‘ไทยยูเนี่ยน’ ช่วยอีกแรงฝ่าวิกฤต COVID-19 ชู “น้ำใจ” ภูมิต้านทานที่ดีที่สุดของคนไทย

ในขณะหลายคนหวั่นวิตกและหวาดกลัวในสถานการณ์อันเลวร้าย และผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้การใช้ชีวิตและการทำงานของคนเราถูก disrupt แบบกระเจิดกระเจิง  เพราะเศรษฐกิจสั่นคลอน หลายธุรกิจล้มครืนลงแบบไม่ทันทั้งตัว ความมั่นคงในชีวิตพังทลาย สิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน กลายเป็นความจริงอันเจ็บปวดที่ถาโถม กระหน่ำ ซ้ำซัดจนซวนเซ

หลายคนกำลังหมดแรงใจและไฟฝัน หลายชีวิตไม่ใช่แค่ยังมองไม่เห็นโอกาสในอนาคต ขณะที่สถานการณ์วิกฤตนี้ก็ไม่รู้ว่ายืดเยื้อไปอีกนานแค่ไหน เมื่อไหร่ที่ฟ้าหลังพายุฝนจะอวดโฉมงาม แม้แต่ในปัจจุบัน แสงสว่างที่เคยนำทางก็ดับวูบลง แต่สิ่งหนึ่งที่ ‘ไทยยูเนี่ยน’ หรือ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำในธุรกิจอาหารทะเลของโลก เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าจะช่วยนำพาประเทศชาติอันเป็นที่รักของพวกเราทุกคนให้ฝ่าวิกฤต COVID-19 ไปได้ด้วยกันอย่างพร้อมหน้า และเป็นภูมิต้านทานที่ดีที่สุดของคนไทย นั่นก็คือ ‘น้ำใจ’ ที่มีให้กัน

นั่นจึงเป็นที่มาของการสร้างสรรค์แคมเปญระดมน้ำใจ ให้คนในสังคมตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นของการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การหยิบยื่นน้ำใจและแบ่งปันกัน เพราะการมอบน้ำใจไมตรีที่ดีงามให้แก่กัน การคิดถึงคนรอบข้างให้มากขึ้น ย่อมหมายถึงการถ่ายทอดพลังบวก และกอบกู้ชีวิตของคนที่กำลังสิ้นไร้เรี่ยวแรง ให้ยืนหยัดและฟันฝ่ามรสุมนี้ต่อไปได้ หรืออย่างน้อย ๆ ก็ช่วยบรรเทาเบาบางให้ความกลัวที่มี ลดน้อยลงไปได้

ขณะเดียวกัน ‘การร่วมด้วยช่วยกัน’ ดูแลตัวเอง รับผิดชอบต่อตัวเอง ซึ่งในที่สุดย่อมหมายถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการปฏิบัติตัวตามมาตรการ #อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ หรือ #StayHome เพื่อรักษาระยะห่างระหว่างกัน ป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่หรือรับเชื้อ จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนที่อยู่ในสถานะที่จะทำได้ พึงทำ เพื่อเป็นกำลังใจและลดภาระของบรรดาบุคลากรสาธารณสุขด่านหน้าที่กรำศึก และต่อกรกับ COVID-19 อย่างแข็งขัน เพราะลำพังพลังของคนกลุ่มใดเพียงกลุ่มหนึ่ง ย่อมไม่อาจสร้างการเปลี่ยนแปลง หรือเป็นปราการที่แข็งแกร่งพอที่จะปกป้องคุ้มภัยประเทศชาติได้  เท่ากับความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทุกคน ซึ่งเป็นทางรอดที่ยั่งยืนในทุกสถานการณ์

 

แคมเปญสื่อสารที่ทรงพลังและจับใจนี้ ยังตอกย้ำถึงจุดยืนของไทยยูเนี่ยนที่ให้ความสําคัญกับทุกคนในสังคม ทั้งในเรื่องสิทธิมนุษยชนและความยั่งยืน ทั้งนี้ ‘ไทยยูเนี่ยน’ ได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีนวัตกรรม รสชาติดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

และมีคุณภาพสูงให้กับผู้บริโภคทั่วโลกมาเป็นเวลากว่า 40 ปี มีแบรนด์ที่เป็นผู้นำตลาดโลก อย่าง Chicken of the Sea, JohnWest, Petit Navire, Parmentier, Mareblu, King Oscar และ Rügen Fisch รวมทั้งแบรนด์ชั้นนำในประเทศไทยได้แก่ Select, Fisho, Qfresh, Monori,  Bellotta และ Marvo  ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าบรรจุภาชนะชนิดต่างๆที่ใหญ่ที่สุดในโลก มียอดขายต่อปีมากกว่า 126,275 ล้านบาท (4.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ) และมีพนักงานทั่วโลกรวมกันมากกว่า 44,000 คน ทุกคนล้วนทุ่มเทเพื่อผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีนวัตกรรมและมีความยั่งยืน  ไทยยูเนี่ยนมีวิสัยทัศน์องค์กร คือ มุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจอาหารทะเลที่น่าเชื่อถือที่สุดของโลก ตลอดจนใส่ใจดูแลและรักษาทรัพยากรต่างๆ เพื่อรักษาให้คงไว้แก่คนรุ่นหลัง และมีพันธกิจ คือ มุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมอาหารทะเล และสร้างความแตกต่างเชิงสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นจริงต่อผู้บริโภค ลูกค้า และแนวทางการบริหารจัดการธุรกิจ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaiunion.com/th