เรียนรู้จากจีน เมื่อ “หน้ากากอนามัย” กลายเป็นของจำเป็น จึงเร่งพัฒนามาตรฐานในอนาคตเทียบชั้น 3M

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) เป็นการเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ของโลก หรือ pandemic หลังจากการพบครั้งแรกในจีนเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2019 และปัจจุบันมีการลุกลามไปทั่วทั้งโลก ส่งผลกระทบไปยังอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ รวมทั้งการจัดกิจกรรมระดับโลกต่างๆ ให้เกิดการหยุดชะงักเป็นจำนวนมาก   

ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกเวลานี้มีมากกว่า 1 แสนราย ใน 114 ประเทศ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 4.2 พันคน ซึ่งทาง WHO คาดการณ์ว่า ตัวเลขดังกล่าวจะสูงเพิ่มขึ้นอีกภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีนเพิ่มขึ้น 13 เท่า ขณะที่จำนวนประเทศที่มีผู้ติดเชื้อก็เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า จาก 30 กว่าประเทศ ทะลุไปเกินร้อยประเทศแล้ว ทำให้สถานการณ์และระดับความเสี่ยงในปัจจุบันอยู่ในจุดสูงสุด

Supply ในจีนวิกฤติ อัตราใช้ซ้ำสูงกว่า 80% 

เอฟเฟ็กต์จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ​ทำให้ประชาชนทั่วโลกเกิดการตื่นตัว และพยายามหาซื้อหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตัวจากความเสี่ยงในการแพร่ระบาดครั้งนี้ จนกลายเป็นปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยอย่างหนักไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ได้อยู่ในจุดที่คลี่คลาย รวมทั้งประกาศล่าสุดของ WHO คาดว่า การขาดแคลนอาจจะเข้าสู่ขั้นวิกฤติ​ รวมทั้งการที่หลายประเทศประกาศให้หน้ากากอนามัยกลายเป็นสินค้าควบคุมห้ามส่งออกไปก่อนหน้านี้

สำหรับในประเทศจีน บริษัทที่ปรึกษาด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและการตลาดอย่าง iiMedia Research ให้ข้อมูลว่า ในช่วงตรุษจีนของปี 2020 ที่ผ่านมา มีผู้ใช้หน้ากากอนามัย น้อยกว่าหรือเท่ากับ 5 ชิ้น อยู่ที่ 36.1% มีผู้ใช้ 6-10 ชิ้น ในสัดส่วน 25.8% และมีผู้ใช้ 11-15 ชิ้น จำนวน 22.3% สะท้อนว่าช่วงตรุษจีนและวันหยุดกว่า 15 วันที่ผ่านมา มีผู้บริโภคที่ทำการสุ่มสำรวจถึง 84.2% มีพฤติกรรมใช้หน้ากากอนามัย 1 ชิ้น ซ้ำหลายวัน เนื่องจาก อุปทานหรือจำนวนหน้ากากอนามัยในตลาดไม่เพียงพอต่อการตอบสนองต่อดีมานด์หรืออุปสงค์ในระดับสูงของตลาด

โดยพบว่า มีผู้บริโภคเตรียมกลับไปทำงานตามปกติหลังจบเทศกาล และมีหน้ากากอนามัยใช้แล้ว 62.2% ส่วนกลุ่มที่ยังไม่มีและกำลังหาซื้อ มีสัดส่วน​ 38.1%​ เนื่องจากการระบาดของไวรัส COVID–19 ​ทำให้ความต้องการหน้ากากอน​ามัยเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมายิ่งทำให้กำลังผลิตลดลง และสินค้าขาดตลาดมากขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลกำหนดมาตรการจำกัดปริมาณการซื้อโดยการให้สั่งจองล่วงหน้า เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนหน้ากากได้ระดับหนึ่ง

อนาคตมาตรฐานหน้ากากอนามัยจีน เทียบชั้น 3M

ขณะที่ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ชิงต่าว มองว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้หน้ากากอนามัยกลายเป็นสินค้าที่ตลาดทั่วโลกต้องการอย่างมาก ประกอบกับสถานการณ์ที่ยังไม่คลี่คลาย ทำให้ปริมาณความต้องการยังคงอยู่ในระดับสูง รวมทั้งในอนาคตพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ยังคงให้ความสำคัญกับการป้องกันสุขภาพทำให้หน้ากากอนามัยเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในประเทศจีน และประเทศกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการในหลายประเทศในการพัฒนาหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพ มีคุณสมบัติในป้องกันเชื้อไวรัสที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

ขณะที่ข้อสรุปเกี่ยวกับแนว​โน้ม และทิศทางการพัฒนาของอุตสาหกรรมหน้ากากอนามัยในประเทศจีน มีดังต่อไปนี้

– เพิ่มการลงทุนในการวิจัยและพัฒนา ปัจจุบันอุตสาหกรรมหน้ากากอนามัยในจีนมีการแข่งขันสูง เนื่องจากรัฐบาลมีกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และการกำหนดมาตรฐานการผลิตออกมา ทำให้บริษัทและผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน หรือสินค้าที่มีคุณภาพต่ำถูกกำจัดออกจากตลาด

ประกอบกับตลาดอุตสาหกรรมหน้ากากอนามัยมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น บริษัทที่พึ่งพาแรงงานคนในการผลิต และขาดแคลนเทคโนโลยีที่ทันสมัยจะได้รับผลประโยชน์ทางธุรกิจลดลง และอาจจะต้องปิดตัวไป ซึ่งการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและการยกระดับการใช้เทคโนโลยีในการผลิต จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำควบคู่ไปกับการลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนา

– พัฒนาแบรนด์สินค้าและความเป็นมืออาชีพ จากดิมที่หน้ากากอนามัยไม่ใช่สินค้าที่ผู้บริโภคมีความคาดหวังไว้ในระดับสูงมากนัก ​เพียงแค่มีหน้ากากอนามัยธรรมดาที่ได้มาตรฐานพื้นฐานก็เพียงพอแล้ว แต่หลังเกิดการแพร่ระบาดของวิกฤตไวรัส COVID– 19 ในครั้งนี้ทำให้มีการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันที่เกี่ยวข้องมากขึ้น

ดังนั้น อุตสาหกรรมหน้ากาอนามัย จึงถูกจับตามองจากทุกภาคส่วน ส่งผลให้มีเม็ดเงินลงทุนมหาศาล และเทคโนโลยีใหม่ๆ เสนอตัวเข้ามาร่วมพัฒนาความเป็นมืออาชีพและเชี่ยวชาญต่างๆ ให้กับอุตสาหกรรมหน้ากากอนามัยในจีนมากขึ้นตามไปด้วย  ทำให้มีการคาดการณ์ว่าในอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ประเทศจีนจะมีบริษัทหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพมาตรฐานเทียบเท่ากับบริษัทระดับโลกอย่าง 3M เกิดขึ้นมามากมาย ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมหน้ากากอนามัยในจีน ให้สามารถก้าวไปสู่การส่งออกทีได้คุณภาพและมีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล​

Photo Credit : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand