อ่านเกม “Acer” จากพีซีสาย Mass สู่สมรภูมิใหม่ ยุคที่คอมพิวเตอร์ไม่ตายแต่ไม่โต

 

เสียงจากนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีเมื่อสิบกว่าปีก่อนเคยเป็นเสียงที่ดังพอสมควร เมื่อพวกเขาคาดการณ์ว่าธุรกิจคอมพิวเตอร์ PC ใกล้จะมาถึงจุดจบแล้ว จากการเกิดขึ้นของสมาร์ทโฟน – แท็บเล็ต

อย่างไรก็ดีเมื่อ 10 ปีที่ว่านั้นผ่านไป สิ่งที่เราได้เห็นกันก็คือ คำทำนายเหล่านั้นอาจไม่ได้เป็นจริงไปเสียทั้งหมด นั่นคือ PC ยังไม่ตาย โน้ตบุ๊กก็ยังไม่ตาย ยืนยันได้จากตัวเลขจาก Gartner ระบุว่า ปี 2019 คอมพิวเตอร์พีซียังทำยอดขายได้ถึง 261 ล้านเครื่อง หรือโตขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับปี 2018 (ส่วนเหตุผลของการโตขึ้นในปี 2019 นั้น Mikako Kitagawa นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Gartner อธิบายว่า มาจากการยุติการซัพพอร์ต Windows 7 ทำให้ผู้ใช้งานต้องอัปเกรดเครื่องเพื่อไปใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ของ Microsoft)

แต่หากมองในภาพรวมก็ต้องยอมรับว่า ตลาดคอมพิวเตอร์ไม่ได้เป็นอุปกรณ์ที่มีการเติบโตหวือหวาน่าจับตาเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว วิเคราะห์ได้จากกำลังซื้อคอมพิวเตอร์นั้นอยู่ในระดับ 260 – 263 ล้านเครื่องต่อปีมาต่อเนื่องยาวนาน (ยอดขายในช่วงปี 2017 – 2020 อ้างอิงจาก Gartner) แถมหลังจากนี้ อาจไม่มีประเด็นของการอัปเกรดระบบปฏิบัติการมาเป็นตัวช่วยเพิ่มยอดขายไปอีกระยะหนึ่ง ทำให้ทาง Gartner คาดการณ์ว่าตลาดพีซีอาจมียอดขายหดตัวลงเหลือ 246 ล้าน และ 241 ล้านเครื่องในปี 2021 และ 2022 ตามลำดับ

คำถามคือ บริษัทผู้ผลิตจะหาทางออกให้ตัวเองอย่างไรในสถานการณ์ที่ PC ไม่ตาย แต่ไม่โตหวือหวา ซึ่งคำตอบของ Acer อาจเป็นการบอกว่า ถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจ PC จะต้องสร้างสีสันด้วยตัวเอง รวมถึงออกไปหาน่านน้ำใหม่ ๆ ในการเติบโต

งานใหม่ของแบรนด์ ปั้น PC ให้เซ็กซี่

โดยการขยับตัวของ Acer ในปี 2020 ก็คือ การเน้นสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง โดยปัจจุบัน บริษัทมีแบรนด์คอมพิวเตอร์แล้ว 3 แบรนด์ ประกอบด้วย Predator สำหรับเจาะตลาดนักเล่นเกม – อีสปอร์ต, ConceptD สำหรับเจาะกลุ่มคนทำงานกราฟิก และ Acer สำหรับเจาะตลาดผู้บริโภคทั่วไป

คอมพิวเตอร์ Acer และด้านล่างคือแบรนด์ Enduro

อย่างไรก็ดี ทาง Acer ยังพบความต้องการของลูกค้าในกลุ่มที่มองหาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับการทำงานในทุกสภาพแวดล้อม เช่น บ่อขุดเจาะน้ำมัน, โรงงานอุตสาหกรรม จึงมีการเปิดตัวอีกหนึ่งแบรนด์ในชื่อ Enduro เพิ่มขึ้นมาด้วย

แต่นั่นอาจไม่พอสำหรับการเติบโตในอนาคต เพราะปัจจุบัน ยอดขายของ Acer ประเทศไทยมาจากกลุ่มคอนซูเมอร์ 70% และกลุ่มลูกค้าองค์กร 30% ซึ่งหากตลาดคอมพิวเตอร์พีซีในอีก 2 ปีข้างหน้ามียอดขายลดลงตามการคาดการณ์ของ Gartner ก็จำเป็นที่ Acer จะต้องมีน่านน้ำใหม่ไว้สำหรับสร้างรายได้เข้าองค์กรด้วยเช่นกัน

มุ่งธุรกิจโซลูชันเจาะตลาดการศึกษา

นั่นจึงทำให้ Acer หันมาชูธุรกิจโซลูชั่นผ่านชื่อแบรนด์ ESG (Enterprise Solution Group) ซึ่งภายในประกอบด้วยบริษัทลูกของ Acer เองจำนวน 10 แห่ง ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโซลูชั่นต่าง ๆ เช่น Smart Meter, Digital Signage, Face Detection System, Smart Lighting, BigData Analytics, IoT ฯลฯ ออกมาสร้างรายได้เข้าองค์กรอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งตลาดที่ ESG มุ่งหน้าจะเจาะเป็นลำดับแรก ๆ คือธุรกิจการศึกษา เช่น โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยต่าง ๆ

โดยคุณนิธิพัฒน์ ประวีณวงษ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ Acer กล่าวว่า จากที่เคยขายสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยีให้กับสถาบันการศึกษามายาวนาน พบว่าธุรกิจดังกล่าวยังคงมีความต้องการใช้งานเทคโนโลยีอยู่ แต่อาจมีงบประมาณไม่มากเท่าเดิม ซึ่งแนวทางของ Acer จึงอาจเป็นการนำเสนอโซลูชันเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการการใช้เทคโนโลยีให้คุ้มค่ามากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น ห้องแล็ปคอมพิวเตอร์ในสถานศึกษา ที่ในอดีต แต่ละคณะอาจลงทุนสร้างห้องแล็ปของตัวเอง แต่เมื่องบประมาณด้านการศึกษาน้อยลง เทคโนโลยีก็สามารถเข้ามาช่วยให้การใช้ห้องแล็ปคอมพิวเตอร์ยังคงทั่วถึงได้เช่นเดิม เช่น อาจเปลี่ยนเป็นการสร้างห้องแล็ปกลางที่ทุกคณะสามารถมาใช้งานได้ร่วมกัน โดยเมื่อคณะ A มาใช้งานก็เพียงดาวน์โหลดโปรแกรมสำหรับคณะ A ลงมาในเครื่อง แต่เมื่อคณะ B มาใช้งาน ก็โหลดโปรแกรมของคณะ B ลงมาแทน เป็นต้น

โดย Acer มองว่าการปรับตัวในลักษณะนี้จะช่วยให้การเรียนการสอนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และสามารถใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย ขณะเดียวกันก็คาดหวังว่า การมุ่งโฟกัสที่ธุรกิจองค์กร และสถาบันการศึกษามากขึ้นนั้น จะช่วยปรับพอร์ตรายได้ของบริษัทให้เปลี่ยนไปจากที่เคยมีรายได้ 70/30 ไปสู่การมีรายได้จากคอนซูเมอร์ 50% และรายได้จากกลุ่มองค์กร 50% ได้ในระยะยาว ซึ่งก็น่าจะช่วยลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ตลาดพีซีที่ไม่แน่นอนในปัจจุบันนั่นเอง

Source

Source