‘No Mask No Entry-จัดเหลื่อมเวลากลุ่มลูกค้า-หนุนใช้อีเพย์เม้นต์’ ​​3 ​มาตรการเข้ม แม็คโคร ยกระดับสู้โควิด-19

สถานการณ์ในช่วงการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 กำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ขณะที่พฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้าในช่วงเวลานี้ มีความเปลี่ยนแปลงไป​ ทั้งในกลุ่มที่เป็นผู้ประกอบการ รวมทั้งกลุ่มคนทั่วไป โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเข้าไปใช้บริการตามสาขาของร้านค้าปลีกต่างๆ

ส่งผลให้ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร “แม็คโคร” ได้เร่งรณรงค์มาตรการต่างๆ ในทุกสาขา เพื่อช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยการประกาศเป็นข้อกำหนดในการเข้ามาใช้บริการที่สาขาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เข้ามาใช้บริการทุกคนเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการขอความร่วมมือให้ลูกค้าสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ตลอดเวลาที่อยู่ในสาขา, การเปิดชั่วโมงพิเศษ ช่วง 06.00- 08.00 น. ให้กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ประกอบการ เพื่อสับหลีกเวลา และลดความหนาแน่นในสาขาลง รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีให้รองรับระบบอีเพย์เม้นต์เพื่อลดการสัมผัสเงินสด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงของการติดเชื้อได้เช่น​กัน  

No Mask, No Entry 

นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม็คโครยังคงเน้นย้ำมาตรการที่เข้มงวดในการป้องกันการติดเชื้อในสาขา โดยการกำหนดจุดตรวจคัดกรองอุณหภูมิทุกคนก่อนเข้าสาขา ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ จุดที่มีการสัมผัสบ่อยทุก 1 ชั่วโมง พร้อมรณรงค์นโยบาย No Mask, No Entry ให้ทุกคนสวมหน้ากากตลอดเวลาขณะใช้บริการ

ทั้งนี้ ได้ทำการแจ้งลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ​ และปริมณฑล ถึงการใช้มาตรการเข้มข้นขึ้นด้วยข้อกำหนดในการเข้าภายในสาขา โดยขอให้ลูกค้าสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ตลอดเวลาที่อยู่ในสาขา ตั้งแต่​ 28 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยได้อำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่ไม่มีหน้ากากอนามัย ด้วยการจัดพื้นที่ให้นั่งรอ และมีเจ้าหน้าที่เข้ามาบริการรับออร์เดอร์เพื่อจัดสินค้าที่ลูกค้าต้องการให้  หรือแนะนำให้สั่งซื้อสินค้าผ่านบริการออนไลน์ แม็คโคร คลิก เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือก​

Priority Hours ลดความแออัดในสาขา

นอกจากนี้  ​ยังเตรียมลดความเสี่ยงในการเข้ามาใช้บริการในแม็คโครทุกสาขาทั่วประเทศ ด้วยการหลีกเลี่ยงช่วงเวลาคนหนาแน่น  และมักจะซื้อสินค้าเป็นจำนวนมากขึ้นต่อครั้ง เพื่อลดความถี่ในการเดินทางออกจากบ้าน และลดโอกาสในการได้รับเชื้อ แม็คโครจึงตัดสินใจปรับเวลาเปิดปิดทุกสาขาทั่วประเทศเป็น 8.00 -20.00 น. และจัดชั่วโมงพิเศษ 6.00 -8.00 น. ให้กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ประกอบการ เพื่อลดความเสี่ยง หลีกเลี่ยงความแออัดหนาแน่นให้กับลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ

แม็คโครให้ความสำคัญกับนโยบายการรักษาความปลอดภัย ตามหลักการรักษาระยะห่าง หรือ Social distancing ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขและศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงออกมาตรการมุ่งเน้นการเหลื่อมเวลา ลดความหนาแน่นภายในสาขา ลดความเสี่ยง โดยจัดชั่วโมงพิเศษช่วงเช้าตรู่ให้กับกลุ่มลูกค้าผู้สูงอายุ (ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป) ผู้พิการ ที่มีความจำเป็นต้องออกจากบ้านมาซื้อสินค้า รวมถึงผู้ประกอบการ  ขณะเดียวกันได้ประกาศปรับเวลาเปิดปิดเป็น 8.00-20.00 น. ตั้งแต่เมื่อ 1 เมษายน เป็นต้นมา เพื่อให้บริการผู้ประกอบการ ตลอดจนลูกค้ากลุ่มอื่นๆ เน้นให้เกิดการหมุนเวียนกันเข้ามาซื้อสินค้าในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน โดยจะคงมาตรการนี้ไว้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

พัฒนาระบบ e-Payment

แม็คโคร ยืนยันถึงความพร้อมในการรับชำระเงินรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-payment  ไม่ว่าจะเป็น QR Code จากโมบายแบงก์กิ้งของธนาคาร หรือทรูมันนี่ E-Wallet เพื่อสร้างความสะดวกสบาย รวดเร็ว ให้กับลูกค้าในการชำระเงิน ที่แคชเชียร์ทุกสาขาทั่วประเทศ  อีกทั้งยังเป็นการป้องกันและลดการสัมผัสธนบัตร เหรียญ ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ด้วย

โดยแม็คโคร ยืนยันว่ามีความพร้อมรับการชำระเงินในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-payment ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คนอยากหลีกเลี่ยงการสัมผัสเงินสด หรือสิ่งของต่างๆ  รวมถึงตอบรับไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของคนยุคใหม่ที่มีแนวโน้มการใช้จ่ายแบบไร้เงินสด หรือการทำธุรกรรมการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น

“ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นี้ ผู้คนกังวลเรื่องการสัมผัสกับธนบัตร เหรียญ ซึ่งการรับชำระเงินด้วยอีเพย์เม้นท์ในช่วงนี้ จะช่วยลดความกังวลของลูกค้าทุกคน แม็คโครขอร่วมส่งกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก และพร้อมจะเคียงข้างประชาชนคนไทยให้ผ่านวิกฤตินี้ไปได้ด้วยกัน” นางศิริพร กล่าว​