เปิดแนวคิด บริการ 14 Days Health Watch รพ.กรุงเทพ x Movenpick “แพ็กเกจกักตัว 14 วัน 5 หมื่น”

สร้างความฮือฮาในโซเชี่ยลมีเดียเป็นอย่างมาก เมื่อโรงพยาบาลกรุงเทพ จับมือเชนโรงแรม​ Movenpick เปิดตัวแพ็กเกจ ‘กักตัว’ สุดหรู 14 วัน ในราคา 50,000 บาท หรือชื่ออย่างเป็นทางการ “14 Days Health Watch” เพรียบพร้อมด้วยบริการทางการแพทย์ในช่วงเวลากักตัว รวมทั้งความสะดวกสบายสไตล์ Positioning ทางการตลาดของ โรงพยาบาลกรุงเทพ โดย BrandBuffet ได้สัมภาษณ์พิเศษ แพทย์หญิงเมธินี ไหมแพง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ ถึงที่มาของแนวคิดการเปิดบริการดังกล่าว ซึ่งต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยอินไซต์ของคนที่ต้องกักตัว ทำอย่างไรให้สบายใจที่สุด

อินไซต์กลุ่มเป้าหมาย เคยชิน “ชีวิตเมือง”

คุณหมอเมธินี เริ่มต้นด้วยการบอกว่าบริการนี้จับกลุ่มเป้าหมาย “ผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ” ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพ จึงอาจจะไม่สะดวกใจกักตัวในต่างจังหวัด ดังนั้นทางโรงพยาบาลกรุงเทพจึงดัดแปลงเอาที่พักของ Movenpick BDMS Wellness Resort บริการที่ทางเครือ BDMS เข้าไปมีส่วน ภายใต้แบรนด์ โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท ดังนั้นสถานที่แห่งนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อให้บริการเรื่องสุขภาพเป็นหัวใจสำคัญอยู่แล้ว การดัดแปลงหรือออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมเข้าไปเพื่อใช้เป็นสถานที่กักตัวจึงไม่ใช่เรื่องยากนัก

“Covid-19 เรียกได้ว่าเป็นโรค Emerging Infectious Diseases หรือว่าโรคอุบัติใหม่ ก็ถือว่าเรายังมีความรู้เรื่องโรคนี้ไม่มากนัก แต่ก็ทราบว่าเป็นโรคติดต่อที่เกิดขึ้นกับทางเดินหายใจ ผู้ป่วยบางคนอาจจะมีความเสี่ยงที่จะเป็น แต่ยังไม่มีแสดงอาการ หนึ่งในวิธีการป้องกันของผู้ที่ป่วยแล้วก็คือการแยกตัวออกจากผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนคุ้นเคย และคนในครอบครัว” 

“โรงพยาบาลกรุงเทพเรามีความพร้อม เพราะเรามีบริการครบทุกประเภท ตั้งแต่ส่งเสริมสุขภาพ, ป้องกัน, รักษาเริ่มแรก, รักษาโรคร้ายแรง ไปจนถึงขั้นตอนการฟื้นฟู เรามีความรู้ที่จะช่วยดูแลคนไข้กักตัวอย่างปลอดภัย เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดของที่พักในลักษณะนี้ คือการที่ต้องให้ผู้พักแต่ละคน “อยู่เดี่ยว” และผู้ดูแลเองก็ต้องไม่เสี่ยงที่จะกระจายโรค” คุณหมออธิบาย

เปิดรายละเอียด บริการทางการแพทย์แน่น 

สำหรับบริการ 14 Days Health Watch มีรายละเอียด ดังนี้  ห้องพักประเภทเวลเนส สวีท (ขนาด 74 ตร.ม.) พร้อมระเบียงสำหรับชมวิว มีอากาศถ่ายเทได้ดี แยกห้องน้ำและห้องอาบน้ำ ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ประกอบด้วย อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง, โทรทัศน์ขนาด 55 นิ้ว พร้อม 69 ช่องโทรทัศน์ และ 4 ช่องสำหรับวิทยุ, โคมไฟและลำโพง iHome Zenergy ช่วยผ่อนคลายสำหรับเวลานอน, เสื่อโยคะ ยางยืดออกกำลังกาย และลูกบอลยาง รวมทั้ง อาหารเช้า อาหารกลางวัน อาหารเย็น และก่อนที่จะเข้าพักก็มีการตรวจเชื้อ Covid-19 ตั้งแต่วันแรกที่เดินทางเข้ามาถึง

คุณหมอเมธินี เล่าถึงวิธีคัดเลือกบริการให้เหมาะสมว่า “เมื่อเรามองกลุ่มเป้าหมายคนเมือง จึงต้องมีบริการอินเทอร์เน็ตซึ่งสำคัญมากสำหรับสังคมดิจิทัลในยุคนี้ ขณะเดียวกันคนที่ต้องกักตัวก็มีความเครียด แล้วความเครียดก็จะมีผลกับร่างกาย ดังนั้นห้องที่เราจัดไว้ มองออกไปก็จะเห็นสวน มีต้นไม้เขียวๆ แล้วก็ต้องมีการออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงด้วย แล้วพอมีอินเทอร์เน็ต ก็มียูทูบให้ดู สามารถออกกำลังกายบนเสื่อโยคะได้ ในส่วนของอาหาร นอกจากจะต้องมีสารอาหารครบถ้วนแล้วยังต้องอร่อยด้วย”


สำหรับบริการดังกล่าว เบื้องต้นมี Capacity ทั้งหมด 50 ห้อง เป็นห้องแบบ Wellness Suite ของ Movenpick แต่ถ้าหากว่าได้รับเสียงตอบรับที่ดีทาง Movenpick ก็พร้อมที่จะเปิดบริการห้องแบบ Deluxe ซึ่งเป็นห้องที่มีขนาดเล็กกว่า อีกจำนวนหนึ่ง

หัวใจอยู่ที่ “พนักงาน” ต้องไร้เสี่ยง   

นอกเหนือจาก “บริการ” ที่จะสะดวกสบาย สิ่งสำคัญที่สุด คือ “ความปลอดภัย” ของผู้ “ใช้” บริการ และผู้ “ให้” บริการ ดังนั้นทางฝั่งของโรงพยาบาลกรุงเทพ ต้องเข้าไปออกแบบตั้งแต่เส้นทางการเดินของผู้ที่เข้าพัก ปิดทางเข้าบางส่วน เหลือเพียงแต่เส้นทางที่กำหนดให้เท่านั้น

“ต้องมี Infection Control หรือการควบคุมการติดเชื้อ เราต้องให้ความรู้ เข้าไปอบรมเจ้าหน้าที่ทุกคนก่อนที่จะเปิดบริการนี้ว่า เขาจะทำความสะอาดที่นอน, เสื้อผ้า, พื้น, หรือจัดการกับขยะอย่างไร จาน-ชาม-ช้อนทุกอย่างก็จะใช้แบบพลาสติกหรือกระดาษที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง เหมือนที่เราจะเห็นจากในคลิปที่เผยแพร่กันในโซเชี่ยลมีเดียว่า หน้ากากอนามัยก็ยังต้องกำจัดให้ถูกวิธี เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ในที่นี่ก็เช่นเดียวกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของผู้ให้บริการ จะต้องมีความเสี่ยงน้อยที่สุด ไม่เช่นนั้นเขาจะกลายเป็นหนึ่งในผู้ที่กระจายเชื้อ”

สำหรับบริการทั้งหมดนี้ ทางโรงพยาบาลกรุงเทพกำลังอยู่ในระหว่างการขอใบอนุญาตกับกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะต้องส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ โดยคาดว่าจะได้รับใบอนุญาตเปิดให้ผู้ที่สนใจใช้บริการได้จริงภายในอาทิตย์นี้

คุณหมอยังอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า เทรนด์อสังหาริมทรัพย์และบริการทางการแพทย์ยุคใหม่ มีแนวโน้มที่จะผนวกบริการทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของคนในสังคมที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และเข้าใจดีว่าการที่ไม่เจ็บป่วยก็จะก่อให้เกิดผลดีทางเศรษฐกิจของทั้งตัวเอง สังคม ไปจนถึงประเทศชาติ โรงพยาบาลก็ต้องปรับตัวเข้าไปมีส่วนตั้งแต่ส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนแข็งแรงตั้งแต่ต้น และสำหรับ Covid-19 นี้ โรงพยาบาลกรุงเทพก็ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาด้วย รวมทั้งเสริมบริการ 14 Days Health Watch เพื่อช่วยลดการกระจายตัวของโรค