ถึงโควิดก็ยังเจ๋ง AP โชว์เหนือ Q2 ’63 คือไตรมาสที่ยอดโอนสูงสุดในประวัติศาสตร์บริษัท

เป็นที่ทราบกันดีว่า วิกฤติ Covid-19 กระทบกับธุรกิจทั้งในระดับปัจเจก สังคม ไปจนถึงระดับประเทศ หรือแม้แต่ระดับโลก ยิ่งในอุตสาหกรรม “อสังหาริมทรัพย์” ที่ปัญหาเศรษฐกิจและอัตราการจ้างงาน ส่งผลโดยตรง อย่างไรก็ตามท่ามกลางความยากลำบาก บมจ. เอพี ไทยแลนด์ กลับโชว์ฟอร์มสุดหรู เมื่อจบไตรมาส 2 ของปี 2563 สามารถปิดยอดโอนได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์เกือบ 30 ปีของบริษัท และนี่คือเหตุผลว่าทำไม AP ถึงทำได้ และก้าวต่อไปในครึ่งปีหลังของบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งนี้ 

“บ้าน” ยังเป็นสิ่งจำเป็น ทำไงให้คนกล้าโอน

นับตั้งแต่เผชิญหน้ากับวิกฤติ Covid-19 เข้าไปเต็มๆ ตั้งแต่ช่วงกุมภาพันธ์ จนถึงไตรมาส 2 ทั้งไตรมาส ทุกธุรกิจงัดทุกกลเม็ด ขอทำทุกวิถีทางหา “เงินสด” เข้ากระเป๋าให้ได้ เราจึงเห็น “โปรโมชั่น” เป็นไม้แรกที่ทุกบริษัทขนมาถล่มราคากันอย่างมหาศาล ในส่วนของ AP ก็เช่นกันที่ใช้โปรโมชั่นกระตุ้นความสนใจของลูกค้า Real Demand ที่สนใจอยากมีบ้านจริงๆ หรือนักเก็งกำไรที่เข้าใจว่าเป็นการลงทุนระยะยาว และตอนนี้อสังหาริมทรัยพ์ที่เล็งไว้อยู่ในจุดที่ราคามีความเหมาะสมแล้ว หลังจากนั้นก็ใช้ “เทคโนโลยี” เข้ามาให้ลูกค้า “มั่นใจ” จน “กล้าโอน”

ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงล็อกดาวน์ และลูกค้าบางคนอาจจะไม่สะดวกใจที่จะเดินทางมาที่โครงการ แต่ทีมขายต้องทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาให้กับลูกค้า ทาง AP ใช้ระบบ V Tour ที่พาลูกค้าดูทุกซอกทุกมุมของโครงการ ผ่านทางไลฟ์วิดีโอ ถ้าหากว่าเป็นโครงการแนวราบ ก็พานั่งรถกอล์ฟ ให้เห็นตั้งแต่หน้าโครงการว่าระยะจริงของยูนิตที่ลูกค้าจะซื้ออยู่ไกลแค่ไหน บรรยากาศโดยรอบเป็นอย่างไร ในส่วนของคอนโดมิเนียม ก็พาไปดูที่ยูนิตจริงเช่นกัน ยิ่งสำหรับลูกค้าที่ตรวจรับเพื่อโอน เซลล์ต้องใช้วิธีพาลูกค้าตรวจรายละเอียด เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจจริง ซึ่งการใช้เทคโนโลยีนี่ทำให้มีผู้เข้าชมโครงการเพิ่มขึ้น 1,266 รายต่อสัปดาห์

“บ้านยังเป็นปัจจัยสี่ ที่ผู้บริโภคต้องการ ยิ่งสถานการณ์ภายนอกที่เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ในท้ายที่สุด ทุกคนต้องกลับบ้าน เราจึงได้เห็นเทรนด์ … From Home บ้านเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องใช้ได้ทุกส่วน ความท้าทายของเราก็คือ เราต้องจับตาดูสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน ข่าวไม่ดีเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เราก็ต้องปรับตัว และ Empower พนักงานของเราให้ทดลองและแก้ไขอยู่ตลอดเวลา” คุณวิทการ จันทรวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์และการสร้างสรรค์ กล่าว

