ไหวไหม Uber โดนยึดไลเซ้นส์ – คู่แข่งหน้าใหม่โผล่

ท่ามกลางการแข่งขันของแบรนด์ผู้ให้บริการ Ride-Hailing ในจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ดูทีท่าว่าจะมีอนาคตด้วยการไปเติบโตในตลาดใหม่ ๆ อย่างธุรกิจสินเชื่อและประกันภัย แต่สำหรับในสหภาพยุโรป ดูท่าว่าผู้ให้บริการ Ride-Hailing รายแรก ๆ ของโลกอย่าง Uber จะเจอปัญหาใหญ่เข้าอย่างจัง กับการถูกยกเลิกใบอนุญาตจาก Transport for London หรือ TfL หลังจากพบว่า ที่ผ่านมาทางแพลตฟอร์มมีช่องโหว่ร้ายแรง และอาจกระทบกับความปลอดภัยของผู้โดยสาร

โดยรายงานจาก The Guardian ระบุว่า TfL พบหลักฐานว่าพาร์ทเนอร์ร่วมขับของ Uber บางคนที่ไม่มีไลเซนส์ในการให้บริการลักลอบอัปโหลดภาพของตนเองไปใส่ในแอคเคาน์ของคนอื่น ส่งผลให้คนเหล่านี้สามารถเข้ามาวิ่งรับผู้โดยสารได้แล้วถึง 14,000 ทริป ในช่วงปลายปี 2018 – ต้นปี 2019 ที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังพบว่า ทางแพลตฟอร์มยอมให้พาร์ทเนอร์ร่วมขับที่ถูกแบนสามารถสร้างแอคเคาน์ใหม่ และกลับมารับผู้โดยสารได้อีกด้วย

ผลจากช่องโหว่นี้ ทำให้ทาง TfL ตัดสินใจยกเลิกไลเซนส์การให้บริการของ Uber และให้เวลา Uber 21 วันในการอุทธรณ์ ซึ่งแน่นอนว่า เหตุการณ์ดังกล่าวกระทบทั้งความเชื่อมั่น และมูลค่าหุ้นของบริษัท Uber ให้ดิ่งหนักไปอีก โดยปัจจุบัน มูลค่าหุ้นของบริษัทลดลงไปอยู่ที่ราว 29.50 เหรียญสหรัฐแล้ว

อย่างไรก็ดี หากฟังในส่วนของผู้บริหารของ Uber ในลอนดอน อย่าง Jamie Heywood จะพบว่า ทาง Uber ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดย Heywood เผยว่า พวกเขาพบช่องโหว่ดังกล่าวนี้ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีพาร์ทเนอร์ร่วมขับราว 43 คนที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งหลังจากแจ้งให้หน่วยงานของทางการอังกฤษทราบ บริษัทก็จัดการแก้ไขจุดบกพร่องนี้เรียบร้อยแล้ว

แต่สำหรับ TfL การแก้ไขเพียงแค่นี้ยังไม่ดีพอ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของ Uber ที่มีเหตุการณ์ให้หน่วยงานอย่าง TfL เกิดความไม่มั่นใจ

โดยหากย้อนไปในปี 2017 TfL เคยยกเลิกไลเซนส์ของ Uber มาแล้วครั้งหนึ่ง หลังพบว่า Uber ไม่มีการตรวจสอบประวัติของพาร์ทเนอร์ร่วมขับที่ดีพอ รวมถึงยังพบว่า Uber มีการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อบล็อกเจ้าหน้าที่รัฐจากการติดตามจับคนขับที่ละเมิดกฎหมายด้วย

Ola เปิดตัวบริการ

ด้านคู่แข่งของ Uber อย่าง Ola บริการ Ride-Hailing สัญชาติอินเดียก็ไม่ยอมพลาดโอกาสนี้ ด้วยการออกมาประกาศเปิดให้บริการในลอนดอนภายในสัปดาห์หน้า (จากเดิมที่ Ola เคยวางแผนไว้ว่าจะเปิดตัวบริการในเดือนมกราคม 2020) รวมถึงใช้เวลานี้รับสมัครพาร์ทเนอร์ร่วมขับจาก Uber เข้าสู่แพลตฟอร์มของตัวเองเป็นการใหญ่

โดย Ola ออกมาเผยว่า ปัจจุบัน มีคนขับที่มีไลเซนส์ถูกต้องราว 50,000 รายอยู่ในระบบของตนเองแล้ว ซึ่งน่าจะไม่ใช่ข่าวดีของ Uber เลย เพราะสำหรับ Uber แล้ว ตลาด Ride-Hailing ในลอนดอนถือเป็น Success Story ในการขยายบริการของแพลตฟอร์มออกนอกสหรัฐอเมริกาที่บริษัทใช้ในการดึงดูดใจนักลงทุนอย่างได้ผล กับตัวเลขลูกค้าที่ใช้บริการเป็นประจำมากถึง 3.5 ล้านคนในปัจจุบัน และพาร์ทเนอร์ร่วมขับที่มีมากถึง 45,000 คน

โดยสิ่งที่ Ola นำมาใช้เพื่อสร้างความมั่นใจให้ TfL ก็คือเทคโนโลยี facial recognition สำหรับยืนยันตัวตนของพาร์ทเนอร์ร่วมขับ (ซึ่งทาง Uber ก็บอกว่าจะนำมาใช้เช่นกัน แต่ไม่ระบุว่าจะทำได้เมื่อไร)

เวลานี้จึงถือเป็นความท้าทายของซีอีโอ Dara Khosrowshahi อีกครั้ง เพราะสิ่งที่ Uber กำลังเผชิญ คือการหาทางเพิ่มรายได้จากบริการ Ride-Hailing เพื่อนำไปยืนยันกับนักลงทุนว่า ธุรกิจยังมีอนาคต (แม้จะขาดทุนหลักพันล้านเหรียญสหรัฐติด ๆ กันหลายปีแล้วก็ตาม)

แต่จากปัญหาด้านความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นในลอนดอน รวมถึงคู่แข่งจำนวนมากที่พร้อมจะแข่งขัน (Ola, Kapten, Bolt ฯลฯ) ทำให้ Uber ไม่สามารถขึ้นราคาค่าบริการได้ แถมยังถูกชิงตัวพาร์ทเนอร์ร่วมขับไปอีก จากสถานการณ์นี้ คำถามว่า “ไหวไหม Uber” อาจเป็นคำถามที่ตรงประเด็นที่สุด

Source

Source

Source