การก้าวลงจากบัลลังก์ของ “Shintaro Tsuji” ผู้ก่อตั้ง Sanrio ในวัย 92 ปี

เป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจทีเดียวกับการก้าวลงจากตำแหน่งประธานบริษัทของ “Shintaro Tsuji” วัย 92 ปี ผู้ก่อตั้งบริษัท Sanrio เจ้าของคาแรคเตอร์ Hello Kitty และอีกหลากหลายคาแรคเตอร์ยอดฮิต ที่จะมีผลในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ โดยเขาจะส่งไม้ต่อให้กับ “Tomokuni Tsuji” หลานชายวัย 31 ปี ที่เพิ่งเข้ามาทำงานในบริษัทเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมานี้เอง

โดยสถานการณ์ปัจจุบันของ Sanrio ต้องบอกว่าน่ากังวลพอสมควร เนื่องจากยอดขายของบริษัทลดลงติดกันมาแล้วถึง 5 ปี และในปี 2020 นี้ คาดว่าจะมียอดขายอยู่ที่ 57,700 ล้านเยน จากที่เคยมียอดขายสูงถึง 72,476 ล้านเยนเมื่อปี 2016

ไม่เฉพาะยอดขาย กำไรจากการดำเนินงานของบริษัทก็ลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน จากเดิมที่เคยมีกำไรจากการดำเนินงาน 12,675 ล้านเยน เมื่อปี 2016 แต่ในปีนี้ บริษัทคาดว่าจะมีกำไรจากการดำเนินงานราว 4,000 ล้านเยนเท่านั้น

ผลประกอบการย้อนหลังของ Sanrio ขอบคุณข้อมูลจาก Sanrio.co.jp

สาเหตุส่วนหนึ่งก็คือพิษ Covid-19 ที่ทำให้บริษัทต้องปิดตัวธีมปาร์คทั้งสองแห่ง นั่นคือ Sanrio Puroland ในกรุงโตเกียว และ Harmony Land บนเกาะคิวชูเป็นการชั่วคราว (ปัจจุบัน Harmony Land กลับมาเปิดตัวแล้ว เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา ส่วน Sanrio Puroland มีแผนจะกลับมาเปิดตัวอีกครั้งในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้)

แต่มากไปกว่านั้นคือเหตุการณ์ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นกรณีพิพาทกับประเทศเกาหลีใต้เมื่อปี 2019 ที่แบรนด์ Sanrio ถูกโยงเข้าไปในความขัดแย้งนั้นด้วย โดยมีชาวเกาหลีใต้เสนอให้นำตัวคาแรคเตอร์ของเกาหลีเองอย่าง Pororo มาใช้แทน Hello Kitty ด้วยเช่นกัน

สำหรับ Tomokuni Tsuji หลานชายที่จะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานบริษัทคนต่อไปนั้น รายงานจาก Kyodo News ระบุว่าเขาเพิ่งเข้ามาทำงานในบริษัทเมื่อปี 2014 นี้เอง โดยเป็นการเข้ามาทำงานหลังจากการเสียชีวิตของผู้เป็นพ่ออย่าง Kunihiko Tsuji ซึ่งเสียชีวิตไปด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันในขณะเดินทางไปเจรจาธุรกิจที่สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2013 ด้วยวัย 61 ปี และเป็นการเปลี่ยนตัวผู้บริหารครั้งแรกของบริษัทด้วย ปัจจุบัน Tomokuni Tsuji ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการอาวุโสของ Sanrio

(ซ้าย) Shintaro Tsuji ผู้ก่อตั้ง Sanrio และ  Tomokuni Tsuji หลานชายที่จะรับตำแหน่งประธานบริษัทคนต่อไป (ขอบคุณภาพจาก Kyodo News)

ทั้งนี้ สิ่งที่ Tomokuni Tsuji บอกว่าจะโฟกัสมากขึ้นก็คือ ธุรกิจดิจิทัล และการสร้างแบรนด์ให้มีความแข็งแกร่งในระดับโลก

สำหรับ Sanrio นอกจากจะเป็นเจ้าของแบรนด์คาแรคเตอร์ที่คนไทยชื่นชอบอย่าง Hello Kitty แล้ว ยังมีอีกหลายคาแรคเตอร์ที่ครองใจคนไทยได้อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะเป็น Gudetama, My Melody, Kero Kero Keroppi, Cinnamoroll, Kuromi ฯลฯ

Source

Source

Source