วัดชีพจรอสังหาฯ ไทย VS อาเซียน ในยุคโควิด-19 ราคาดิ่ง 9% ซัพพลายลดลง 3%

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นับเป็นวิกฤติที่สร้างความปั่นป่วนและผลกระทบรุนแรงต่อภาคธุรกิจชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะวิกฤติที่เกิดในช่วงที่ผ่านมาล้วนเกิดขึ้นและกระทบกับเซ็กเตอร์ใดเพียงเซ็กเตอร์หนึ่งเท่านั้น แต่โควิด-19 นั้นสร้างผลกระทบกับทุกธุรกิจ ซึ่ง อสังหาริมทรัพย์ ก็เป็นหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และต้องปรับตัวกันแบบรายวันเลยทีเดียว โดย DDproperty.com เว็บไซต์สื่อกลางซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย และเว็บไซต์ในเครือพร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป ในสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ได้จัดทำรายงานและวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอาเซียนเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการได้เตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากนี้ได้อย่างทันท่วงที

รอบ 1 ปีราคาอสังหาฯ ไทย ชะลอตัวลง 9%

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยในปี 2563 มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยมีสัญญาณมาตั้งแต่ปลายปี 2562 ที่ราคาและอุปทานลดลงอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยท้าทายหลายด้านทั้งสภาพเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และเห็นได้ชัดเมื่อเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยดัชนีราคาในไตรมาสแรกของปี 2563 ลดลง 1% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลงถึง 9% ในรอบ 1 ปี ส่วนดัชนี อุปทาน แม้จะยัง ทรงตัว แต่ก็ ลดลง 3% ในรอบ 1 ปี

แม้ว่าวิกฤติโควิด-19 จะทำให้ตลาดอสังหาฯ ชะลอตัว และส่งผลให้ราคาคอนโดมิเนียม และทาวน์เฮ้าส์ ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโปรโมชันลด แลก แจก แถมต่างๆ ของผู้ประกอบการอสังหาฯ หลายราย เพื่อเร่งระบายสินค้าคงค้าง แต่ก็เป็น โอกาส ที่ดีของผู้ซื้อที่มีความพร้อม ที่จะได้สินค้าในราคาที่เหมือนกับช่วงเปิดตัวโครงการ นอกจากจะเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองแล้ว ยังเหมาะกับการซื้อเพื่อลงทุน เนื่องจากราคาอสังหาฯ มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอีกเมื่อสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ โดยเฉพาะสินค้าระดับกลาง-บน ที่มีการเติบโตของระดับราคาเป็นอย่างมาก

อสังหาฯ สิงคโปร์ มีแนวโน้มปรับราคาลงต่อเนื่อง

จากรายงาน PropertyGuru Singapore Property Market Index ฉบับล่าสุด พบว่า ดัชนีราคาลดลง 1.1% ในไตรมาสแรกของปี 2563 สอดคล้องกับข้อมูลจาก Urban Redevelopment Authority ระบุว่าราคาอสังหาฯ ที่ไม่ใช่ที่ดินและคอนโดมิเนียมจะปรับตัวลดลง 1% ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากความเชื่อมั่นและการคาดการณ์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ที่ลดลง และหากสถานการณ์ชัตดาวน์ประเทศสิงคโปร์ยังยืดเยื้อ ผู้ประกอบการอสังหาฯ จำนวนมากมีแนวโน้มจะลดราคาอสังหาฯ ลงอีกในไตรมาสที่ 2 ของปี 2563

อย่างไรก็ดี ภาคธุรกิจในประเทศส่วนใหญ่ไม่หวั่นวิตกกับสถานการณ์การแพร่ระบาดมากนัก เนื่องจากเชื่อมั่นในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล รวมทั้งความแข็งแกร่งของภาคอสังหาฯ ที่มีการออกมาตรการคุมภาระหนี้ต่อรายได้ (TDSR) และ มาตรการกำกับควบคุมการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV)

อสังหาฯ มาเลเซีย ราคาปรับขึ้น สวนความต้องการที่ลดลง

จากการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของโควิด-19 ในมาเลเซียตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จนภาครัฐต้องใช้มาตรการชัตดาวน์ประเทศ ทำให้ภาคธุรกิจหยุดชะงัก และส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำลง แต่ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ยังคงรักษาการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องมาจากไตรมาสแรกของปี 2563 โดยวัดได้จากดัชนีราคาที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับรายงาน PropertyGuru Malaysia Property Market Index ฉบับล่าสุด ที่พบว่า ดัชนีราคาในไตรมาสแรกของปี 2563 ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย หรือเพิ่มขึ้น 0.63% แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยังมองอสังหาฯ ว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดหากต้องการสร้างความมั่นคง สวนทางกับจำนวนอุปทานใหม่ที่ลดลงถึง 10.47% ซึ่งลดลงมากสุดในรอบ 3 ปี

