบริการของเอพี ยังคงเชื่อมโยงและเป็นที่ต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ เช่น การออกแบบห้องครัวที่มีพื้นที่ให้ลูกนั่งทำการบ้านได้อยู่ในระยะสายตา หรือ การออกแบบห้องนอน ที่ให้ปลั๊กตรงบริเวณหัวเตียง มีจำนวนครบกับทุก Mobile Device ของคนในครอบครัวเพื่อให้ไม่ต้องแยกชาร์จในหลายพื้นที่

กระบวนการคิดแบบ Empower Living นี้ ยังสร้าง Good Garden = Good Conversation การออกแบบสวนที่ดีที่สุด ต้องเป็นพื้นที่ที่เสริมให้ผู้คนสามารถสร้างบทสนทนาต่อกันได้

หรือระบบรักษาความปลอดภัย Security = Peace of Mind ที่ไม่ควรจำกัดอยู่แค่หน้าหมู่บ้าน แต่ต้องสร้างความอุ่นใจให้กับลูกบ้านในการอยู่อาศัยอย่าง Katsan (คัดสรร) ที่ดูแลความปลอดภัยให้คนในบ้านและพื้นที่ส่วนกลาง ที่ทำให้ครอบครัวอุ่นใจเสมอเมื่อให้ลูกหลานออกมาทำกิจกรรมในบริเวณหมู่บ้าน และแพลตฟอร์มอัจฉริยะ Smart World ที่มุ่งสร้างสังคมคุณภาพให้กับลูกบ้านเอพี ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ด้านบริการเพื่อดูแลทุกมิติ

“เอพี” เชื่อในความต้องการที่แตกต่างและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของผู้อยู่อาศัย  จึงไม่ใช่แค่ปรับตัวตาม  Living Trends เท่านั้น แต่เอพียังศึกษาถึงพฤติกรรมเฉพาะกลุ่ม เพื่อที่จะมี solution ที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างลึกซึ้งที่สุด เพื่อให้บ้านตอบโจทย์ความต้องการบ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้อยู่อาศัยมากที่สุด เอพี จึงมีแบรนด์ที่อยู่อาศัยมากถึง 20 แบรนด์ ซึ่งแต่ละแบรนด์ไม่เพียงต่างกันแค่ภาพลักษณ์ ในทุกฟังกชั่นก็ได้ถูกการออกแบบผ่านกระบวนการทางความคิดให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกบ้านในแต่ละกลุ่ม ตั้งแต่ส่วนกลางไปจนถึงนวัตกรรมความปลอดภัย ครอบคลุมทั้งคอนโด บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และโฮมออฟฟิศ นอกเหนือจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ยังมีธุรกิจการบริการที่ช่วยเติมเต็ม Lifestyle การอยู่อาศัยได้อย่างครบวงจร ทั้งยังไม่หยุดที่จะคิดค้นพัฒนาที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งสามารถตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้คนได้ในอนาคตอีกด้วย

จุดมุ่งหมายของ “เอพี ไทยแลนด์” ตลอด 30 ปี คือเพื่อ Empower Living ให้ผู้คนใช้ชีวิตเพื่อทุกความหมายของชีวิต ถือเป็น DNA ของแบรนด์ และเป็นกุญแจสำคัญทำให้เติบโตเป็นบริษัทอสังหาฯ ครบวงจร ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และบริการ จนกลายมาเป็นแบรนด์อสังหาฯ ชั้นนำอันดับหนึ่งของเมืองไทย