แสนสิริชูกลยุทธ์ Multi Channel 6 ช่องทาง Online-Offline ดูและซื้อโครงการจากที่ไหนก็ได้

เมื่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขยายวงกว้างมากขึ้นไปเกือบทั่วประเทศไทย ส่งผลให้ภาครัฐงัดมาตรการต่างๆ เช่น การ Lockdown เมืองหรือจังหวัดต่างๆ การปิดสถานบริการและพื้นที่สาธารณะ ตลอดจนห้างร้านต่างๆ รวมถึงมีมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อจำกัดการแพร่เชื้อโรค ป้องกันการติดต่อของโรค

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในสถานการณ์แบบนี้ ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งกระทบต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมาก ทำให้ผู้ประกอบการทั้งหลายคิดหาวิธี และงัดกลยุทธ์การทำตลาดมาใช้ เพื่อให้ธุรกิจยังเดินหน้าต่อไปได้ภายใต้ข้อจำกัดที่มี

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็เช่นกัน ด้วยตัวสินค้าที่เป็น High Involvement ทำให้ผู้บริโภคต้องใช้เวลานานในการตัดสินใจซื้อ เพราะต้องอาศัยทั้งข้อมูลจำนวนมากและใช้ประสบการณ์เข้ามาช่วยในการพิจารณา “การเยี่ยมชมโครงการ” เพื่อเข้าไปดูและสัมผัสห้องตัวอย่างจริงๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะช่วยสร้างประสบการณ์ก่อนการอยู่อาศัยได้

 “แสนสิริ” นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำและรายใหญ่ของเมืองไทย จึงไม่หยุดในการตอบสนองความต้องการของคนอยากมีบ้าน ด้วยการเพิ่มช่องทางให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแบรนด์ได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าผ่าน Sansiri Multi Channel ที่ครบครันทั้ง “ออฟไลน์” และ “ออนไลน์” รวมทั้งสิ้น 6 ช่องทาง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเยี่ยมชมโครงการ การจอง และซื้อที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม หรือทาวน์โฮม

นอกจากนี้ ยังมีบริการเสริมอื่น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในเรื่องความสะอาด ความปลอดภัย ห่างไกลโรคโควิด-19 ด้วย

สำหรับ Sansiri Multi Channel ประกอบด้วย

ช่องทางที่ 1 การเยี่ยมชมโครงการและสำนักงานขาย

แสนสิริ ยังเปิดให้บริการเหมือนเดิมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. เพื่อมอบประสบการณ์ของการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบให้ลูกค้า แต่เพื่อป้องการโรคโควิด-19 ทางโครงการ ก็มีมาตรการรักษาความสะอาดอย่างเข้มงวด ยิ่งกว่านั้น ยังมีบริการใหม่ที่เสริมเข้ามาอย่าง Private Tour เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าชมโครงการได้แบบ Exclusive เฉพาะครอบครัวคุณเท่านั้น โดยสามารถนัดหมายเวลาเข้าเยี่ยมชมผ่านทุกช่องทางการติดต่อของแสนสิริ

นอกจากนี้ แสนสิริยังมีมาตรการรักษาความสะอาดและปลอดภัยอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น หลังการเยี่ยมชมบ้านหรือห้องตัวอย่างเสร็จ ทางโครงการจะเข้าทำความสะอาดบ้านตัวอย่างทันที เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับลูกค้าคนต่อไป การตรวจวัดอุณหภูมิทุกคนที่เข้ามายังโครงการ การเว้นระยะห่างระหว่างพนักงานขายและลูกค้า เป็นต้น ถึงแม้ว่าการเว้นระยะห่างจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่บริการของแสนสิริ กลับเพิ่มความเป็นส่วนตัวเพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูล สัมผัสการอยู่อาศัยจากโครงการอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ช่องทางที่ 2 เว็บไซต์ www.sansiri.com

ถึงแม้ว่าลูกค้าจะไม่สะดวกเข้าไปยังโครงการ แสนสิริก็มีการสร้างประสบการณ์บนเว็บไซต์ให้เป็น Sansiri Virtual Sale Gallery เสมือนสำนักขายขนาดย่อม เพื่อให้ลูกค้าที่สนใจสามารถชมทั้งคลิปวิดีโอรีวิว ภาพ และรายละเอียดของโครงการได้ นับว่าแสนสิริยกระดับการพาลูกค้าเข้าชมโครงการได้เสมือนจริงแม้จะอยู่ที่บ้านก็ตาม

ทั้งนี้ หากลูกค้าสนใจโครงการ ยังสามารถคลิกจองได้ทันที หรือถ้าต้องการสอบถามข้อมูลก็สามารถคลิกสัญลักษณ์ Chat ด้านขวาล่างของจอภาพบนเว็บไซต์เพื่อพูดคุยกับทีมงานได้ทันที

ช่องทางที่ 3 Facebook Sansiri PLC

เมื่อสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook ได้รับความนิยม และมีผู้ใช้งานจำนวนมาก ช่องทางดังกล่าวจึงมีอิทธิพลในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย อีกทั้งแฟนเพจของแสนสิริ มีฐานแฟนอยู่กว่า 1.4 ล้านคน และมีผู้ติดตาม (Followers) กว่า 1.5 ล้าน Facebook จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการแบ่งปันเรื่องราว ข้อมูลข่าวสารของโครงการ ตลอดจนโปรโมชั่นต่างๆ เพื่ออัพเดทให้ลูกค้ารับรู้ได้ และยังมีกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) ให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกกันอีกมากมาย และยังได้ทำความรู้จักกับแบรนด์ และโครงการต่างๆ ให้มากขึ้นอีกด้วย หรือหากสนใจโครงการที่อยู่อาศัยใดเป็นพิเศษ และต้องการนัดหมายเข้าเยี่ยมชมโครงการ เพียงแค่ทัก inbox ไปได้ทันที เพราะแสนสิริมีทีมงานที่พร้อมสแตนด์บาย ตอบทุกคำถาม

ช่องทางที่ 4 LINE Official Account

สำหรับประเทศไทย แอปพลิเคชันแชทยอดนิยม ก็คงหนีไม่พ้น “LINE” ที่มีฐานผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่า 50 ล้านราย ทำให้หลายๆ แบรนด์เห็นความสำคัญกับช่องทางดังกล่าว เพื่อใช้ในการสื่อสารกับผู้บริโภคได้ตรงและ “ใกล้ชิด” ยิ่งขึ้น แสนสิริเองก็พร้อมพูดคุยและเสิร์ฟโปรโมชั่นดีๆ ดีลโดนๆ ส่งตรงถึงลูกค้าอย่างรวดเร็ว ฉับไว ซึ่งลูกค้าที่เพิ่มเพื่อนหรือ Add LINE Official Account : @SansiriPLC จะไม่พลาดทุกข่าวสารแน่นอน ขณะเดียวกันทีมงานยังพร้อมช่วยเหลือ และตอบคำถามเต็มที่ เพื่อให้ลูกค้าได้โครงการบ้าน คอนโด หรือทาวน์โฮมยูนิตที่ต้องการ

นอกจากนี้ แสนสิริเองก็ยังมี LINE Official Account ของ 5 แบรนด์คอนโดมิเนียม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะคนหรือ Personalize สำหรับคนที่สนใจคอนโดจริงๆ อีกด้วย

ช่องทางที่ 5 Online Booking

ในช่วงที่สถานการณ์ต่างๆ ไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางออกไปจองคอนโดฯ ยูนิตที่ชอบได้ดั่งใจ แสนสิริก็เปิดบริการใหม่ให้ลูกค้าสามารถกดจองคอนโดยูนิตที่ชอบได้เลยตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านระบบจองออนไลน์หรือ Online Booking เรียกว่าอยู่บ้าน แต่เพียงคลิกจองง่ายๆด้วยปลายนิ้วเท่านั้น  นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอพิเศษมากมาย ในราคาโดนใจ แถมจองเพียง 1,999 บาท! เท่านั้น ถ้าสนใจต้องรีบคลิกไปที่ siri.ly/NK8IJU4

ช่องทางที่ 6 Call Centre 1685

แสนสิริมีทีมงานคอยให้บริการทั้งตอบคำถาม อำนวยความสะดวกในการนัดหมายเยี่ยมชมโครงการ หรือจองยูนิตพิเศษ เรียกว่าข้องใจ สนใจใคร่รู้เรื่องไหน โทรหาคอลเซ็นเตอร์ที่เดียวจบได้ทันที

จะเห็นได้ว่าแม้ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม แต่แสนสิริกลับสร้างสรรค์ช่องทางต่างๆ เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคให้ “ใกล้ชิด” กันมากขึ้นกว่าเดิม และเพิ่มเติมเข้ามาคือการเพิ่มมาตรการรักษาความสะอาด ความปลอดภัย หวังให้ทุกคนห่างไกลโควิด-19 ไปพร้อมๆกัน ซึ่งแต่ละคนมีความต้องการ ความสะดวก และข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป แต่หากยังต้องการไปชมโครงการก็ทำได้ทุกวัน 9.00 – 18.00 น. แถมได้สัมผัสประสบการณ์แบบ Private มากขึ้น ส่วนช่องทางออนไลน์ ก็จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการได้แบบทุกที่ทุกเวลาหรือ Anywhere, Anytime

กลยุทธ์เหล่านี้เป็นภารกิจที่แสนสิริต้องพิชิตใจผู้บริโภคท่ามกลาววิกฤตโควิด-19!