มหิดลจับมือ 4 พันธมิตรเปิดหลักสูตร Wellness & Healthcare Business for Executives [PR]

ม.มหิดล ร่วมกับ 4 พันธมิตร เปิดหลักสูตร Wellness & Healthcare Business for Executives (WHB) เป็นครั้งแรกในประเทศไทยมุ่งยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมทางการแพทย์ Wellness&Healthcare ของไทยสู่ระดับโลก

- Advertisement -

สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล จับมือกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และองค์กรชั้นนำระดับนานาชาติยกระดับศักยภาพธุรกิจด้าน Wellness และ Healthcare ของประเทศไทยสู่ระดับโลก เปิดหลักสูตร “Wellness & Healthcare Business Opportunity for Executives (WHB)” เป็นครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมทางการแพทย์และธุรกิจบริการที่เกี่ยวกับ Wellness และ Healthcare ของประเทศไทยสู่ระดับโลก ปัจจัยแห่งความสำเร็จอันหนึ่งของนโยบายดังกล่าว คือ การมีผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถทำงานร่วมกันแบบเครือข่ายในการนำองค์ความรู้นวัตกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารอุตสาหกรรมทางการแพทย์และบริการสุขภาพด้าน Wellness แบบครบวงจร ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลมีนโยบายในการส่งเสริมให้ส่วนงานของมหาวิทยาลัยทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนในการตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลและความต้องการของสังคม โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าว

ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาวงการแพทย์ของไทยให้เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาด้านสุขภาพ โดย ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ออกเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย

1. เป็นศูนย์กลางบริการสุขภาพ (Wellness Hub) ที่เป็นการบริการอย่างครบวงจร

2. เป็นศูนย์กลางบริการสุขภาพ (Medical Service Hub) ที่ต่อยอดกับระบบสปา ระบบการทำงานเพื่อสร้างสุขภาพรวมถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพซึ่งถือเป็นจุดแข็งของประเทศไทยและเป็นจุดหนึ่งที่หลายประเทศเข้ามาใช้บริการ

3.เป็นศูนย์กลางการศึกษาวิชาการและงานวิจัย (Academic Hub) ที่เกี่ยวกับสุขภาพ และ

4.เป็นศูนย์กลางยาและผลิตภัณฑ์คุณภาพ (Product Hub) นอกจากนี้จำเป็นต้องพัฒนาสร้างความพร้อมให้ประเทศไทยมีบทบาทหน้าที่สร้างสรรค์ในเวทีระหว่างประเทศ ในประชาคมอาเซียน ยกระดับการให้บริการด้านสุขภาพและบริการด้านสาธารณสุขทั้งบุคลากรและมาตรฐานการให้บริการ เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการให้บริการอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งหลักสูตร WHB นับเป็นงานที่จะสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขอย่างยิ่ง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ภูดิท เตชาติวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน กล่าวว่า สถาบันฯมีพันธกิจที่สำคัญคือการพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาสุขภาพในแนวใหม่ ธุรกิจบริการสุขภาพด้าน Wellness นับเป็นประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการตอบโจทย์ของการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค COVID-19 การพัฒนาด้านการจัดการธุรกิจดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ที่หลากหลายข้ามศาสตร์และทั้งจากภาครัฐและเอกชน โดยสถาบันฯได้เรียนเชิญคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 30 ท่าน จากภายในมหาวิทยาลัยและภายนอกทั้งในและต่างประเทศมาร่วมแลกเปลี่ยนกับผู้เข้ารับการอบรม รวมทั้งยังมีการศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก หัวเว่ย เทคโนโลยี ประเทศไทย และ มหาวิทยาลัยโตเกียว

“เทรนด์ Healthcare ของทั่วโลกในปัจจุบัน คือ จำนวนประชากรโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ประชากรโลกก็เริ่มเข้าสู่สังคมสูงอายุ คือ  พอมีอายุมากขึ้น ก็มาพร้อมกับปัญหาสุขภาพที่มากขึ้นตามมาเกี่ยวกับการใช้ชีวิต ขณะเดียวกัน คนมีความรู้มากขึ้น มีความฉลาด ก็เริ่มมองหาหรือสรรหาสิ่งดีๆเพื่อมาดูแลตัวเอง ขณะที่ตลาด Medical&Wellness Tourism ของประเทศไทย พบว่า เป็นตลาดที่มีมูลค่าสูง และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดูได้จากรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2560 ระบุว่า ไทยมีรายได้จากการ Medical tourism มากถึง 41,000 ล้านบาท และ จาก Wellness Tourism 409,200 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเชื่อว่าด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จะยิ่งทำให้คนหันมาสนใจด้านสุขภาพมากขึ้น” ดร. นายแพทย์ภูดิท กล่าวย้ำ

สำหรับผู้สนใจหลักสูตรนี้เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 เรียนทุกวันศุกร์ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2564 จนถึงวันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม 2564 เวลา 13.30 – 17.30 น. และเวลา 17.30 – 18.30 น. เป็นการเสวนาวิชาการกลุ่มย่อย ภายหลังเวลาเรียนเปิดให้มีการจัดกิจกรรมเสริมสร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์ของกลุ่มผู้เข้าอบรม สถานที่จัดอบรมคือ JW Marriott Hotel Bangkok หลักสูตรนี้มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้บริหารธุรกิจด้าน Wellness และ Healthcare ให้พร้อมในการเป็นศูนย์กลางการบริการทางแพทย์ของโลก และโอกาสใหม่สำหรับธุรกิจ Wellness, Wellness Tourism & Retirement Hub, Digital Health & Telemedicine รวมถึงอุตสาหกรรมการแพทย์ในยุคหลังโควิด ผู้สนใจเข้ารับการอบรมสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://whb.info