“ไตรมาสที่สองที่ผ่านมา เราปรับตัวเพื่อตอบสนองลูกค้า ทำให้ลูกค้าตรวจห้องให้ได้ คุยกับเซลล์ได้ มีโปรโมชั่นที่พนักงานเราทำงานหนักมาก หลายคน Work From Home แต่เราทำงานหนักขึ้น สุดท้ายก็คือการทำมาร์เก็ตติ้งที่เราร่วมกับ Love is ทำให้คนเห็นว่าพื้นที่ในบ้าน ทำอะไรได้บ้าง”

 

ณ ขณะนี้ AP ยังไม่ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ถึงผลประกอบการไตรมาส 2 จึงยังบอกยอดที่แน่นอนไม่ได้ แต่คุณวิทการ เล่าว่า “ยอดโอน” ของ AP สูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งมา สูงกว่าไตรมาส 4 ของปี 2016 ซึ่งเคยสร้างสถิติไว้ที่ 11,500 ล้าน ซะอีก ซึ่งนั้นทำให้บริษัทได้เงินสดเข้ามาตามที่หวังเอาไว้ โดยตอนนี้ Cash Flow ของ AP มีอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท บวก Credit Line อีก 10,000 ล้านบาท พร้อมที่จะลุยต่อในครึ่งปีหลัง

AP ขอลองตลาด ตจว. ด้วยแบรนด์ “อภิทาวน์”

ในปีนี้ถึงแม้ว่า AP จะไม่เปิดตัว “คอนโดมิเนี่ยม” โครงการใหม่ แต่เน้นขายโครงการเดิมที่มีอยู่ในมือ แต่ก็รุกตลาดแนวราบและบุกไปที่ “ต่างจังหวัด” ด้วยแบรนด์ใหม่ “อภิทาวน์” ใน 5 จังหวัด ประกอบด้วย นครราชสีมา จำนวน 225 ยูนิตในเดือนสิงหาคม ส่วน เชียงราย, ขอนแก่น, อยุธยา และระยอง จะเปิดไล่เลี่ยกันในเดือนตุลาคม เป็นต้นไป

คุณวิทการ เล่าถึงวิธีคิดการทำตลาดในพื้นที่ที่มีเจ้าถิ่นอยู่แล้วว่า “เราก็คงเข้าไปด้วยเทคโนโลยีของเรา และการบริหารงานนิติบุคคล ซึ่งได้รับการพิสูจน์มาแล้วในโครงการต่างๆ ที่ผ่านมา คงไม่ใช่การเข้าไปแข่งขันเรื่องราคา เพราะผู้ประกอบการในท้องถิ่นก็คงมีต้นทุนด้านที่ดินที่ดีกว่าเราอยู่แล้ว”

“การไปในครั้งนี้ของเราก็เป็นการเทสต์ Business Model และการทำงานของเราเอง ส่วนวิธีการพิจารณาว่าจะไปจังหวัดไหน ก็มีการศึกษาคู่แข่งที่ไปก่อน อะไรที่ประสบความสำเร็จ จังหวัดไหนยอดขายดี  รวมทั้งศักยภาพด้านกำลังซื้อของผู้คนในท้องที่ และดูว่าเป็นแหล่งงานหรือไม่ อย่างนครศรีธรรมราช มีแหล่งงานในพื้นที่ รีเสิร์ชพบว่ามีการมองหาบ้านมากขึ้น ส่วน เชียงราย ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง มีโรงพยาบาลจำนวนมาก ทำให้รองรับผู้ป่วยจากประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วย”

นอกเหนือจากนี้ การบุก “แนวราบ” ก็มีข้อดีในแง่ที่ว่า พัฒนาโครงการไป ขายไป รับเงินไป ไม่ต้องสร้างให้เสร็จทั้งโครงการแล้วค่อยขายเหมือนคอนโดมิเนี่ยม โปรดักท์ในกลุ่มนี้จึงเป็นโปรดักท์ไฮไลต์ของ AP ในช่วงที่ภาคธุรกิจต้องรัดเข็มขัด มองหาการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อย เช่นเดียวกับการลงทุนที่ดินใหม่ ทาง AP มองว่า นี่เป็นช่วงเวลาทองของ Buyer ที่เจ้าของที่ดินวิ่งเข้ามาขาย ทำให้มีโอกาสที่จะต่อรองราคาที่เหมาะสม

ทั้งหมดนี้ คือ บทสรุปของไตรมาส 2 ของ AP Thai และแนวทางการลงทุนใหญ่ๆ ในช่วงครึ่งปีหลัง