ตามไทม์ไลน์! One Bangkok ​กางมาสเตอร์แพลน ปั้นโครงการ Global Landmark 1.2 แสนล้าน

สร้างความฮือฮา ตั้งแต่เริ่มเผยไอเดียเมื่อราว 2 ปีก่อน ในการนำที่ดินผืนใหญ่ 104 ไร่ บริเวณโรงเรียนเตรียมทหาร ถ.วิทยุ จุดตัดถนนพระราม 4 ซึ่งถือเป็น The Most Prime  Location เพื่อพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายใต้งบลงทุน 1.2 แสนล้านบาท ในชื่อโครงการ วัน แบงค็อก (ONE BANGKOK) และยังถือเป็นการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์โดยภาคเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ประเทศไทยอีกด้วย

และก่อนจะได้เห็นโครงการจริง ที่จะเริ่มทยอยเปิดตัวจากโซน Residentail ตึกแรกจำนวน 110 ห้อง จากทั้งหมด 3 ตึก ในช่วงปลายปี 2565 ก่อนที่เฟสแรกของโครงการจะแล้วเสร็จในปี 2566 โดยคาดว่าจะเสร็จทั้ง 4 Mixed ซึ่งจะมีทั้งอาคารพักอาศัย โรงแรม พื้นที่สำนักงาน และพื้นที่พักอาศัย บนพื้นที่รวมมากกว่า 1.83 ล้านตารางเมตร จะเปิดได้ครบความเป็นเมืองอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2569

ซึ่ง คุณปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด เจ้าของโปรเจ็กต์ ONE BANGKOK ก็นำร่องก่อนด้วยการเปิดตัว เดอะ พรีลูด วัน แบงค็อก เพื่อเปิดตัวมาสเตอร์แพลนโครงการวัน แบงค็อก ในฐานะ New Global Landmark อย่างละเอียด ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวมาสเตอร์แพลนของโครงการครั้งแรกอย่างเป็นทางการ พร้อมเจาะลึกแนวคิดการออกแบบและคอนเซ็ปท์ของทั้งโครงการ

คุณปณต พูดเพิ่มเติมถึงการลงทุนในครั้งนี้ว่า ด้วยเม็ดเงินกว่า 1.2 แสนล้านบาทนั้น เทียบเท่ากับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญๆ ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการขยายเฟสใหม่ของสนามบินสุวรรณภูมิ หรือการสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อสนามบิน หรือการพัฒนา Mass Transit ทั่ว กทม. ที่ต่างมีเป้าหมายในการเพิ่มศักยภาพของประเทศในการเป็นจุดหมายปลายทางทั้งด้านธุรกิจ และท่องเที่ยว เช่นเดียวกับ ONE BANGKOK ที่เชื่อว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จสมบูรณ์จะส่งเสริมให้กรุงเทพฯ กลายเป็น Global Landmark แห่งใหม่เทียบเท่ากับเมืองไอคอนนิคสำคัญระดับโลก

เปิดมาสเตอร์แพลน เจาะลึกทั้งโครงการ

คุณซู หลิน ซูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วัน แบงค็อก (One Bangkok) เป็นผู้ให้รายละเอียด อัพเดทความคืบหน้า รวมทั้งคอนเซ็ปต์ในการออกแบบแต่ละส่วนอย่างละเอียด พร้อมเป้าหมายในการเปิดให้บริการ ดังต่อไปนี้

สำหรับ ONE BANGKOK มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับสถานะของกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางทางธุรกิจแห่งใหม่ที่จะได้รับการยอมรับในระดับโลก จากมุมมองที่ได้เรียนรู้ผ่านย่านสำคัญต่างๆ ของมหานครทั่วโลก เพื่อนำมาปรับให้วัน แบงค็อก กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของโลกใจกลางกรุงเทพฯ และเป็นเมืองที่มีความครบครันเพื่อการใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ ​ทั้งจากการเลือกโลเกชั่น การออกแบบอาคารเกรดเอ เพื่อให้ วัน แบงค็อก เป็นที่สุดของเมืองแห่งความครบครัน เพียบพร้อมด้วยอาคารสีเขียว และการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ เน้นผู้อยู่อาศัยเป็นศูนย์กลาง พื้นที่ในโครงการสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด พฤติกรรมผู้บริโภคสมัยใหม่ และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ”

และด้วยขนาดที่ใหญ่ของโครงการ จึงวางแผนการใช้งานพื้นที่ไว้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะความสามารถในการเข้าถึงโครงการได้จาก 6 ช่องทางหลัก ทั้งจากถนนวิทยุ พระราม4 และเชื่อมต่อโดยตรงกับทางด่วน ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการอนุมัติ ทางเข้าออกเชื่อมต่อโดยตรงกับชั้นใต้ดิน ภายใต้ระบบควบคุมการเข้าออกอาคารที่ล้ำสมัยและชาญฉลาด สำหรับพนักงานและผู้เข้ามาใช้บริการ ช่วยให้การหมุนเวียนด้านการจราจรภายในสะดวกง่ายดาย ทำให้ถนนหลักภายในโครงการปลอดโปร่งและปลอดภัยสำหรับคนเดินเท้า ​พร้อมด้วยพื้นที่จอดรถกว่า 12,000 คัน เชื่อมต่อกันทั้งโครงการ และเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการหาที่จอดรถระบบดิจิทัลผ่านแอป Find my Car

ในส่วนมาสเตอร์แพลนมิกซ์ยูสของทั้งโครงการ ประกอบด้วย 4 อาณาบริเวณที่เชื่อมต่อถึงกัน​ดังต่อไปนี้

พื้นที่ค้าปลีก

ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ด้วยพื้นที่รีเทล 4 โซน ที่มีความแตกต่างกันและเชื่อมต่อถึงกัน ทั้งไลฟ์สไตล์มอลล์ มัลติคอนเซ็ปต์สแควร์ รีเทลอาร์เคด และคัลเจอรัล ฮับ แอนด์ รีเทล พร้อมด้วยร้านค้าและร้านอาหารรวมกันกว่า 450 ร้าน บนพื้นที่ 180,000 ตารางเมตร รังสรรค์ประสบการณ์รีเทลที่แปลกใหม่และแตกต่าง ภายในที่แห่งเดียว ถือเป็นครั้งแรกของกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ วัน แบงค็อก ยังได้คำนึงถึงนิยามใหม่ให้กับย่านช้อปปิ้งในกรุงเทพฯ นำเสนอมากกว่าทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการช้อปปิ้งและร้านอาหาร แต่จะเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่มอบความครบครัน พร้อมสรรพด้วยกิจกรรมที่หลากหลายสำหรับผู้มาเยือน ซึ่งจะเนรมิตให้วัน แบงค็อกกลายเป็นสถานที่ที่ไม่หลับใหล

โดยใจกลางของโครงการอยู่ที่ Civic Plaza พื้นที่สันทนาการขนาด 10,000 ตารางเมตร รายล้อมด้วยพื้นที่รีเทลและพื้นที่ไลฟ์สไตล์บริเวณส่วนล่างของตึก ส่วนพื้นที่สำนักงานและพื้นที่สำหรับที่อยู่อาศัยจะอยู่ส่วนบนของตึก โดยได้ออกแบบให้ถนนทุกสายและทุกซอยเชื่อมต่อกัน เรียงรายด้วยร้านค้า ร้านกาแฟ งานศิลปะ และพื้นที่จัดกิจกรรม เชื่อมต่อทุกส่วนประกอบของโครงการเข้าไว้ด้วยกัน ทางเดินในโครงการก็จะร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ตลอดแนวถนน ทำให้การเดินภายนอกท่ามกลางสภาพอากาศของกรุงเทพฯ สบายยิ่งขึ้น ส่วนพื้นที่ในอาคารก็จะมีระบบปรับอากาศแบบประหยัดพลังงาน

พื้นที่สำนักงาน 

ด้วยทำเลทองใจกลางเมือง วัน แบงค็อก มุ่งเป็นที่ตั้งบริษัทที่ทรงคุณค่าและน่าภาคภูมิใจในกรุงเทพฯ และจะเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจแห่งใหม่ ด้วยพื้นที่เช่าสุทธิของอาคารสำนักงานเกรดเอทั้ง 5 อาคารรวมกัน (Office Tower A-D และ Signature Tower) พื้นที่เช่าสุทธิรวมกันกว่า 500,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับบุคลากรขององค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ ได้มากกว่า 50,000 คน ออกแบบตามมาตรฐาน LEED และ WELL ติดตั้งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

โดยกำหนดการก่อสร้างเป็นเฟสให้แล้วเสร็จในระหว่างปี พ.ศ. 2566-2569 นอกจากนี้ อาคารสำนักงานทั้ง 5 อาคารยังสอดคล้องกับการใช้พื้นที่รูปแบบมิกซ์ยูสตอบโจทย์คนวัยทำงาน รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายรอบด้าน ที่เชื่อมต่อทุกมิติของการใช้ชีวิต ทั้งการทำงาน และการพักผ่อนได้อย่างลงตัว

ที่สำคัญคือ Signature Tower ที่สูงกว่า 430 เมตร ซึ่งจะเป็นหนึ่งในสิบตึกที่สูงที่สุดของอาเซียน โดดเด่นเป็นสง่าเติมเต็มเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ ภายในประกอบด้วยพื้นที่สำนักงานและโรงแรมหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ พร้อมมอบที่สุดแห่งประสบการณ์การชมวิวแบบพาโนราม่า สวยงามแบบไร้ขอบเขตจากยอดตึก

โรงแรม 

สำหรับโรงแรม 5 แห่งภายใน วัน แบงค็อก ทั้งหมดจะเป็นแบรนด์ใหม่สำหรับกรุงเทพฯ เป็นทางเลือกที่โดดเด่นสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการบริการที่ดีที่สุดรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและความสะดวกสบายครบครัน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับบูทีคโฮเทล โรงแรมเพื่อธุรกิจ ไปจนถึงระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ รวมกว่า 1,100 ห้อง ได้รับออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้เข้าพักอย่างรอบด้าน โดยโรงแรมลักชัวรี่แห่งแรกคือ The Ritz-Carlton, Bangkok ที่จะพร้อมเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2566

อาคารที่พักอาศัย

ส่วนที่พักอาศัยของ วัน แบงค็อก จะตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของโครงการ เพื่อความสงบและความเป็นส่วนตัวของผู้พักอาศัย เปิดรับวิวทั้งจากฝั่งถนนวิทยุและฝั่งสวนลุมพินี โดยมีอาคารที่พักอาศัยระดับลักชัวรี่ทั้งหมด 3 อาคาร พร้อมมอบเอกสิทธิ์แห่งการใช้ชีวิตที่มองเห็นทิวทัศน์ธรรมชาติของสวนลุมพินี และวิวกรุงเทพฯ แบบพาโนรามาไร้สิ่งบดบัง ซึ่งที่พักอาศัยโครงการแรกจะตั้งอยู่เหนือโรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok  ประกอบด้วยห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราขนาด 2-4 ห้องนอน จำนวน 110 ห้อง พื้นที่เริ่มต้นที่ 130 ตารางเมตร พร้อมเปิดตัวช่วงต้นปี พ.ศ. 2563

เติมศิลปะ พื้นที่สีเขียว ทั้งโครงการ 

ศิลปะและวัฒนธรรมเป็นอีกส่วนสำคัญที่มีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับการใช้ชีวิตแบบร่วมสมัยในเมือง โดย วัน แบงค็อก มุ่งที่จะเป็นเป้าหมายของแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ต้องมาเยือน และสร้างสีสันให้กับชุมชนด้วยศิลปะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ พื้นที่ทั้งหมดในโครงการจะเชื่อมต่อถึงกันด้วยงานศิลปะตามแนวคิดพหุประสาทสัมผัส เพื่อให้ผู้มาเยือนสัมผัสกับศิลปะรอบตัว นอกจากนี้ ยังมีฮอลล์เอนกประสงค์สำหรับจัดการแสดง พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ และงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ รวมถึงกิจกรรมศิลปะวัฒนธรรมตลอดทั้งปี

วัน แบงค็อก ได้รับการออกแบบให้มีสภาพแวดล้อมที่เชิญชวน ปลอดภัย และเต็มไปด้วยสีเขียวด้วยพื้นที่สีเขียวถึง 50 ไร่ จากพื้นที่รวม 104 ไร่ ซึ่งได้รับการจัดสรรให้เป็นพื้นที่เปิดโล่งเพื่อให้ผู้คนได้มาใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น ซึ่งรวมถึง Civic Plaza ที่มีพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร สามารถเป็นศูนย์กลางการจัดงานแสดงระดับนานาชาติและงานเทศกาลต่างๆ ของไทยได้ และสวนรอบโครงการทั้งทางฝั่งถนนวิทยุและถนนพระราม 4 ที่กว้างกว่า 40 เมตร ร่มรื่นด้วยต้นไม้ เปรียบเป็นส่วนต่อขยายของสวนลุมพินี

ทั้งโครงการจะมีระบบโครงสร้างพื้นฐานส่วนกลางสุดล้ำสมัย ซึ่งนับเป็นแห่งแรกของประเทศไทยสำหรับโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยเอกชน ประกอบด้วยระบบทำความเย็น ระบบรักษาความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ ระบบการจัดการน้ำและพลังงาน ควบคุมดูแลโดยศูนย์ข้อมูล (District Command Centre) และเซ็นเซอร์อันชาญฉลาดมากกว่า 250,000 ตัว ที่คอยบริหารจัดการทุกระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ การผสานนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนเข้ามาในทุกองค์ประกอบของโครงการ ช่วยให้ทุกคนที่อยู่ในวัน แบงค็อก ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ ผู้มาเยือน และผู้อยู่อาศัย ล้วนได้รับประโยชน์จากการประหยัดพลังงาน สิ่งแวดล้อมที่สะอาด ซึ่งจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

ไม่หลุดกรอบตามมาสเตอร์แพลน

แม้วัน แบงค็อก จะประกาศการลงทุนมาตั้งแต่ 2 ปีก่อนหน้า แต่ทุกอย่างยังเป็นไปตามกรอบที่วางไว้ ทั้งเงินลงทุน หรือระยะเวลาในการก่อสร้าง เนื่องจากเป็นโครงการลงทุนในระยะยาว ซึ่งทางผู้รับผิดชอบโครงการได้มีการประเมินความเสี่ยงและปัจจัยต่างๆ ไว้อย่างรอบด้าน ทั้งความผันผวนของต้นทุนการดำเนินงานต่าง​ รวมทั้งการเริ่มเดินหน้าก่อสร้าง เพื่อให้โครงการแล้วเสร็จตามกำหนด

สำหรับความคืบหน้าของการก่อสร้าง งานเสาเข็มของโครงการได้สำเร็จลุล่วงเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมเปิดเฟสแรกในปี พ.ศ. 2566 และก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2569 และจะเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญของบริษัท ที่เข้ามาเสริมศักยภาพให้กับย่านถนนพระราม4 ในภาพใหญ่ จากการมี 5โครงการสำคัญ ตั้งอยู่ไม่ว่าจะเป็น อาคาร FYI Center, ​ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์, The Park และอีกหนึ่งโครงการมิกซ์ยูสอย่าง สามย่าน มิตรทาวน์ที่เตรียมเปิดให้บริการในเดือนกันยายนนี้ รวมทั้งการมี Global Landmark แห่งใหม่อย่าง ONE BANGKOK เข้ามาในอีก 4 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ วัน แบงค็อก เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรที่พัฒนาโดยกิจการร่วมทุนระหว่าง บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด นับเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยภาคเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย ชูมาตรฐานใหม่ทั้งด้านการออกแบบ ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิตในสมาร์ท ซิตี้ (Smart City Living) โดยตั้งเป้าเป็นโครงการแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการพัฒนาชุมชนแวดล้อมอย่าง LEED Neighborhood Development Platinum พร้อมมุ่งเป็นแลนด์มาร์คครบวงจรระดับโลกแห่งใหม่ เปี่ยมไปด้วยศักยภาพในการดึงดูดบริษัทชั้นนำ นักท่องเที่ยว และคนไทย ด้วยอาคารสำนักงานเกรดเอ พื้นที่รีเทลชั้นนำ โรงแรมระดับลักชัวรี่ ที่พักอาศัย และพื้นที่ศูนย์กลางสำหรับกิจกรรมทางศิลปะและวัฒนธรรมที่เชื่อมต่อทั่วถึงกันทั้งโครงการ