ครึ่งปีแรก Xiaomi รายได้ทะลุแสนล้านหยวน กำไรโตเพิ่ม 22.3% ขึ้นแท่นสมาร์ทโฟนเบอร์ 4 โลก

ฉลองครบรอบ 10 ปีด้วยผลประกอบการครึ่งปีแรกที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวสำหรับ Xiaomi โดยใน 6 เดือนที่โลกเผชิญความผันผวนทางเศรษฐกิจนั้น Xiaomi สามารถทำรายได้ทะลุแสนล้านหยวน ส่วนกำไรโตเพิ่ม 22.3% ขึ้นแท่นสมาร์ทโฟนเบอร์ 4 โลกเรียบร้อย

โดยรายได้ของ Xiaomi ในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 103,240 ล้านหยวน หรือเพิ่มขึ้น 7.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งสูงกว่าประมาณการส่วนใหญ่ ส่วนกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 15,260 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 22.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเช่นกัน โดยผลประกอบการในครึ่งปีแรก บริษัทมีกำไรประมาณ 6,650 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 29.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเลยทีเดียว

แต่หากพิจารณาผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ร่วมด้วยจะพบว่า บริษัทมีรายได้รวมที่ 53,540 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 3.1% กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 7,700 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 6.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิของไตรมาส 2 ที่ยังไม่ได้ปรับปรุงตาม IFRS อยู่ที่ประมาณ 5,670 ล้านหยวน ลดลง 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ก็สูงกว่าประมาณการส่วนใหญ่

โดย Xiaomi มีรายรับจากเซกเมนต์สมาร์ทโฟนอยู่ที่ 61,952 ล้านหยวน และ 31,628 ล้านหยวน ในช่วงครึ่งปีแรกและไตรมาสที่ 2 ของปี 2020 ตามลำดับ ส่วนยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 28.3 ล้านเครื่อง ซึ่งข้อมูลของ Canalys ระบุว่า ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2020 บริษัทอยู่ในอันดับที่ 4 ของโลกในด้านยอดจัดส่งสมาร์ทโฟน โดยมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 10.1% สำหรับตลาดต่างประเทศ อีกทั้งยังมีการจัดส่งสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมที่มีราคาขายปลีกตั้งแต่ 300 ยูโรขึ้นไปเพิ่มขึ้น 99.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อีกทั้งราคาขายโดยเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนในกลุ่มบริษัทเสียวหมี่ยังเพิ่มขึ้น 11.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 7.5% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาสด้วย

ไม่ขายสมาร์ทโฟนอย่างเดียว ขาย AIoT ด้วย

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของบริษัทในการขยายธุรกิจนั้นพบว่า บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ไปสู่การเป็น “สมาร์ทโฟน x AIoT”  คือแทนที่จะผลิตแต่สมาร์ทโฟนเพียงอย่างเดียว เห็นได้จากการเปิดตัวอุปกรณ์ IoT จำนวนมากออกมา ซึ่งอุปกรณ์ IoT เหล่านั้นได้เข้ามาส่งเสริม Ecosystem ของ Xiaomi ได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว

โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2020 บริษัทมีจำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อ (ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป) บนแพลตฟอร์ม IoT ของ Xiaomi มากถึง 271 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 38.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

จำนวนผู้ใช้ที่มีอุปกรณ์ห้าเครื่องขึ้นไปเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม IoT ของ xiaomi (ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป) เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 5.1 ล้านคน ซึ่งเติบโตขึ้น 63.9% เมื่อเทียบปีต่อปี ในขณะเดียวกัน Mi Home App มีจำนวนผู้ใช้งานต่อเดือน 40.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 34.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ไม่ใช่เสียวหมี่ 67.9% และในเดือนมิถุนายน 2563 ผู้ช่วยเสียวหมี่ AI “小愛同學” มีจำนวนผู้ใช้งานต่อเดือน 78.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 57.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนด้วย

รายได้ที่มาจากหลายกลุ่มธุรกิจ

นอกจากรายได้ในส่วนของสมาร์ทโฟนและ AIoT แล้ว รายรับของเซกเมนต์บริการอินเทอร์เน็ตยังอยู่ที่ 11,808 ล้านหยวน และ 5,908 ล้านหยวน ในช่วงครึ่งปีแรกและไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 ตามลำดับ ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 จำนวนผู้ใช้ต่อเดือนของ MIUI เพิ่มขึ้น 23.3% เมื่อเทียบปีต่อปี เป็น 343.5 ล้านคน ในขณะที่จำนวนผู้ใช้ต่อเดือนของ MIUI ของจีนแผ่นดินใหญ่อยู่ที่ 109.7 ล้านคน

รายได้โฆษณาโต 23.2%

ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2020 รายรับจากโฆษณาของ Xiaomi ยังเพิ่มขึ้น 23.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเท่ากับ 3,100 ล้านหยวน โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของรายรับโฆษณาในต่างประเทศ รวมถึงงบประมาณด้านโฆษณาในจีนแผ่นดินใหญ่ที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

นอกจากนั้น แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Youpin ซึ่งให้บริการธุรกิจฟินเทค บริการอินเทอร์เน็ตทีวี และบริการอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศ ยังทำรายได้เพิ่มขึ้น 39.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งคิดเป็น 39% ของรายรับจากบริการอินเทอร์เน็ตทั้งหมด

โดยในเดือนมิถุนายน 2020 จำนวนผู้ใช้ต่อเดือนของสมาร์ททีวี Xiaomi และ Mi Box มีจำนวนถึง 32 ล้านคน เพิ่มขึ้น 41.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2020 จำนวนผู้ใช้บริการแบบชำระเงินเพิ่มขึ้น 33.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 4.0 ล้านรายด้วย

ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2020 จากข้อมูลของ Canalys ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่ในยุโรปเพิ่มขึ้น 64.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีส่วนแบ่งการตลาดรวม 16.8% ซึ่งติดอันดับหนึ่งในสามเป็นครั้งแรก ในยุโรปตะวันตก อีกทั้งยังครองอันดับ 2 ในฝรั่งเศส และอันดับ 4 ในเยอรมนีและอิตาลี ในด้านยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนด้วย

ส่วนในยุโรปตะวันออก Xiaomi เป็นบริษัทสมาร์ทโฟนอันดับ 1 ในยูเครน และโปแลนด์ ในด้านยอดจัดส่งสมาร์ทโฟน โดยมีส่วนแบ่งการตลาด 37.1% และ 27.5% นอกจากนี้ ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 กลุ่มบริษัทเสียวหมี่มีส่วนแบ่งการตลาด 30.7% ด้วยยอดจัดส่งในตลาดสมาร์ทโฟนของอินเดีย จากข้อมูลของ IDC Xiaomi ยังคงครองตำแหน่งที่ 1 ในตลาดสมาร์ทโฟน ของอินเดียเป็นไตรมาสที่ 12 ติดต่อกัน

ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19

ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2020 การระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานทั่วโลกของ Xiaomi ในระดับที่แตกต่างกันออกไป ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2020 ตลาดหลักหลายแห่งของกลุ่มบริษัท Xiaomi มีการใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวด ซึ่งส่งผลกระทบกับยอดขายเป็นอย่างมาก ต่อมาเมื่อข้อจำกัดทางธุรกิจค่อยๆ ลดลง ยอดขายจึงฟื้นตัวขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม