เรื่องเล่าของ LAZADA Express โตอย่างไรในเวลาเพียง 5 ปี

หากเอ่ยชื่อแบรนด์ Lazada ออกมาตอนนี้ เชื่อว่าหลายคนไม่เพียงรู้จักเป็นอย่างดี แต่ยังเข้าไปมีส่วนร่วมในเทศกาลช้อปปิ้งที่แพลตฟอร์มจัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น 11.11 หรือ 12.12 กันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

แต่หากย้อนอดีตไปเมื่อ 5 ปีก่อน (2015) ต้องยอมรับว่า ภาพที่เกิดขึ้นเป็นคนละภาพอย่างแท้จริง เห็นได้จากข้อมูลที่ Lazada Express บริษัทด้านการคัดแยกและจัดส่งสินค้าในเครือของ Lazada ประเทศไทย ออกมาเปิดเผยว่า ในยุคนั้น สินค้าที่ Lazada สามารถจัดส่งให้ถึงมือลูกค้าได้ยังมีอยู่แค่ 800 ชิ้นต่อวันเท่านั้น ส่วน Hub ในการกระจายสินค้าก็มีเพียงแค่ 4 แห่ง

ตัดกลับมาที่ภาพปัจจุบัน Lazada Express ในวันนี้ เผยว่า สามารถจัดส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าได้แล้ว 100,000 ชิ้นต่อวัน ซึ่งถือว่าเพิ่มจากเมื่อ 5 ปีก่อนถึง 125 เท่า ส่วนระยะเวลาในการจัดส่งก็ลดลงเหลือเพียง 5 – 6 วันจากเดิมที่เคยใช้เวลานานนับสัปดาห์

พวกเขาทำได้อย่างไร และมีเบื้องหลังอะไรบ้างที่นำไปสู่การเติบโตดังกล่าว ลองไปติดตามกันค่ะ

จัดส่งสินค้าเพิ่มจาก 800 ชิ้นเป็น 100,000 ชิ้นใน 5 ปี

ข้อมูลจาก Lazada Express เผยว่า ความสามารถในการจัดส่งสินค้าแบบ Last Mile ที่เคยทำได้ 800 ชิ้นต่อวันในปี 2015 ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังภาพที่ปรากฏ

เหตุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น ได้รับการเปิดเผยจาก คุณสุทธิโรจน์ ทรัพย์สมบัติ ผู้จัดการอาวุโส ศูนย์คัดแยกสินค้า Lazada Express ว่า มาจากการลงทุนกว่า 900 ล้านบาทสร้างศูนย์คัดแยกและกระจายสินค้าแห่งใหม่ในย่านพระประแดง ซึ่งสามารถคัดแยกสินค้าได้มากถึง 36,000 ชิ้นต่อชั่วโมง (Max Capacity) และความสามารถของศูนย์นี้ทำให้ Lazada Express สามารถรับมือกับคำสั่งซื้อสินค้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ด้วยตนเอง

นอกจากนั้น Lazada ยังมีการจับมือกับ Third Party อย่าง Kerry, DHL และ CJ Express เข้ามาช่วยจัดส่งแทนในบางพื้นที่ เช่น หัวเมืองใหญ่ของภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมทั้งประเทศด้วย

พนักงานคัดแยกสินค้าที่สามารถเพิ่มได้ในพริบตาด้วย AI

แน่นอนว่าในยุค 2015 เทศกาลช้อปปิ้งไม่ได้แข่งกันดุเดือดเหมือนเช่นทุกวันนี้ แต่สำหรับปี 2019 มันเป็นภาพคนละภาพกันไปแล้ว ซึ่งนั่นทำให้การจ้างพนักงานต้องมีความยืดหยุ่นสูงมากตามไปด้วย

สิ่งที่ Lazada เปิดเผยก็คือ บริษัทมีการนำ AI เข้ามาบริหารจัดการการจ้างงาน โดยเฉพาะพนักงานเอาท์ซอร์สที่จำเป็นต้องเพิ่มล่วงหน้า เพื่อมาช่วยคัดแยกสินค้าในช่วงเทศกาลช้อปปิ้ง ไม่ว่าจะเทศกาล 9.9, 11.11 หรือ 12.12

โดยในวันปกติ Lazada Express จะใช้พนักงานคัดแยกสินค้าราว 200 คนเท่านั้น และแบ่งเป็นสามกะก็ทำงานได้เสร็จสิ้น (ส่งของขึ้นรถรอบสุดท้ายในเวลา 03.00 น.) แต่ในช่วงเทศกาล เช่น 12.12 บริษัทคาดว่าจะมีสินค้าเข้ามาที่ศูนย์คัดแยกมากถึง 1 ล้านชิ้นตลอดเทศกาล (หรือประมาณ 300,000 ชิ้นต่อวัน) จึงจำเป็นต้องเพิ่มกำลังคนในส่วนนี้อีก 700 คนต่อวัน และปรับการทำงานให้เป็น 24 ชั่วโมง

การมีข้อมูลเชิงลึกยังทำให้บริษัททราบด้วยว่าช่วง 17.00 – 20.00 น. เป็น Peak Time ที่รถส่งของวิ่งเข้ามามากที่สุด ซึ่งสามารถนำไปบริหารจัดการต่อได้ในอีกหลายด้าน เช่น การจ้างพนักงานเข้ามาในช่วงนั้นให้มากกว่าช่วงอื่น ๆ

96,000 ชิ้นต่อชั่วโมง ความสามารถขั้นสูงสุดในการคัดแยกและกระจายสินค้า

แต่การรองรับสินค้าขนาด 300,000 ชิ้นต่อวันยังไม่ใช่ปริมาณสูงสุดที่บริษัทรับได้ เพราะภายในพื้นที่โกดัง เราพบว่ายังมีพื้นที่ว่างเหลืออยู่อีกค่อนข้างมาก ในจุดนี้ คุณสุทธิโรจน์เผยว่า ศูนย์คัดแยกแห่งใหม่นี้สามารถขยายกำลังผลิตเพิ่มเติมได้เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม โดยหากวางสายพานคัดแยกสินค้าเต็มพื้นที่จะสามารถคัดแยกสินค้าได้สูงสุดถึง 96,000 ชิ้นต่อชั่วโมง หรือคิดเป็นการคัดแยกสินค้าได้ 2.3 ล้านชิ้นต่อวันเลยทีเดียว

คุณสุทธิโรจน์ ทรัพย์สมบัติ

คุณสุทธิโรจน์เผยด้วยว่า เป้าหมายของ Lazada Express ในปีหน้าคือการพัฒนาความเร็วในการจัดส่งให้เพิ่มขึ้น จากเดิมที่อาจใช้เวลา 1 วันในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไปสู่การจัดส่งแบบ Same Day Delivery หรือการคลิกสั่งซื้อตอนเช้า เย็นนั้นก็ได้รับสินค้าเลย เป็นต้น ส่วนจะทำได้อย่างไรนั้น คุณสุทธิโรจน์เผยว่า อยู่ระหว่างการพูดคุยกับอีกหลาย ๆ ฝ่าย ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในอีกตอนที่ต้องติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิด