Hertz บริษัทรถเช่าเบอร์ 2 ของสหรัฐอเมริกา ประกาศล้มละลาย เตรียมเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ

หลังจากเกิดวิกฤติ Covid-19 มีหลายธุรกิจที่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ในประวัติศาสตร์ ล่าสุด Hertz บริษัทรถเช่าที่มีอายุนับร้อยปี ต้องประกาศ “ล้มละลาย” และเดินหน้าเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ

Hertz ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1918 ที่ชิคาโก้ ปัจจุบันนี้ดำเนินงานเช่ารถทั่วโลกกว่า 150 ประเทศ และเป็นผู้ให้บริการรถเช่าที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของสหรัฐอเมริกา แต่เนื่องจาก Covid-19 ทำให้ ผู้คนไม่สามารถเดินทางได้ การเช่ารถจึงเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป อีกทั้งในระยะหลังการเกิดขึ้นของธุรกิจจำพวก Ride-Hailing เช่น UBER, Lyft ในสหรัฐอเมริกา หรือ Grab ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็ทำให้นักเดินทางมีทางเลือกมากขึ้น

ขณะที่ Hertz มีหนี้สินรวม 19,000 ล้านเหรียญ แบ่งเป็น หุ้นกู้ 4,300 ล้านเหรียญ และหนี้สินที่เกิดจาการเช่าหรือซื้อรถยนต์มาให้บริการ กับค่าเช่าพื้นที่ อีก 14,400 ล้านเหรียญ และเมื่อไม่ได้ให้บริการหลายเดือน ก็ทำให้ไม่มีสภาพคล่องทางการเงินมาชำระหนี้และดอกเบี้ยที่พุ่งขึ้นไปอีก

ก่อนหน้านี้ Hertz พยายามประคับประคองบริษัทด้วยการเลิกจ้างพนักงานจำนวน 10,000 คน หรือคิดเป็น 26% ของบริษัท ขณะที่ Kathryn Marinello ซีอีโอ ที่ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2016 ได้ประกาศลาออกไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยมี Paul Stone หนึ่งในบอร์ดบริหารขึ้นดำรงตำแหน่งแทน

“การกระทำในวันนี้เป็นการทำเพื่อปกป้องคุณค่าของธุรกิจเรา ทำให้เราสามารถดำเนินงานและให้บริการลูกค้า และมีเวลาเตรียมการให้พื้นฐานทางการเงินของเราแข็งแรงขึ้น เพื่อก้าวผ่านช่วงเวลาที่เกิดโรคระบาด และพาเราไปอยู่ในจุดที่ดีขึ้นในอนาคต” Paul Stone กล่าวในแถลงการณ์

Source

Source