OPEN HOUSE ชวนสัมผัสวิถีชีวิตเป็นมิตรกับธรรมชาติ พร้อมช้อปสินค้าสุดชิค ในงาน “OPEN Market: Chic Life with Sustainable Living” [PR]

OPEN HOUSE (โอเพ่น เฮ้าส์) พื้นที่แห่งความสุขภายใต้คอนเซ็ปต์ Co-Living Space ใจกลางกรุงเทพฯ ชั้น 6 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชวนสายรักษ์โลกมาเพลิดเพลินเดินช้อปกันในงาน “OPEN Market: Chic Life with Sustainable Living” ตลาดเฉพาะกิจที่รวบรวมร้านค้า ป็อบอัพสุดเก๋ มานำเสนอเครื่องปรุงและวัตถุดิบออร์แกนิคที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ ทั้งผัก เนื้อสัตว์ หรือดอกไม้ที่รับประทานได้ ไปจนถึงเมล็ดพืชและอุปกรณ์ทำสวนที่จะทำให้ทุกคนได้สัมผัสวิถีชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติกันยิ่งขึ้น ราวกับยกสวนเข้ามาในเมือง พร้อมเปิดประสบการณ์และเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ด้วยเวิร์กช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากสตูดิโอเวิร์กช็อปชั้นนำมาแนะนำความรู้ใหม่ๆ ที่จะหมุนเวียนไปในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็น เวิร์กช็อปสอนวิธีการปลูกผักแบบง่ายๆ ไว้รับประทานที่บ้าน วิธีการดองผักเพื่อถนอมอาหารและเพิ่มเมนูอร่อย ตลอดจนการเพนท์เซรามิคที่ทำให้ทุกคนได้มีจานชามใบโปรดเป็นของตัวเอง และที่สำคัญยังมีกิจกรรมพิเศษสุดชิลอย่างการฉายหนังสั้นจากแบรนด์ดอยตุง เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนไทยหันมาใช้ชีวิตโดยตระหนักถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และยังมีสารคดีที่เป็นบทสัมภาษณ์จากเพจมนุษย์ต่างวัย ร่วมกับ สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ตอน ”สวนผักหลังบ้านของคุณหมอนักปลูกผัก” อีกทั้งฟังดนตรีสดที่จะมาสร้างสีสันกันตลอดทั้งงาน ระหว่างวันที่ 24 – 27 ก.ย. 63

“OPEN Market: Chic Life with Sustainable Living” เป็นอีกหนึ่งความพิเศษที่ OPEN HOUSE ตั้งใจจัดขึ้น เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลอาหารนานาชาติครั้งยิ่งใหญ่ “The World in One Bite” ของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เพื่อทำให้พื้นที่นี้สร้างความสุขและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน ภายใต้แนวคิด ‘รักษ์โลก’ ที่อยากให้คนเมืองได้สัมผัสการใช้ชีวิตเป็นมิตรกับธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการบริโภคและการดำเนินชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน โดยภายในงานจะมีกิจกรรมและเวิร์กช็อปต่างๆ มากมาย

- Advertisement -

เริ่มด้วย ‘Kitchen Garden Market’ โซนตลาดเฉพาะกิจที่รวบรวมร้านค้าอุปกรณ์เครื่องครัว ของตกแต่ง และวัตถุดิบเครื่องปรุงอาหาร ที่จะทำให้ห้องครัวกลายเป็นห้องแห่งความอบอุ่นและเต็มไปด้วยความอิ่มอร่อย อย่าง Love Salada ร้านสลัดร้านดังจากซอยอารีย์ ที่จะมานำเสนอเมนูผักกินง่าย, Morganic ฟาร์มเกษตรอินทรีย์จากวังน้ำเขียว ที่จะมาแนะนำดอกไม้สีสวยที่ไม่ว่าใครก็สามารถรับประทานได้ หรือจะเป็น Get Well Zone ร้านขายของออร์แกนิคจากเอกมัย ที่ได้รวบรวมสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เลือกซื้ออย่างสนุก และ Garden Atlas ร้านกระถางต้นไม้ที่ได้คัดสรรพืชพรรณแสนสวยที่สามารถเติบโตได้ในพื้นที่ร่มเหมาะกับคนเมืองให้เลือกสรร

ตามด้วย ‘Fresh & Fun Workshops’ เวิร์กช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จะมาเปิดประสบการณ์ใหม่ใกล้ชิดธรรมชาติจากสตูดิโอเวิร์กช็อปชั้นนำ อาทิ Plants in Eggshells by Tammada Garden​ เวิร์กช็อปปลูกผักสำหรับเด็กๆ ให้คุณหนูๆ ได้เลือกปลูกผักสมุนไพรตามใจชอบในบรรยากาศสวนผักแบบจำลอง, Vegetables Pickle by Poopae Tam Ayng เวิร์กช็อปสอนวิธีการดองผักแบบต่างๆ ที่ช่วยลดจำนวนผักเหลือทิ้ง และยังเป็นการเติมรสชาติให้กับเมนูผักแบบเดิมๆ ก่อนจะมาเพลิดเพลินกับ Ceramic Painting by A Clay Ceramic​ เวิร์กช็อปเพ้นท์เซรามิคด้วยสีเคลือบบนแก้วใบโปรด และ Pottery by PHCA Ceramic ที่จะชวนทุกคนมายกระดับความสามารถด้วยการปั้นดินเป็นภาชนะใช้สอยในครัวเรือน แล้วลงมือแต่งแต้มสีสันและนำไปเผา ก่อนจะส่งผลงานสวยๆ ให้ถึงที่บ้าน และเวิร์กช็อปแสนสนุก Fun Workshops by Polly’s Space ที่จะมาสอนการปลูกผักไปพร้อมๆ กับการทำขนมจากผักต่างๆ

สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเดียดีๆ ในการทำสวนผัก แต่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ ต้องห้ามลืมแวะเข้ามาในโซนกิจกรรม ‘Farm in the City’ จุดจำลองแปลงปลูกผักแบบขั้นบันไดและสวนผักแนวตั้ง จาก Tammada Garden ร่วมด้วยแปลงดอกไม้รับประทานได้จาก Morganic ที่จะทำให้ทุกคนหลงรักในสีสันและประโยชน์ของดอกไม้กันอีกเท่าตัว และที่พิเศษแบบสุดๆ ก็ต้องยกให้กับ ‘You Choose, We Cook’ หรือ “จากแปลงผักสู่โต๊ะอาหาร” กิจกรรมเสริมสร้างสัมพันธ์และความอร่อยระหว่างทุกคนและร้านค้าใน OPEN HOUSE โดยมีกติกาง่ายๆ เพียงแค่ผู้ร่วมงานซื้อผักหรือเนื้อสัตว์ออร์แกนิคจากร้านค้า หรือตัดผักจากโซน Farm in the City ก็สามารถนำผักและเนื้อสัตว์ที่ชอบไปให้ร้านอาหารชั้นนำใน OPEN HOUSE ช่วยสร้างสรรค์มื้ออร่อยที่ดีต่อสุขภาพให้กับคุณ อาทิ Broccoli Revolution X Tammada Garden กับเมนูสลัดผักและน้ำผักผลไม้สกัดเย็น Broccoli Revolution X Morganic (Organic Flower) และ Kay’s Boutique Café x Morganic กับเมนูสลัดดอกไม้ หรือเติมแต่งในเมนูที่ชอบ รวมทั้ง EASY! Buddy X Beef Express กับเมนูกะเพราะเนื้อวากิวที่ทุกคนสามารถเลือกเนื้อส่วนที่ชอบได้ด้วยตัวเอง

นอกจากความอร่อยแล้ว กิจกรรมผ่อนคลายและความบันเทิงก็ยังมีอย่างครบถ้วน ด้วย 2 กิจกรรมดีๆ อย่าง Green Motion​ ที่ทาง OPEN HOUSE จะเปิดมินิเธียเตอร์ขนาดย่อม ที่จะพาทุกคนเข้าไปสัมผัสการใช้ชีวิตแบบยั่งยืนที่สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ จากสวนหลังบ้านของตัวเองผ่านหนังสั้นจากแบรนด์ดอยตุง จำนวน 5 ตอน และสารคดีที่เป็นบทสัมภาษณ์จากเพจมนุษย์ต่างวัย ร่วมกับ สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ตอน ”สวนผักหลังบ้านของคุณหมอนักปลูกผัก” ที่จะทำให้ทุกคนดื่มด่ำไปกับความเรียบง่ายของการใช้ชีวิตชีวิตแบบยั่งยืนที่คนเมืองสามารถนำมาปรับใช้กันได้ชีวิตประจำวัน อีกทั้งเพลิดเพลินไปกับ Live Music วงดนตรีสดที่จะมาสร้างสีสันและความประทับใจภายใต้บรรยากาศอบอุ่นกันตลอดทั้ง 3 วัน