พลิกวิกฤติโควิด ‘อิชิตัน’ ลุยเปิด 2 สินค้าใหม่เครื่องดื่มน้ำ PH-นมอัดเม็ด ‘วันมอร์’

ต้องเรียกว่าเป็นนักธุรกิจที่มองข้ามวิกฤติและเห็นโอกาสอยู่เสมอ ในสถานการณ์ Covid-19 ที่ธุรกิจส่วนใหญ่ต่างชะลอดูทิศทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อ แต่ “ตัน ภาสกรนที” ใช้จังหวะนี้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ 2 แบรนด์ใหม่ เกาะเทรนด์สุขภาพที่กำลังมาแรง และในช่วงที่ตลาดกำลังเงียบ การลุกขึ้นมาทำกิจกรรมเสียงย่อมดังกว่าปกติ

ปัจจุบันตลาด “น้ำดื่ม” มีมูลค่า 45,000 ล้านบาท แบ่งเป็นน้ำดื่มปกติ 85% และน้ำแร่ 15%  กลุ่มที่เติบโตคือ เซ็กเมนต์น้ำดื่มพิเศษดูแลสุขภาพ เป็นตลาดที่ “อิชิตัน กรุ๊ป” เห็นโอกาสเข้ามาทำตลาดในปีนี้ เดิมวางแผนเปิดตัวไตรมาส 3  แต่จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคหันมาดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคมากขึ้น จึงเปิดตัวสินค้าใหม่เดือนมิถุนายนนี้

เล็งโกย 1,000 ล้าน น้ำดื่ม PH PLUS 8.5

คุณตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่แบรนด์ PH PLUS 8.5 เครื่องดื่มน้ำอัลคาไลน์ ผสมวิตามินบีรวม  ที่มีฤทธิ์ด่างอ่อน ด้วยค่า PH  8.5 ช่วยปรับให้ร่างกายสมดุลจากสภาวะความเป็นกรดที่เกิดจากการรับประทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ เช่นอาหารรสจัด อาหารที่มีเนื้อเป็นส่วนประกอบ และใช้ความร้อนสูงในการปรุง เช่น การปิ้งย่าง รวมไปถึงการใช้ชีวิตท่ามกลางความเครียด ฝุ่นควัน มลภาวะ ของคนเมืองยุคใหม่

สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ร่างกายเกิดสภาวะกรด และแสดงออกในรูปของโรคต่างๆ เช่น กรดไหลย้อน กรดในกระเพราะอาหาร การเผาผลาญไม่สมบูรณ์ ฯลฯ เมื่อร่างกายมีความสมดุลแล้ว ก็จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันพร้อมที่จะสู้โรคต่อไป  อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสดชื่นในระหว่างวัน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจดูแลตัวเอง และมองหาวิธีการสร้างสุขภาพที่ดีในรูปแบบของไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ

“เทรนด์การดื่มน้ำ PH ที่มีคุณสมบัติเป็นด่างได้รับความนิยมสูงในญี่ปุ่นและไต้หวัน เห็นได้จากจำนวนผู้เล่นและมูลค่าตลาดเติบโตต่อเนื่อง ผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนเมืองและคนที่ให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพ”

การผลิตเครื่องดื่ม PH PLUS 8.5  อิชิตันได้นำเข้าเทคโนโลยีที่ได้รับลิขสิทธิ์จากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาใช้ในการผลิต ด้วยนวัตกรรมที่ทำให้น้ำมีโมเลกุลขนาดเล็ก สามารถซึมเข้าสู่ร่างกายได้รวดเร็วและยาวนาน อีกทั้งยังผสมวิตามินบีรวม ได้แก่ วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 และวิตามินบี 9  จำหน่ายขนาดบรรจุ 550 มล. ราคา 20 บาท เพื่อให้เป็นอีกทางเลือกเครื่องดื่มใหม่สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการดูแลสุขภาพ โดยวางเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 1,000 ล้านบาท

ขยายไลน์ธุรกิจนมอัดเม็ด OneMorr

นอกจากนี้ได้แตกไลน์ธุรกิกใหม่ครั้งแรกนอกจากผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม ภายใต้กลยุทธ์ 3 N (New Business, New Market, New Product)  โดยเริ่มเข้าสู่ตลาดสินค้าคุณภาพสำหรับเด็ก แบรนด์ วันมอร์ (OneMorr) นำร่องผลิตภัณฑ์แรกเจาะตลาดของขบเคี้ยว “นมอัดเม็ด” เนื่องจากเป็นตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยมูลค่ากว่า 350 ล้านบาท

นมอัดเม็ด “วันมอร์” ชูจุดขายนมแท้ๆ จากนิวซีแลนด์ แคลเซียมสูง ไม่ผสมครีมเทียม เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนรักสุขภาพ ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายทุกเพศทุกวัยในช่วง New Normal ที่มองหาสินค้าที่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองที่มองหาของทานเล่นให้กับลูก รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานขนมขบเคี้ยวที่มีประโยชน์ รับประทานสะดวก และผู้ที่ไม่ชอบดื่มนมแต่ต้องการสารอาหารทดแทน

นมอัดเม็ด วันมอร์ มี 2 รสชาติ ได้แก่ รสหวาน (ต้นตำรับ) และรสช็อกโกแลต ขนาดบรรจุ 10 กรัม และ 20 กรัม ในราคาเริ่มต้นที่ 10 บาท

“มองว่านมอัดเม็ดของไทยเป็นสินค้ายอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ  จึงมีโอกาสสูงในการขยายไปตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV และประเทศจีน”

เป้าหมายแรกของอิชิตัน คือ ทำให้แบรนด์วันมอร์เป็นที่รู้จักโดยเฉพาะในกลุ่มแม่และเด็ก รวมไปถึงคนที่ชื่นชอบขนมขบเคี้ยวที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ  คาดว่าภายในปี 2563 จะสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 50 ล้านบาทเฉพาะตลาดภายในประเทศ และมีส่วนแบ่งตลาด 15% และมีแผนขยายตลาดไปสู่ CLMV จีน และอินโดนีเชีย