มาถึงยุค Influencer Commerce ปั้นกองทัพให้ “แบรนด์” ติดอาวุธครบมือ รีวิวจบปิดยอดขาย

เทรนด์ Influencer Marketing เริ่มต้นกับบทบาท Content Creator พาแบรนด์ไปให้ผู้บริโภครู้จักแบบเนียนๆด้วยรีวิว ต่อมาในยุคที่ KOL อินฟลูเอนเซอร์ครองเมือง ก็ขยับหน้าที่ไปเป็น Media เข้าถึงทั้งคนวงกว้างและกลุ่มเฉพาะ มาในจังหวะ New Normal อีคอมเมิร์ซบูมสุดขีด “อินฟลูเอนเซอร์” ขออัพเลเวลกับหน้าที่ “ปิดการขาย” เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือทุกอย่างครบจบที่เดียวให้แบรนด์ กับยุค Influencer Commerce

กระแส New Normal ที่ว่าด้วยช้อปปิ้งออนไลน์กำลังแรงในยุค Covid-19 คาดการณ์กันว่าปีนี้ตลาดอีคอมเมิร์ซจะมีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท เติบโตถึง 25% ในขณะที่หลายอุตสาหกรรมกำลังซบเซา แน่นอนว่า “แบรนด์” ต่างๆ ต้องมุ่งหน้าสู่ตลาดนี้ งัดทุกเครื่องมือมาใช้สร้างตัวเลขยอดขายในปีที่ทุกรายหวังให้รอดจากวิกฤติ

ที่ผ่านมา การตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer Marketing) ยังคงเป็นเครื่องมือทางที่มีประสิทธิภาพ และเติบโตต่อเนื่อง และ LINE ในฐานะที่เป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานในประเทศไทยกว่า 46 ล้านคน จึงต้องการเชื่อมต่อ Influencer Marketing เข้าสู่ LINE Ecosystem เพื่อเจาะเทรนด์ที่กำลังมาแรง

ปั้นแพลตฟอร์ม Influencer Commerce

คุณณธกฤต กาญจนมัณฑนา หัวหน้าฝ่ายการพาณิชย์ธุรกิจคอนเทนต์และสื่อ LINE ประเทศไทย กล่าวว่าก่อนหน้านี้ LINE ประเทศไทย ได้เปิดตัว LINE IDOL  ซึ่งเป็นช่องทางที่ช่วยให้ดารา ศิลปิน และอินฟลูเอนเซอร์ ได้สื่อสารกับแฟนคลับ ด้วยการ Add Friend ผ่าน LINE Official Account (OA) ล่าสุดได้ขยาย LINE IDOL ครอบคลุมอินฟลูเอนเซอร์ ตั้งแต่ระดับ Macro Influencer (ผู้ติดตาม 100,000 คนขึ้นไป) จนถึงระดับ Micro Influencer (ผู้ติดตาม 500 คนขึ้นไป)

เครื่องมือของ LINE IDOL ที่สื่อสารผ่าน OA มี 3 แกนหลัก คือ Awareness กับผู้ติดตาม, การสร้าง Brand Love จากจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้นและเข้าถึง LINE IDOL และ Conversion จากเดิมแบรนด์ทำเรื่อง Influencer Marketing ในรูปแบบ Conversation ด้วยการรีวิวสินค้า แต่หลายแบรนด์ก็มักมีคำถามว่าจะแปลงมาเป็น Conversion เพื่อสร้างยอดขายได้อย่างไร จากโจทย์นี้และเทรนด์การเติบโตของกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ LINE IDOL จึงต่อยอดเครื่องมือการตลาดและสร้างบิสซิเนสโมเดลใหม่ด้วย Influencer Commerce

การทำตลาดผ่าน Influencer Commerce จะตอบโจทย์แบรนด์ได้มากขึ้นในการเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ เพราะหากดูจากเป้าหมายของแบรนด์ (Brand Goal) จะเริ่มจาก Awareness  ต่อด้วย Engagement และ Action คือการปิดยอดขายในแพลตฟอร์มเดียว ผ่าน LINE Ecosystem โดยเริ่มเฟสแรกในไตรมาส 3 นี้  จากการทำคอนเทนท์ รีวิว รูปภาพ และวิดีโอ

จากนั้นเฟส 2 ในไตรมาส 4  คือการสร้าง Conversion หรือ Action ที่จะช่วยสร้างยอดขายให้แบรนด์ผ่าน MyShop วิธีการคือหลังดูรีวิวจากอินฟลูเอนเซอร์ ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าและจ่ายเงินได้บน LINE ที่เดียว และในอนาคตอินฟลูเอนเซอร์ที่อยู่บนแพลตฟอร์ม LINE จะสามารถสร้างรายได้ในรูปแบบของค่าคอมมิชชั่นจากยอดขายที่เกิดขึ้น นอกจากการรีวิวสินค้าหรือค่าโฆษณาให้กับแบรนด์

“ที่ผ่านมาการทำตลาดผ่าน Influencer Marketing ตอบโจทย์เรื่องการสร้างเอนเกจและมีคนรักแบรนด์มากขึ้นแล้ว แต่แบรนด์ก็ต้องการขายของด้วย เดิมยังไม่เครื่องมือทำเรื่องนี้ใน LINE Ecosystem จึงได้พัฒนาฟีเจอร์และบิสซิเนสโมเดลใหม่ Influencer Commerce เพื่อให้ทั้งฝั่งแบรนด์และอินฟลูเอนเซอร์ win win ทั้งคู่”

การสื่อสารเครื่องมือใหม่นี้ทำผ่าน OA ใน MyShop โดยแบรนด์ต่างๆ สามารถสร้าง Shop ได้เอง ซึ่งทั้งกระบวนการสร้างการรับรู้ เอนเกจกับผู้บริโภค และปิดการขาย บนแพลตฟอร์ม LINE ไม่ต้องออกจากแอป ซึ่งจะตอบโจทย์การขายของแบรนด์และเป็น User Friendly รองรับการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ โดยไลน์ได้ร่วมมือกับ อินฟลูเอนเซอร์เอเจนซี่ Tellscore  แพลตฟอร์มบริหารจัดการอินฟูลเอนเซอร์ครบวงจร นำร่องความร่วมมือพัฒนาบิสซิเนสโมเดล Influencer Commerce

สร้างกองทัพอินฟลูเอนเซอร์ติดอาวุธแบรนด์

คุณสุวิตา จรัญวงศ์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Tellscore กล่าวว่าปัจจุบันมีอินฟลูเอนเซอร์อยู่ในแพลตฟอร์มกว่า 40,000 คน ซึ่งจะใช้เทคโนโลยี Machine Learning แนะนำ Influencer ให้แมทช์กับแบรนด์ ผ่านแพลตฟอร์ม Influencer Commerce ของไลน์

ในฝั่งของ Influencers ที่มาลงมาในสนาม LINE  ซึ่งมีผู้ใช้งาน 46 ล้านคน จะมีฐานผู้ติดตามเพิ่มขึ้น ส่วนแบรนด์ ก็สามารถเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมในการรีวิวสินค้า สร้างคอนเทนท์ผ่าน Conversation และเปลี่ยนเป็น Conversion ได้จริง ทำให้เกิดการซื้อขายบนแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกแบรนด์ต้องการ เพราะหลังจากรีวิวแล้ว ทราฟฟิกจะวิ่งเข้าไปที่ MyShop ของแบรนด์ เรียกว่าเป็นการสร้าง “กองทัพ” อินฟลูเอนเซอร์ ให้กับแบรนด์ และปิดยอดขายได้ด้วย

ปัจจุบันเครื่องมือ Influencer Marketing ไม่ได้เป็นแค่คอนเทนท์ แต่เป็นมีเดียเต็มรูปแบบ ทำให้คอนเทนท์จากอินฟลูเอนเซอร์ สามารถไปจบที่ยอดขายได้จริง กลายเป็นอาวุธและเครื่องมือที่สร้างมูลค่า (Value) ให้กับแบรนด์และสินค้า เพราะผู้บริโภค 87% ดูรีวิวก่อนซื้อ ยอมรับและเชื่อถือคอนเทนท์จาก KOL และอินฟลูเอนเซอร์ ที่มีตัวตนจริงมากขึ้น ยุคนี้เทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซพร้อมแล้ว อินฟลูเอนเซอร์ จึงมีบทบาทต้องช่วยแบรนด์ปิดการขายอีกทาง

“ในยุคอีคอมเมิร์ซบูม การสร้างกองทัพอินฟลูเอนเซอร์ให้แบรนด์ทำ Conversation ผ่านรีวิวแล้วเปลี่ยนเป็น Conversion เห็นยอดขายทันที เป็นการสร้างบิสซิเนส โมเดลใหม่ ระหว่างแบรนด์และอินฟลูเอนเซอร์ ในยุค Influencer Commerce”