เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ชูกลยุทธ์ One Platform อสังหาฯครบวงจร แพลตฟอร์มที่ยั่งยืน ตั้งเป้าเป็น TOP 3 ในปี 2566

ภายหลังการเข้าซื้อกิจการโกลเด้นแลนด์สำเร็จเมื่อปลายปีที่แล้ว จนถึงการประกาศโครงสร้างธุรกิจและตำแหน่งผู้บริหารหลังการควบรวมกิจการ วันนี้พูดได้ว่า เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย หรือ FPT ได้กลายเป็นผู้นำอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายแรกในไทย ที่มีแพลตฟอร์มครอบคลุม 3 กลุ่ม คืออสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม ซึ่งเป็นโมเดลของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ชั้นนำทั่วโลก

รู้จักอสังหาฯ ครบวงจรของ “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย

- Advertisement -

ก่อนอื่นต้องบอกว่า เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เดิมเป็นผู้นำการพัฒนาสมาร์ทแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ประเภทอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ และผู้สนับสนุน – จัดการกองทรัสต์ FTREIT ซึ่งเป็นกองทรัสต์อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดย เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด (FPL) ซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติและผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ มีแนวทางการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งการเป็นเจ้าของ ผู้พัฒนา และผู้บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภทแบบครบวงจร

เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จึงเข้าซื้อกิจการ โกลเด้นแลนด์ ผู้นำการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบซึ่งมียอดขายเติบโตต่อเนื่องและ “แบรนด์” เป็นที่รู้จัก เช่น  โกลเด้นทาวน์ โกลเด้นซิตี้ โกลเด้น นีโอ ฯลฯ รวมทั้งเป็นผู้พัฒนาอาคารสำนักงาน โครงการมิกซ์ยูสใจกลางเมือง เช่น FYI Center สาทรสแควร์ สามย่านมิตรทาวน์ ฯลฯ เมื่อปลายปีที่แล้ว การรวม โกลเด้นแลนด์ เข้ามาในพอร์ตโฟลิโอ ทำให้เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย สามารถรวมกลุ่ม ธุรกิจอสังหาฯ เพื่อที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม  และพาณิชยกรรม เข้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียวกันกลายเป็นผู้นำอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายแรกในไทย

กลยุทธ์ One Platform สร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจได้อย่างไร?

คุณวู้ดดี้ ธนพล ศิริธนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Country CEO) บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “FPT” สรุปให้เห็นภาพชัดเจนของการรวมกิจการเพื่อสร้างแพลตฟอร์มอสังหาฯ ครบวงจร ผ่านกลยุทธ์ One Platform ว่า การควบรวมกิจการในครั้งนี้เป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและเป็นการเตรียมองค์กรให้พร้อมรับกับความท้าทายและสถานการณ์ความไม่แน่นอนต่างๆ ซึ่งจะทำให้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่ง และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำ Top 3 ของประเทศสำหรับทุกกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ ภายในปี 2566  ด้วย 3 จุดเด่น คือ

1. การผสาน 3 กลุ่มธุรกิจศักยภาพสูง (Synergy) ก่อให้เกิดการแบ่งปัน เชื่อมโยงและต่อยอด ความรู้ ความชำนาญ เทคโนโลยี ทรัพยากร เงินทุน ฐานลูกค้า จาก 3 กลุ่มธุรกิจเพื่อสร้าง Ecosystem ทางธุรกิจที่สนับสนุนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนของบริษัทฯ

2. กระจายความเสี่ยง (Diversification) จากการบริหารสินทรัพย์หลากหลายประเภทที่มีลูกค้าหลายกลุ่ม ทำให้มีรายได้อย่างต่อเนื่องจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ไม่ขึ้นอยู่กับกลุ่มธุรกิจใดกลุ่มธุรกิจหนึ่ง

3. ความสามารถในการปรับตัวและการบริหารจัดการที่มีความยืดหยุ่น (Resilience) ท่ามกลางความท้าทายและความไม่แน่นอนในปัจจุบันและอนาคต

ความเข้าใจลูกค้าและความเชี่ยวชาญในธุรกิจและตลาดอสังหาฯไทยผสานกับองค์ความรู้และประสบการณ์ระดับสากลของแบรนด์ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ก็จะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน สามารถพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายและมีประสิทธิภาพ

ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า เป้าหมายการเป็นผู้นำ Top 3 ของประเทศสำหรับทุกกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ ภายในปี 2566 ด้วยความแข็งแกร่งจากการเป็น “อสังหาฯ ครบวงจร แพลตฟอร์มที่ยั่งยืน” นี้จะสำเร็จหรือไม่ แต่จากรายได้รวมตลอด 9 เดือนที่ผ่านมาท่ามกลางความท้าทายต่างๆ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ยังคงสามารถสร้างผลการดำเนินงานในระดับใกล้เคียงกันกับปีก่อนหน้าและมีมูลค่าสินทรัพย์ ณ ปัจจุบันรวม 100,000 ล้านบาท ก็ต้องบอกว่าการรวมกันในครั้งนี้น่าจะสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการอสังหาฯไทย และพาเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย บรรลุเป้าหมายและเติบโตได้อย่างยั่งยืนด้วยวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่วางไว้