อย่างไรก็ตาม จากการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคา จำนวนอุปทาน รวมถึงมูลค่าการทำธุรกรรมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาจส่งผลกระทบต่อการกำหนดราคาในตลาด ซึ่งเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ รักษาระดับราคาอสังหาฯ ในพื้นที่สำคัญ ๆ ให้คงที่หรือเพิ่มราคาได้อีก

ตลาดอสังหาฯ อินโดนีเซีย ยังโต แข่ง “ราคา” แรง

ตามรายงานของธนาคารแห่งประเทศอินโดนีเซีย และรายงาน Rumah.com Indonesia Property Market Index ฉบับล่าสุด ชี้ให้เห็นว่า ภาคอสังหาฯ ของประเทศในปีนี้จะเป็นปีแห่งการฟื้นฟูและเติบโตขึ้น เนื่องจากการสนับสนุนของภาครัฐฯ ที่ออกนโยบายผ่อนปรนมาตรการ LTV สำหรับผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง ซึ่งเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการอสังหาฯ นักลงทุน และภาคธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องมากขึ้น

อย่างไรก็ดี จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศชะลอตัวตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่ภาคอสังหาฯ ในไตรมาสแรกของปี 2563 กลับพบว่า มีจำนวนอุปทานใหม่ลดลง สวนทางการเติบโตของความต้องการซื้อ ทำให้ผู้ที่ขับเคลื่อนตลาดอสังหาฯ ของอินโดนีเซียในไตรมาสที่ผ่านมาเป็นกลุ่มผู้บริโภค โดยจะมุ่งให้ความสำคัญกับ “ราคา” มากกว่าโปรโมชันส่วนลด หรือของแถมอื่น ๆ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง โดยผู้ประกอบการอสังหาฯ รายใดที่นำเสนอราคาได้ถูกกว่า ก็มีโอกาสขายได้

อสังหาฯ หลังโควิด รุกใช้เทคโนโลยี สร้าง New Norm

คุณกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ ในเครือพร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป บอกว่า แม้ธุรกิจอสังหาฯ ทั่วอาเซียนต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จนส่งผลให้ภาครัฐต้องออกมาตรการล็อกดาวน์ประเทศ และทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ หลายราย ต้องพับแผนเปิดตัวโครงการใหม่ การก่อสร้างหยุดชะงัก งานแสดงบ้านระดับบิ๊กอีเวนท์ที่โกยรายได้มากมายในแต่ละปีก็ไม่สามารถจัดขึ้นได้ เนื่องจากการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing แต่ผู้ประกอบการในอาเซียนเห็นตรงกันว่า กุญแจสำคัญสำหรับการรอดพ้นจากวิกฤตินี้คือ การวางแผนการเงินสำรองฉุกเฉิน การทำแผนตลาดให้มีความยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกินความคาดหมาย ยกระดับการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีเพื่อต่อเกมธุรกิจ สร้างประสบการณ์ดิจิทัลแก่พนักงานและลูกค้าได้ต่อเนื่อง แม้ทุกอย่างจะหยุดชะงัก

โดยจากนี้ไปจะเห็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจและการให้บริการของภาคอสังหาฯ ในอาเซียนหันมาสร้าง New Norm” ให้เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้ โดยใช้โอกาสนี้เข้าถึงลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ผ่านการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ และการเข้าถึงผู้บริโภคด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์

เพราะถึงแม้จะอยู่ในช่วงวิกฤติโควิด-19 แต่ผู้บริโภคยังคงให้ความสนใจอสังหาฯ อย่างต่อเนื่อง ยืนยันได้ด้วยจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ DDproperty.com พบว่า จำนวนการเข้าชมและทำการค้นหาต่อบนเว็บไซต์ เพิ่มสูงขึ้นถึง 8% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเคอร์ฟิว

ดังนั้น ผู้ประกอบการอสังหาฯ ที่ปรับตัวได้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ช่องทางออนไลน์แบบครบวงจร หรือใช้เทคโนโลยี Virtual Tour ในการรีวิวโครงการ แทนการเข้าชมจริง ก็จะสามารถประคองธุรกิจ หรือก้าวไปข้างหน้าได้แม้จะอยู่ในสถานการณ์นี้

Photo Credit : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand