“Lamina Films” ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ กับความสำเร็จที่ไม่ได้เกิดเพราะ “โชคช่วย” [PR]

เมื่อพูดถึงฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ สินค้าใกล้ตัวที่มักถูกรวมแพ็กไว้กับของแถมยอดนิยมอย่าง “ประกัน พรม ผ้ายาง กรอบป้าย” แต่เชื่อหรือไม่ว่า ของแถมอย่างฟิล์มกรองแสงนี่แหละ กลับมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่า 2,000 ล้านบาทเลยทีเดียว (ข้อมูลปี 2562) และยังเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในประเทศไทยมีผู้เล่นตั้งแต่ระดับ Global Brand ไปจนถึง House Brand อีกนับไม่ถ้วน แต่มีเพียงฟิล์มกรองแสงแบรนด์เดียวเท่านั้นที่ยืนหนึ่งเหนือคู่แข่ง ครองใจผู้ใช้รถคนไทยด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงกว่า 30% นั่นคือ ฟิล์มกรองแสงคุณภาพอันดับ 1 ลามิน่า (LAMINA DIGITAL)

ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ “โชคช่วย” แต่เกิดจากคุณภาพของสินค้าและบริการที่ดีเยี่ยมยาวนานกว่า 25 ปี และ กลยุทธการตลาดสมัยใหม่อันแข็งแกร่ง เห็นได้จากการเปิดตัวแคมเปญล่าสุดของแบรนด์ซึ่งมีส่วนผสมการตลาดแบบ Online to Offline Marketing อย่างเข้าใจและมีประสิทธิภาพ โหมโรงด้วยหนังสั้นชุด “เมื่อรัก ต้องเลือก” และ “เชื่อเค้า เชื่อใคร” ที่มีเนื้อหาตรงใจอินไซต์ลูกค้า ซึ่งมักเลือกฟิล์มอะไรก็ได้ 40/60 หรือตัดสินใจซื้อฟิล์มตามรีวิวที่ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งทำให้คนใช้รถต้องเจอปัญหาต่าง ๆ จากฟิล์มที่ไม่มีคุณภาพตามมา ไม่ว่าจะเป็น ประสิทธิภาพกันร้อนต่ำ ฟิล์มเบลอบดบังทัศนวิสัย หรือไม่สามารถกันรังสียูวี สาเหตุสำคัญของโรคร้ายมะเร็งผิวหนัง

เรื่องราวจากอินไซต์ของผู้บริโภคจริงนี่เอง ทำให้ลามิน่าเลือกใช้ 2 แฮชแทก เป็นเครื่องมือการสื่อสารสำคัญซึ่งทั้งโดนใจและสะดุดหูอย่าง #ก็เค้าห่วง และ #ฟิล์มอะไรก็ได้ไม่ได้ เพื่อสื่อถึงความห่วงใยจากแบรนด์ส่งถึงผู้ใช้รถอย่างจริงใจ และช่วยสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์อย่างมีเอกลักษณ์ (Brand Uniqueness) แล้วต่อยอดเป็นรูปแบบการสื่อสารทางการตลาดหลากหลายช่องทาง ทั้ง KOL, Event, Traditional Media, Out of Home Media และอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้หากคุณอยากสัมผัสประสบการณ์ “ความห่วงใยใกล้ตัวคุณ” ด้วยตัวคุณเอง เพียงเสิร์ชคำว่า “Lamina Films” ไม่ว่าจะบนแพลตฟอร์มใดก็ตาม ความห่วงใยดี ๆ จากลามิน่า ก็พร้อมจะส่งไปถึงใจคุณอย่างแน่นอน