Shell เปิดกลยุทธ์ยุค New Normal ร้าน Select เกาะเทรนด์ “เดลิเวอรี่” ขยายธุรกิจ Non-Oil

สถานการณ์ Covid-19 ในประเทศไทยเริ่มคลี่คลาย นับถึงวันที่ 17 มิถุนายน ไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศต่อเนื่อง 23 วัน ภาครัฐผ่อนปรนให้เกือบทุกธุรกิจกลับมาดำเนินงานได้ปกติ แต่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนสู่วิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ความคุ้มค่า สะดวกใช้บริการ เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวตาม เพื่อสร้างโอกาสในการทำธุรกิจ

- Advertisement -

ช่วงที่มีการ Lockdown สถานีบริการน้ำมันยังเปิดได้ปกติ แต่การหยุดเดินทางของภาคครัวเรือน และการทำงานที่บ้าน (Work from Home) ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลงไปด้วย กระทบต่อธุรกิจปั๊มน้ำมันโดยภาพรวม สถานการณ์โควิดที่ยังไม่แน่นอน ก็เป็นความท้าทายในการทำธุรกิจหลังจากนี้

อีกทั้งธุรกิจปั๊มน้ำมัน ที่มีรายได้หลักจากการขายปลีกน้ำมัน แต่ภาวะการแข่งขันสูง ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ แนวโน้มการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ “ทุกราย” ต่างมุ่งขยายรายได้ธุรกิจ Non-Oil มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ หรือเซอร์วิสอื่นๆ ที่ทำกำไรได้มากกว่าการขายน้ำมัน Shell  หนึ่งในผู้ประกอบการรายใหญ่ ก็วางเป้าหมายขยับสัดส่วนรายได้ Non-oil ให้ได้ 50% ในปี 2568

3 กลยุทธ์ฝ่า New Normal

คุณอรอุทัย ณ เชียงใหม่ กรรมการบริหาร ธุรกิจการตลาดค้าปลีก บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่าในวิกฤติความไม่แน่นอนจาก Covid-19 สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องโฟกัสคือ เข้าใจลูกค้า จากการวิเคราะห์อินไซต์ผู้บริโภคที่เกิดจาก New Normal จะให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยและความคุ้มค่า

หลังจากภาครัฐผ่อนคลายมาตรการให้เกือบธุรกิจกลับมาดำเนินการเป็นปกติ 3 กลยุทธ์ หลักที่เชลล์ให้ความสำคัญ คือ Innovation จากพฤติกรรม New Normal จึงได้พัฒนาเรื่อง Contactless Payment การจ่ายไร้สัมผัสในปั๊มน้ำมัน ทั้งรูปแบบ คิวอาร์ พร้อมเพย์ และการชำระเงินแบบแตะเพื่อจ่าย (Tap & Go)

กลยุทธ์ Partnership การทำงานร่วมกับพันธมิตร เรื่อง Payment กับธนาคาร การขยายบริการออนไลน์ทำงานกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Shopee การสั่งซื้อแพ็คเกจเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง การให้บริการจัดส่งเครื่องดื่มและเบเกอรี่จากร้านกาแฟเดลี่ คาเฟ่ ผ่าน Grab

และกลยุทธ์ People การดูแลพนักงานกว่า 8,000 คน ในสถานีบริการน้ำมัน ที่เรียกว่าเป็น Service Champions ทำหน้าที่เป็น แบรนด์แอมบาสเดอร์ของเชลล์ ให้บริการลูกค้าเดือนละ 14-15 ล้านคน ตลอดช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดโควิด พนักงานของเชลล์ทุกคนปลอดภัยจากการติดเชื้อ

เปิดบริการเดลิเวอรี่ร้านสะดวกซื้อ  

ปัจจุบันเชลล์ มีสถานีบริการน้ำมัน 630 แห่งทั่วประเทศ ครึ่งปีแรกขยายสาขาไปแล้ว 18 แห่ง ช่วงครึ่งปีหลังจะเปิดอีก 39 แห่ง ทั้งปี 57 แห่ง ยังเป็นไปตามเป้าหมาย มีทั้งลงทุนเองและแฟรนไชส์ เน้นการเปิดปั๊มในพื้นที่สำคัญ ใจกลางเมือง เพื่อให้ลูกค้าสะดวก แต่เป็นทำเลที่มีการแข่งขันสูงและต้นทุนพื้นที่สูง ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันมีความแตกต่าง

ในการเปิดปั๊มใหม่จะมีธุรกิจ Non-Oil ทุกรูปแบบ ภายใต้แผนธุรกิจที่จะขยายสัดส่วนรายได้ Non-Oil เพิ่มขึ้น ทั้งกลุ่มการดูแลรถยนต์ ศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เชลล์ เฮลิกส์ พลัส (Shell HELIX OILCHANGE+) และ ศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์เชลล์ แอ๊ดว้านซ์ มอเตอร์ แคร์ เอ็กซ์เพรส (Shell Advance Motor Care Express) เพื่อให้บริการมอเตอร์ไซค์ที่มีกว่า 20 ล้านคันในประเทศ  ซึ่งเชลล์ เป็นผู้นำตลาดเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง

รวมทั้งกลุ่มร้านค้าปลีก ปีนี้ยังขยายตามแผน ปัจจุบันมีร้านสะดวกซื้อ Select 124 แห่ง  ร้านกาแฟเดลี่ คาเฟ่ 147 แห่ง โดยการเปิดปั๊มใหม่ทุกสาขาในปีนี้ จะมี ร้าน Select และร้านเดลี่ คาเฟ่ ให้บริการอยู่ด้วย และจะขยายการมอบตรา “เชลล์ชวนชิม” ให้กับร้านอาหารใหม่ๆ ร่วมกับ  ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ ปัจจุบันมีกว่า 120 ร้าน พร้อมดึงร้านเหล่านี้เข้ามาเปิดบริการในปั๊มเชลล์

จากพฤติกรรม New Normal ที่ผู้บริโภคยังกังวลเรื่องความปลอดภัยด้านสุขอนามัย และหันมาใช้บริการเดลิเวอรี่ด้านต่างๆ มากขึ้น ในครึ่งปีหลัง ร้านสะดวกซื้อ Select จะเริ่มให้บริการ Home Delivery สินค้าต่างๆ ที่อยู่ในร้าน เพราะสถานการณ์ปัจจุบันยังมีความต้องการของลูกค้าบางกลุ่มที่ไม่ต้องการเดินทางไปที่ ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ แต่ต้องการซื้อสินค้าจำเป็นใกล้บ้าน ผ่านบริการเดลิเวอรี่แทน เชลล์ จึงเตรียมให้บริการเดลิเวอรี่ต่อเนื่องร่วมกับพันธมิตร จากก่อนหน้าที่ ให้บริการเดลิเวอรี่เครื่องดื่มและเบเกอรี่ร้านเดลี่ คาเฟ่ มาแล้ว

เปิดแคมเปญรับ New Normal

นอกจากนี้ได้เปิดตัวแคมเปญ “เริ่มต้นใหม่ ไปกับเชลล์” ในจังหวะที่ทุกคนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติหลังการผ่อนคลายมาตรการในยุค New Normal ด้วยการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการดูแลสุขอนามัยให้ผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้พนักงานเกี่ยวกับวิธีการรักษาความสะอาดและดูแลสุขอนามัย การตรวจคัดกรองพนักงานก่อนปฏิบัติงาน การทำความสะอาดพื้นที่ภายในสถานีบริการทุก 1-2 ชั่วโมง การให้พนักงานทุกคนในสถานีบริการสวมใส่หน้ากาก รวมถึงการให้พนักงานผู้เตรียมอาหารและเครื่องดื่มสวมใส่หน้ากากและถุงมือเพื่อความปลอดภัย การรักษาระยะห่างในการให้บริการรวมถึงที่นั่งภายในร้าน สนับสนุนการชำระเงินแบบไร้สัมผัส

เพิ่มการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย เช่น หน้ากากผ้า แอลกอฮอล์ทำความสะอาด และเจลแอลกอฮอล์ขนาดพกพา ในร้านสะดวกซื้อ Select เปิดตัวเมนูเครื่องดื่มใหม่ราคาแก้วละ 40 บาท ที่ร้านเดลี่ คาเฟ่

ในช่วงนี้ที่ยังมีความท้าทายของวิกฤติความไม่แน่นอน ยังไม่รู้ว่าจะมีวัคซีนเมื่อไหร่ การกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศเป็นสิ่งสำคัญ เชื่อว่าแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยของภาครัฐ จะทำให้คนไทยท่องเที่ยวมากขึ้น และจะใช้รถยนต์ในการเดินทางมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งการให้บริการน้ำมันและบริการ Non-Oil ในช่วงครึ่งปีหลัง