ทำไม Alipay ต้องจับมือ Mail.Ru บุก e-wallet แดนหมีขาว

หากหลายคนจะยังจำกันได้ หนึ่งในเหตุผลที่ Alipay และ WeChat Pay ใช้ในการบุกตลาดไทยและประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็คือเรื่องที่ว่านักท่องเที่ยวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศแถบนี้เพิ่มมากขึ้น ทำให้บริการต่าง ๆ ของจีนต้องตามมาให้บริการคนจีนด้วยนั่นเอง แต่สำหรับการบุกตลาดใหม่อย่าง “รัสเซีย” ดูเหมือนว่า Alipay จะมีเหตุผลที่แตกต่างออกไป

โดยการร่วมทุนนี้เป็นการร่วมทุนนอกเอเชียครั้งแรกของ Alipay และมี Mail.ru ถือหุ้นใหญ่ คิดเป็นสัดส่วน 40% ในการร่วมทุน ซึ่งนอกเหนือจาก Alipay แล้ว ยังมีพาร์ทเนอร์อื่น ๆ เช่น กองทุนความมั่งคั่งของรัสเซีย (Russian Direct Investment Fund : RDIF) ผู้ประกอบการมือถือ MegaFon และ บริษัทโฮลดิ้งระหว่างประเทศของรัสเซีย USM เข้าร่วมด้วย

สิ่งที่น่าสนใจและน่าจะเป็นตัวดึงดูด Alipay ให้เข้าไปจับตลาดรัสเซียก็คือ เศรษฐกิจดิจิทัลในรัสเซียกำลังทำให้บริการ e-wallet เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก Mediascope ระบุว่า เกือบทั้งหมดของประชาชนในกรุงมอสโคว์ – เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ของรัสเซียมีการใช้ e-wallet อย่างน้อยหนึ่งยี่ห้อ และ e-wallet ติดหนึ่งในสามของบริการทางการเงินที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภค รองจากบัตรที่สถาบันการเงินออกให้ (90%) และการจ่ายผ่าน Online Banking (89.7%) โดยความนิยมใช้ e-wallet ของชาวรัสเซียอยู่ที่ 77.6% เลยทีเดียว

สำหรับเหตุผลที่ e-wallet ในรัสเซียได้รับความนิยมก็คือ การไม่มีค่าธรรมเนียมในการใช้งานเหมือนบริการของสถาบันการเงิน ซึ่งในประเทศไทยนั้น ช่วงแรกก็เจอความท้าทายนี้เช่นกัน เพียงแต่ประเทศไทยมีการเปิดตัวบริการพร้อมเพย์ออกมาทันท่วงที แถมสถาบันการเงินไทยก็ไหวตัวทันและหั่นค่าธรรมเนียมเหล่านี้ทิ้งสำเร็จก่อนที่บริการ e-wallet หลาย ๆ รายจะรุกหนัก

การเข้าไปมีตัวตนในตลาดที่ต้องการ e-wallet จึงเป็นสิ่ง Alipay ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง และเมื่อหันมาดูบริการ e-wallet ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในรัสเซีย 3 อันดับแรกก็พบว่าประกอบด้วย Yandex.Money, Qiwi และ WebMoney ซึ่ง Mail.Ru ถือหุ้นใน Qiwi อยู่ด้วย จึงถือเป็นพาร์ทเนอร์ที่น่าจับมือด้วยอย่างยิ่ง

สำนักงานใหญ่ของ Mail.Ru ในกรุงมอสโคว

ประกอบกับ Mail.Ru ปัจจุบันเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของรัสเซีย โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการมากกว่า 100 ล้านคนต่อเดือน ส่วนบริการก็มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอีเมล, เสิร์ชเอนจิน, บริการส่งข้อความ, เว็บไซต์, เกมออนไลน์ รวมถึงเว็บโซเชียลเน็ตเวิร์กของรัสเซียอย่าง VKontakte ที่ Mail.Ru ถือหุ้น 100% ด้วย

ทั้งหมดนี้ จึงเป็นไปได้ว่าการบุกตลาดรัสเซียของ Alipay คงไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุผลที่ว่าบุกตลาดเพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจีนเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะมีรายงานของเว็บไซต์ผู้ว่าการกรุงมอสโควระบุว่า เฉพาะในปี 2018 นั้นตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่ไปเยือนกรุงมอสโควมีประมาณ 2.2 แสนคนเท่านั้น เพราะสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าก็คือตัวเลขผู้ใช้บริการของ Mail.ru ที่มีมากกว่า 100 ล้านคนต่อเดือนซึ่งถือว่าใหญ่พอแก่การลงทุนหากมองในมุม Alipay นั่นเอง

Source

Source

Source